Musicology

Tapping


คนมักเข้าใจว่าโธมัส อัลวา เอดิสัน ประดิษฐ์หลอดไฟได้เป็นคนแรกของโลก ความจริงก่อนหน้านั้นมีนักประดิษฐ์มากกว่า 20 คนทดลองประดิษฐ์หลอดไฟได้มาก่อน เพียงแต่โธมัส เอดิสันพัฒนาต่อยอดและจดสิทธิบัตรเพื่อนำมาใช้ทางการค้าเป็นคนแรก

เช่นเดียวกับที่มีหลายคนเข้าใจว่าเอ็ดดี แวน เฮเลนเป็นคนคิดเทคนิคแทปปิงเป็นคนแรก ความจริงก่อนหน้านั้นมีมือกีตาร์เล่นแท็ปปิงอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เขานำมาเล่นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาเท่านั้น

เทคนิคแท็ปปิง

เทคนิคแท็ปปิง คล้ายคลึงกับเทคนิคแฮมเมอร์-ออนส์ กับ พูล-ออฟส์ คือใช้นิ้วกดสายให้เกิดเสียงต่อเนื่องโดยใม่ต้องดีด แต่ แฮมเมอร์-ออนส์ กับ พูล-ออฟส์ จะใช้มือข้างที่กดเฟร็ตกีตาร์กดสาย/ปล่อยสาย ต่อเนื่อง ส่วนแท็ปปิงจะใช้สองมือช่วยกันทำให้เกิดช่วงเสียงที่ต่อเนื่องหลากหลายกว่า

ความเป็นมา

เทคนิคแท็ปปิงได้รับการบันทึกไว้ครั้งแรกในชื่อเทคนิคว่า เชลเป (selpe) ซึ่งใช้เล่นบาลามา เครื่องดนตรีพื้นเมืองตุรกีรูปร่างคล้ายกีตาร์ และนิโคโล พากานีนี นักไวโอลินอัจฉริยะก็เคยเล่นเทคนิคแบบนี้กับไวโอลิน

ในภาพยนตร์เรื่อง คลับเฮาส์ปาร์ตี (Club House Party) ปีค.ศ. 1932 จะเห็น รอย สเม็ก เล่นเทคนิคแท็ปปิงกับอูคูเลเล

จิมมี เว็บเบอร์ มือกีตาร์สแปนิชเล่นเทคนิคนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 50 และมือกีตาร์แจ๊ส เอ็มเม็ตต์ แช็ปแมนก็เล่นเทคนิคนี้จนกระทั่งเขาคิดวิธีสร้างเครื่องดนตรีเพื่อใช้ “นิ้วจิ้ม” เป็นหลักคือแช็ปแมนสติ๊ก สตีฟ แฮ็กเก็ตต์ มือกีตาร์วงเจเนซิสเคยใช้เทคนิคนี้ในเพลง “เดอะรีเทิร์นออฟเดอะไจแอนต์ฮ็อกวีด” เมื่อปีค.ศ. 1971 และ “แดนซิงวิธเดอะมูนลิตไนต์” ค.ศ. 1973

ริทชี่ แบล็กมอร์มือกีตาร์เจ้าอารมณ์เคยบอกว่าเขาเห็นฮาร์วี แมนเดลใช้เทคนิคแท็ปปิงที่คลับวิสกีอะโกโก ตั้งแต่ปีค.ศ. 1968 และฮาร์วี แมนเดลใช้เทคนิคนี้ในอัลบั้ม แชงกรีนาด (Shangrenade) ปีค.ศ. 1973 ด้วย

แรนดี เรสนิค เคยเล่นแท็ปปิ้งมาตั้งแต่ 1969 – 1974 กับวงเพียวฟู้ดแอนด์ดรักแอ็กท์ (Pure Food and Drug Act)  แต่เทคนิคแท็ปปิ้งของแรนดี เรสนิคมาเปล่งประกายและบันทึกไว้เป็นหลักฐานตอนเล่นกับจอห์น มายอล ในอัลบั้ม Latest Edition เมื่อปี 1974

จากที่ยกตัวอย่างมา จะเห็นได้ว่าเทคนิคนี้มีมานานก่อนที่เอ็ดดี แวน เฮเลนจะนำมาเล่นจนใครก็ต้องนึกถึงเขาเมื่อเห็นแท็ปปิ้ง

Eruption

เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเอ็ดดี แวน เฮเลน ก็คือ “อีรัปชัน” ความจริงท่อนโซโล่นี้ได้รับอิทธิพลจากเพลง “เล็ตมีสะวิม” ของวงแค็คตัส (Cactus) กับ อีจูดหมายเลข 2 ของ ดอล์ฟ ครุยท์เซ (Rodolphe Kreutzer) ก่อนจะอิมโพรไวส์ไหลลื่นด้วยเทคนิคแท็ปปิง

เดิมทีเพลงนี้จะไม่อยู่ในอัลบั้มแรกของแวน เฮเลน เพราะมันไม่ใช่เพลง! เป็นการซ้อมเล่น ๆ เท่านั้น แต่เท็ด เทมเปิลแมน โปรดิวเซอร์ของวงซึ่งเคยไปดูแวนเฮเลนเล่นแล้วเกิดชอบใจ เลยให้แวน เฮเลนบันทึกเสียงท่อนโซโล่เพลงนี้ไว้ด้วย โดยบันทึกเสียงแบบม้วนเดียวจบ ไม่ตกแต่งอัดทับแก้ไขใดใดทั้งสิ้น

หลังจากนั้นเทคนิคนี้ก็แพร่กลายกลายเป็นที่นิยมของมือกีตาร์ทั่วไป…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s