Juno Soundtrack


ว่ากันว่าบทเพลงจะเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนของคนที่ฟังเพลงได้พอสมควร ด้วยเหตุนี้ เจสัน รีตแมน จึงบรรจงเลือกบทเพลงประกอบภาพยนตร์ของเขาอย่างพิถีพิถัน เพื่อที่จะช่วยสะท้อนตัวตนของเด็กสาววัย 16 ปีคนหนึ่งออกมา ซึ่งถ้าดูจากสไตล์การใช้ชีวิตของเธอ ทั้งเสื้อผ้า รวมไปถึงของตกแต่งในห้องนอน ก็ไม่ยากที่จะบอกว่าเธอชอบดนตรีเก่า ๆ ในยุค 1970 อย่างเดอะสตูเกส เดอะเวลเวตอันเดอกราวนด์ หรือว่าแพ็ตตี สมิธ  และไม่น่าแปลกใจถ้าเธอฟังเพลงอย่างโซนิกยูธ เรดิโอเฮด อาเขตไฟร์ หรือว่า บล็อกพาร์ตี

แน่นอน อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์นี้มีทั้งเพลงเก่าอย่างเดอะเวลเลตอันเดอกราวน์ เดอะคิงส์  และ บัดดี ฮอลลี แต่ขณะเดียวกันมันก็มีเพลงของวงอินดี้ร่วมสมัยอย่างโซนิกยูธ (มากับเพลงของเดอะคาร์เพนเตอร์ส) แคตเพาเวอร์ เบลล์แอนด์เซบาสเตียน แต่ละเพลงที่เลือกมาออกไปทาง โล-ไฟ เป็นหลัก

ที่โดดเด่นที่สุดในงานชุดนี้ก็คือ คิมย่า ดอว์สัน ซึ่งมีเพลงรวมอยู่ถึง 6 เพลง ซึ่งจะว่าไปแล้วหากเทียบกับวงอื่นรุ่นเดียวกันอย่าง เบลล์แอนด์เซบาสเตียน ก็ต้องบอกว่าชื่อเสียงของคิมย่า ดอว์สันออกจะด้อยกว่าสักนิด แต่เธอก็มีชื่อเสียงติดตัวมาพอสมควรตั้งแต่สมัยอยู่กับวงเดอะโมลดีพีซส์ซึ่งถือว่าเป็นวงที่มีบทบาทโดดเด่นในกลุ่มแอนตี้โฟล์กในนิวยอร์กพอสมควร  (จริง ๆ แล้วดนตรีที่เรียกว่าแอนตี้โฟล์กก็คือดนตรีโฟล์ก ไม่ได้แอนตี้อย่างชื่อ เพียงแต่มีความหลากหลายไม่ยึดติดกับดนตรีโฟล์กแบบดั้งเดิม)

แรกเริ่มเดิมทีเดอะโมลดีพีซส์เป็นวงดูโอระหว่าง อดัม กรีน กับ คิมย่า ดอว์สัน  ต่อมามีสมาชิกเข้ามาเพิ่ม เข้า ๆ ออก ๆ ไม่แน่นอน บางทีเป็นวง 6 ชิ้นก็มี อดัม กรีนและคิมย่า ดอว์สัน ตัดสินใจแยกกันไปทำงานเดี่ยวตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 (แต่ละคนมีงานออกมา 5 – 6  อัลบั้ม) จนแฟนเพลงบางคนก็แทบจะลืมเลือนพวกเขาไปเสียแล้ว แต่อิทธิพลความดังของจูโนทำให้เดอะโมลดีพีซส์กลายเป็นที่สนใจขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่กับคนที่ไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน

เจสัน รีตแมนให้เครดิต เอลเลน เพจผู้สวมบทบาทจูโน่ในฐานะคนทำให้เขาได้รู้จักดนตรีของวง เดอะโมลดีพีซส์และตามมาด้วยดนตรีอินดี้ โล-ไฟ ทั้งหลาย ยิ่งเมื่อเขาได้ฟังเพลง “เอนีวันเอลส์บัตยู” ของ เดอะโมลดีพีซส์เขาก็คิดฉากปิดท้ายภาพยนตร์ด้วยการให้ตัวเอกของเรื่องมาร้องเพลงนี้คู่กัน และมันทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงดังไปในที่สุด

นอกเหนือจากเพลงของคิมย่า ดอว์สัน และเดอะโมลดีพีซส์ที่ได้รับอานิสงค์จากความดังของจูโน่แล้ว แบรี่ หลุยส์ โปลิซาส์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากขึ้นเพราะเจสันเลือกที่จะใช้เพลง “ออลไอวอนต์อีสยู” ของเขามาเป็นเพลงเปิดเครดิตต้นเรื่อง “ผมตกหลุมรักเพลงนี้เลยล่ะ” เจสันให้เหตุผลที่เลือกเพลงนี้ “มันเป็นเหมือนการบอกเล่าไอเดียว่าเราเป็นใคร และเรากำลังมองหาอะไรจากคนอื่น ซึ่งมันเป็นธีมหลักของจูโน่ ที่จะบอกว่าต้องเป็นตัวของตัวเองและทำตามใจปรารถนา..”

“ออลไอวอนต์อิสยู” เป็นเพลงเก่าจากอัลบั้ม บราเธอร์ธิงค์ฮีส์อะบานานาแอนด์อัธเธอโพรโวเคทีฟซองส์ฟอร์คิดส์ (Brother Thinks He’s a Banana and other Provocative Songs for Kids) ในปีค.ศ. 1977 เดิมทีทำยอดขายอยู่ในหลักหมื่นเท่านั้น แต่หลังจากที่เพลงปรากฏอยู่ในจูโน่ ก็กลายเป็นเพลงฮิตโด่งดังอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่คาดคิด “ผมไม่เคยมีเพลงฮิตติดอันดับอะไรกับเขาหรอ ทำเพลงสำหรับเด็กอย่างนี้เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย แต่พอจูโน่ออกมามันก็ทำให้เพลงนี้ดังขึ้นมา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก..” แบรี่ หลุยส์  โปลิซาส์กล่าวถึงความสำเร็จที่ได้รับ

สำหรับซาวน์แทร็ก จูโน มีความพิเศษในตัวเองอยู่อย่างคือเลือกเพลงมาค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะมีศิลปินหลายคนต่างยุคสมัย แต่มีความสอดคล้องต่อเนื่องกัน การฟังเพลงของบัดดี ฮอลลี่ ต่อด้วย คิมยา ดอว์สันหรือว่าเวลเวตอันเดอกราวนด์ดูแตกต่างทางสไตล์ดนตรี แต่การคัดเลือกเพลงที่เน้นความเรียบง่ายตรงไปตรงมา และเกือบทั้งหมดนำเสนอด้วยสำเนียงอคูสติกโปร่งสบาย ในโทนอารมณ์ดีมีรอยยิ้ม ทำให้อัลบั้มนี้มีเอกภาพและน่าสนใจแม้ว่าคนฟังจะไม่เคยดูจูโนมาก่อนก็ตาม

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.