Led Zeppelin: Chapter 6 – Inside Led Zeppelin III


เพลงเปิดอัลบั้มนี้ “อิมมิแกรนต์ซอง” กลายเป็นเพลงที่โดนตีความว่าเกี่ยวข้องกับการบูชาซาตาน ถ้าใครสนใจเรื่องนี้แนะนำให้ลองหาเนื้อเพลงนี้มาอ่าน พร้อมกับอ่านหนังสือ เวทศาสตร์ มนต์ และลัทธินอกลรีต ของดับเบิลยู บี โครว์ (Witchcraft, Magic and occultism – W.B. Crow) จะมีคำอธิบายของหลายคำอย่างวาลฮาลลา ค้อนของพระเจ้า ว่ามันเกี่ยวข้องกับซาตานอย่างไร แต่ไม่อยากจะเขียนถึงในที่นี่เพราะจะยาวและดูเป็นการชักชวนให้หมกมุ่นกับเรื่องไร้สาระเกินไป

led-zeppelin-iii-front

เพลง “อิมมิแกรนต์ซอง” กลายเป็นเพลงที่หลายคนประทับใจทันทีกับจังหวะที่ติดหู เพลงนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับจิมมี เพจและจอห์น บอนแนมที่ช่วยกันสร้างจังหวะที่ล็อกลงตัวเยี่ยมยอด ทั้งคู่ใช้เวลาในโอลิมปิกสตูดิโอร่วมกันโดยใช้ทักษะและอารมณ์ศิลปินที่เข้าขากันปรับปรุงภาคริธึมอย่างเอาจริงเอาจัง ถึงแม้ว่าจอห์น บอนแนมจะดูเป็นไอ้ขี้เหล้าชอบหาเรื่องปวดหัวอยู่ตลอดเวลาแต่พออยู่หลังกลองเขาจะกลายเป็นอีกคนทันที หลังจากที่จิมมี เพจนำเสนอท่อนริฟฟ์ของเพลง จอห์น บอนแนมจะฟังและสร้างเสียงกลองขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับท่อนริฟฟ์ของจิมมี และพอจิมมีได้ยินเสียงกลองของจอห์นก็จะปรับปรุงเสียงกีตาร์ของเขา อย่างการเซ็ตแอมป์และอื่น ๆ เพื่อให้ได้เสียงที่รับส่งกับเสียงกลองให้เด่นขึ้น และในช่วงริฟฟ์ท่อนท้ายของ “อิมมิแกรนต์ซอง” แสดงถึงส่วนผสมอันมหัศจรรย์ของเสียงกีตาร์กับกลองที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ร่วมกัน

ตอนแรกมีคนตีความเนื้อหาที่โรเบิร์ต แพลนต์เขียนว่าเขาเขียนถึงอีนอช พาวลล์นักการเมืองฝ่ายขวาสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเคยกล่าววาทะเผ็ดร้อนจนวาทะครั้งนั้นได้ชื่อว่า “แม่น้ำเลือด” (River of Blood) เพราะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์แสดงทัศนะชาตินิยมสุดโต่ง และทัศนคติด้านลบต่อพวกผู้อพยพ (immigrant) อย่างรุนแรง ทำให้ภาพพจน์เขาเป็นพวกแบ่งแยกเชื้อชาติ สุนทรพจน์ครั้งนั้นพูดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1968

แต่ความจริงแล้วเนื้อหาในเพลงนี้ตีความตามตัวอักษรไม่ได้มีความนัยแฝงถึงอีนอช พาวลล์แต่อย่างใด

ช่วงนั้นโรเบิร์ต แพลนต์จะชื่อชอบเรื่องเล่าของชาวเคลติคโบราณและเรื่องราวในอดีต รวมไปถึงนิยายเรื่องลอร์ดออฟเดอะริงของ เจอาร์อาร์ ทอลเคียน เนื้อหาของเพลงจึงเป็นเรื่องของชีวิตโบราณของชาวสแกนดิเนียเวียน อย่างเช่น ดินแดนน้ำแข็งและหิมะ The Land of Ice and Snow ก็หมายถึงไอซ์แลนด์ที่เขาเคยไปช่วงปีค.ศ. 1970 และประโยคต่อมาเราล่องเรือไปสู่ดินแดนใหม่ วาลฮาลลา ฉันกำลังมา – We drive our ships to new Lands Valhalla I am coming ก็หมายถึงชาวไวกิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย

เพลงที่แสดงถึงภาคริธึมที่โดดเด่นมากอีกเพลงหนึ่งคือ “เอาต์ออนเดอะไทลส์” เพลงนี้เกิดขึ้นจากเนื้อร้องของจอห์น บอนแนม ที่ร้องว่า “I’ve had a pint of bitter and now I’m feeling better and I’m out on the Tiles. We’re going down the rubbers and we’re going to pull some scrubblers because we’re out on the tiles” พอจิมมี เพจได้ยิน ก็เลยได้ไอเดียในการทำริฟฟ์ของเพลงนี้ขึ้น แต่โรเบิร์ต แพลนต์เขียนเนื้อเพลงของจอห์น บอนแนมใหม่ให้ดูดีและเข้าถึงคนอื่นมากขึ้น

ส่วนใน “ซินซ์ไอฟ์บีนเลิฟวิงยู” อินโทรด้วยเสียงลีดกีตาร์ในสไตล์บลูส์ แต่ว่าถ้าฟังลึกหน่อย มีแจ๊สปนอยู่ด้วยในเสียงเบิ้ลกระเดื่องจับจังหวะได้แม่นยำ มือกลองหลายคนพยายามยกระดับตัวเองด้วยการเล่นส่วนกลองให้ซับซ้อนเกินจำเป็น แต่จอห์น บอนแนมไม่ใช่คนประเภทนั้น เขาจะเล่นสบาย ง่าย สอดคล้องกับบทเพลง ลองฟังในช่วงไคลแม็กซ์ของเพลงที่เสียงร้องอันมหัศจรรย์ของโรเบิร์ต แพลนต์ได้รับการขับเน้นด้วยเสียงหวดฉาบ โดยมีเสียงเสียงออร์แกนจากปลายนิ้วของจอห์น พอล โจนส์คอยรองรับอารมณ์ช่วยสร้างความงามให้กับบทเพลงมากยิ่งขึ้น

เพลงอื่นที่ว่าออกไปทางอคูสติก ก็มี “โบรนาไรอาสตอมป์” ว่าด้วยการเดินชมนกชมไม้เล่นกับสไตรเดอร์ (สุนัขของโรเบิร์ต แพลนต์ตั้งชื่อตามตัวละครในลอร์ดออฟเดอะริง) เพลงนี้จิมมี เพจเล่นกีตาร์แบบ         ฟิงเกอร์ปิกกิ้งเป็นสไตล์สคิฟเฟิลกึ่งบลูกราส ส่วนจอห์น พอล โจนส์ใช้อคูสติกเบสไร้เฟรต 5 สาย จอห์น บอนแนมใช้ช้อนและแคททาเนตให้จังหวะ ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียก castanet ว่าอะไร มันเป็นไม้รูปร่างคล้าย เปลือกหอย เอามาตีกระทบกันคล้ายกรับของไทยพบบ่อยในดนตรีสไตล์ลาตินและสเปน เดิมเพลงนี้ตั้งชื่อว่า “เจนนิงส์ฟาร์มบลูส์” แต่มาเปลี่ยนหลังจากที่โรเบิร์ต แพลนต์เขียนเนื้อร้องเสียใหม่

หรือถ้าอยากฟังเพลงที่ออกไปทางคันทรี่บัลลาดก็ฟังได้จากเพลง “แทงเจอรีน” ซึ่งเป็นเพลงที่ตกค้างมาตั้งแต่สมัยจิมมี เพจยังอยู่กับวงเดอะยาร์ดเบิร์ดส์เพลงนี้จิมมี เพจใช้เสียงพีดัลสตีลกีตาร์บรรเลงได้หวานบาดใจให้อารมณ์คันทรีมากทีเดียว ส่วนเพลง “แดตส์เดอะเวย์” เดิมจะให้ความสำคัญกับเสียงเครื่องดนตรีไฟฟ้า แต่หลังจากปรับเปลี่ยนหลายหน จิมมี เพจก็ตัดสินใจเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นเพลงอคูสติกตามอารมณ์เพลงดั้งเดิมที่ประพันธ์ขึ้นสมัยอยู่ในกระท่อมโบรนาไรอา

อัลบั้มนี้มีเพลงที่ทำเพื่อสดุดีนักร้องอื่นอยู่สองเพลง เพลงแรกคือ “แฮตส์ออฟทู (รอย) ฮาร์เปอร์” เป็นเพลงที่เขียนถึงรอย ฮาร์เปอร์นักร้องเพลงโฟล์กที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในอังกฤษที่จิมมี เพจพบเมื่อตอนไปเล่นในเทศกาลบาธ เขียนขึ้นบนโครงสร้างเพลง “เชกเอ็มออนดาวน์” ของบักกา ไวต์ โดยมีเสียงสไลด์คอขวดที่เฉียบขาดของจิมมีเป็นจุดเด่น

อีกเพลง “แกลโลวส์โพล” ที่เป็นเพลงเทรดดิชันนัลโฟล์กเก่าแก่ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับลีดเบลลีเดิมชื่อเพลง “แกลลิสโพล” บางทีก็เรียกว่า “เกลโลวส์ไลน์” จิมมี เพจประทับใจเพลงนี้หลังจากที่เขาได้ฟังการเล่นของเฟรด การ์แลชและเคยเอามาเรียบเรียงให้เลดเซพพลินเล่นมาก่อนแล้วช่วงไปเล่นที่โคเปนฮาเกนปีค.ศ.  1971

จิมมี เพจเรียบเรียงเพลงนี้โดยใช้กีตาร์ 6 สายและ 12 สาย  รวมไปถึงแบนโจเพื่อเพิ่มโสตสุนทรีย์ให้ดูขลังขึ้นเสริมด้วยเสียงโซโล่จากกีตาร์ไฟฟ้า เดิมทีเพลงนี้ไม่ได้มีเสียงแบนโจ แต่จิมมี เพจไปเห็นแบนโจของจอห์น พอล โจนส์วางอยู่มุมห้องเลยหยิบเอามาแล้วแล้วเกิดติดใจ จึงลองเอาแบนโจไปเล่นกับหลายเพลงที่กำลังบันทึกเสียงอยู่ สุดท้ายก็มาลงตัวที่เพลง “แกลโลวส์โพล” ซึ่งเขาคิดว่าการเล่นแบนโจคลอเคลียไปกับการรัวกลองมันเข้ากันได้ดี ส่วนเสียงแมนโดลินในเพลงนี้มาจากการบรรเลงของจอห์น พอล โจนส์

บทบาทสำคัญของจอห์น พอล โจนส์อีกเรื่องหนึ่งก็คือการเรียบเรียงเครื่องสายในเพลง “เฟรนดส์” ซึ่งในการเรียบเรียงดนตรีครั้งแรกไม่มีเสียงเครื่องสาย แต่ในตอนท้ายจอห์น พอล โจนส์คิดว่าถ้ามีเสียงเครื่องสายโอบอุ้มอยู่สักหน่อยก็คงจะไม่เลว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.