ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Led Zeppelin: Chapter 7 – Rise to Heaven


ปีเตอร์ แกรนต์แสดงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้จัดการวงที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งเมื่อเขาปฏิเสธการเล่นในอเมริกา ซึ่งหมายถึงเงินสองแสนเหรียญสหรัฐต่อสองคอนเสิร์ต เพื่อให้เลดเซพพลินกลับมาเล่นในเทศกาลบาธ ในอังกฤษเพื่อเงินเพียงหกหมื่นเหรียญสหรัฐในวันที่ 28 กรกฎาคม ด้วยเหตุผลที่ว่าเทศกาลบาธมีคนดูถึงสองแสนคน งานนี้ปีเตอร์ แกรนต์บอกสมาชิกเลดเซพพลินว่าต้องทำให้ดีที่สุดเพราะตอนนี้พวกเขาดังในอเมริกาแล้วแต่ในอังกฤษบ้านเกิดกลับไม่ค่อยดังเท่าไหร่

ปีเตอร์ แกรนต์ยื่นข้อเสนอให้เฟร็ดดี เบนนิสเตอร์จัดตารางให้เลดเซพพลินเล่นเป็นวงปิดเทศกาลในคืนวันอาทิตย์และจะต้องขึ้นเล่นตอนสองทุ่มเท่านั้น เพราะเขาต้องการให้เล่นตอนพระอาทิตย์ตกพอดีจะได้เล่นแสงสีเป็นเหมือนออโรราด้านหลังการแสดงของวง พอถึงวันแสดงจริง วงเดอะฟล็อกเล่นกันยืดเยื้อจนเกือบสองทุ่ม ทำให้ปีเตอร์ แกรนต์ต้องไปเล่นงานเฟร็ดดี เบนนิสเตอร์ผู้จัดงานให้ไปไล่วงเดอะฟล็อกลงจากเวที แต่เฟร็ดดี เบนนิสเตอร์ก็ไม่กล้าจัดการอะไร เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มห้าสิบนาทีความอดทนของปีเตอร์ แกรนต์ก็ขาดผึง เขาตะโกนเรียกริชาร์ด โคลให้จัดการเคลียร์เวทีให้กับวงทันที

ริชาร์ด โคลและลูกทีมอีกสองสามคนขึ้นไปถอดปลั๊กเครื่องดนตรีของวงเดอะฟล็อกตามคำสั่งปีเตอร์ แกรนต์ทันที ถัดจากนั้นเขาก็สั่งให้ลูกทีมยกกลองชุดของเดอะฟล็อกลงจากเวทีท่ามกลางเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของสมาชิกวงเดอะฟลอกแต่ริชาร์ด โคลไม่สนใจ ห้านาทีต่อมาเขาก็จัดการเครื่องดนตรีให้ เลดเซพพลินเสร็จเรียบร้อยทันเวลา 2 ทุ่มพอดี

การแสดงครั้งนั้น เลดเซพพลิน เปิดงานด้วย “อิมมิแกรนต์ซอง” ต่อด้วยบทเพลงหลากหลายทั้ง “ซินซ์ไอฟ์บีนเลิฟวิงยู” “เซเรเบรชันเดย์” “โฮลลอตตาเลิฟ” ปิดท้ายด้วยเมดเลย์ที่นำเพลงอย่าง “จอห์นนี บี กู้ด” “ลองทอลแซลลี” การแสดงครั้งนั้นยาวนานถึง 3 ชั่วโมงและมีอังกอร์ถึง 5 ครั้ง และเว้นว่างไปอีกถึง 9 เดือนกว่าเลดเซพพลินจะกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้ง และครั้งนี้พวกเขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในบ้านเกิดไปแล้ว

หนึ่งสัปดาห์หลังการแสดงที่เทศกาลบาธ วงเลดเซพพลินก็เริ่มออกแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้งเพื่อกระตุ้นแฟนเพลงให้เตรียมซื้ออัลบั้ม เลดเซพพลินทรี ซึ่ง ณ ขณะนั้นถือว่าเป็นอัลบั้มที่ได้แรงส่งจากชื่อเสียงของเลดเซพพลินจนมียอดสั่งจอง 750,000 แผ่นในอเมริกา (บางข้อมูลบอกว่า 700,000)  ในอังกฤษก็สามารถขายได้ถึง 60,000 แผ่นในวันแรกจำหน่าย แต่ลึกในใจสมาชิกแต่ละคนยังกังวลกับเสียงตอบรับจากสื่อมวลชนที่สับงานของพวกเขาเละเทะมาสองอัลบั้มติด

คนที่กังวลที่สุดคือจิมมี เพจซึ่งดูเหมือนไม่อยากจะรับรู้การวิจารณ์จากสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ทั้งหลาย และแน่นอนว่าเสียงตอบรับที่ออกมาก็เป็นอย่างที่คาด คือส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยประทับใจงานของ เลดเซพพลิน เหมือนเคย อย่างเลสเตอร์ แบงก์เขียนวิจารณ์ในโรลลิงสโตนทำนองว่า ถึงมันจะน่าประทับใจ แต่มันก็เป็นเสียงดาด ๆ พื้น ๆ และเมื่อคำวิจารณ์เหล่านี้ถึงมือสมาชิกเลดเซพพลิน แต่ละคนก็ไม่ค่อยพอใจกันเหมือนเช่นเคย

หลังจากที่อัลบั้ม เลดเซพพลินทรี วางจำหน่ายและได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ไม่ค่อยดีนัก ทำให้สมาชิกของเลดเซพพลินรู้สึกไม่ค่อยดีนัก โรเบิร์ต แพลนต์ถึงกับขว้างหนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิสไทม์ทิ้งลงกับพื้นพร้อมกับบริภาษว่า “ไอ้พวกนักวิจารณ์แม่ง มาเป็นนักวิจารณ์ก็เพราะไม่มีทักษะมากพอที่จะเล่นดนตรี”

เราคิดว่าเราได้ทำอัลบั้มที่เยี่ยมที่สุดอัลบั้มหนึ่งออกมา…” จิมมี เพจ รำลึกถึงตอนออกอัลบั้ม เลดเซพพลินทรี “เราแน่ใจว่าเรามีวัตถุดิบดีมานำเสนอ แต่มันก็ยังโดนตำหนิ เพียงเพราะพวกเขาเห็นว่าเราหันมาใช้เครื่องดนตรีอคูสติกมากขึ้น และเป็นเพราะครอสบี,สตีลส์แอนด์แนชเพิ่งออกอัลบั้มมา…”

“ถ้าพวกเขาคิดว่ามันยังไม่ดีล่ะก็ ลองฟังงานชุดต่อไปก็แล้วกัน” โรเบิร์ต แพลนต์ กล่าวคำนี้ออกมาในสำนักงานของปีเตอร์ แกรนต์หลังจากอ่านบทวิจารณ์งานชุด เลดเซพพลินทรี จากปลายปากกาของเลสเตอร์ แบงก์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารโรลลิงสโตน

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: