Witch


ไม่ดัง และไม่มีอะไรดี…

จั่วหัวข้างบนด้วยอารมณ์ประชดประเทียด…

วิทช์คณะนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับวิทช์ของนายเจ มาสซิส (อดีตไดโนซอร์จูเนียร์) แต่อย่างใด…

กำลังแนะนำให้รู้จักวง วิทช์ ที่เคยได้รับความชื่นชมว่าเป็นส่วนผสมอันลงตัวระหว่างมอทลีครูกับวอส์ป และในยุคต้น 80 พวกเขาถือเป็นหนึ่งในวงดนตรีระดับหัวแถวในลอสแอนเจลิส เคยมีวงเด็ก ๆ อย่าง พอยสัน กันส์แอนด์โรเซส สเลเยอร์ เสนอตัวอย่างเจียมตนขอเป็นวงเปิดให้พวกเขา

จนทุกวันนี้วงรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขากลายเป็นวงขึ้นหิ้ง วงเด็ก ๆ ที่เคยมาเป็นวงเปิดกลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ ทว่าวิทช์กลับโดนหลงลืมไว้ในกาลเวลา….

นึกไม่ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิทช์ไม่ดัง!

ในทางกลับกันก็นึกไม่ออกว่าอะไรจะทำให้วิทช์ดัง

อาจจะเป็นด้วยจังหวะเวลาที่ไม่ดี มีเหตุให้สะดุดหลายครั้งอย่างเช่นการไล่มือกลองออกเมื่อปีค.ศ. 1985 และแยกวงไปไม่นานหลังจากนั้น พอจะกลับมาทำวงใหม่เมื่อคิม ฟาวลีย์ที่เคยปลุกปล้ำ…เอ๊ย ปลุกปั้นเดอะรันอะเวย์สนใจจะทำงานร่วมกับพวกเขา แต่โอ้ อนิจจา มือกลองต้องโทษ และต้องไปใช้ชีวิตในทัณฑสถานเป็นปี…

เรื่องราวของวงวิทช์เริ่มเมื่อปีค.ศ. 1980

ตอนนั้นมีวงดนตรีที่น่าจับตามองคณะหนึ่งชื่อแอมเพจ (Ampage) สมาชิกในวงยังอายุน้อยเรียนระดับไฮสคูลเท่านั้น ตอนนั้นวงประกอบด้วยพังกี เปรู (Punky Peru) มือกลอง ปีเตอร์ แวบิทท์ (Peter Wabitt) นักร้องนำ มาร์ก เมสัน (Mark Mason) มือเบส และ เฮนรี สโตน (Henry Stone) มือกีตาร์

สมาชิกในชุดนี้เล่นได้ดีและทำท่าจะมีชื่อเสียง มีโปรโมเตอร์ติดต่อให้ย้ายไปปักหลักเล่นดนตรีที่โฮโนลูลู ในฮาวาย แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลประการใดในปีค.ศ. 1981 พังกี เปรูกับปีเตอร์ แวบิทท์ตัดสินใจย้ายกลับมาแคลิฟอร์เนียตามเดิม ปีเตอร์ แวบิทท์ ได้ไปร่วมงานกับวงสเปเชียลฟอร์ซส์ (Special Forces) มีอีพีออกมาพอให้คนได้เก็บสะสม แล้ววงสเปเชียลฟอร์ซส์ก็ยุบวงไปในปีค.ศ. 1982

ส่วนทางมาร์ค เมสันกับเฮนรี สโตนยังประคองวงแอมเพจต่อ โดยดึงอดีตมือกลองของวงคือไมเคิล โครเกอร์ให้กลับมาเล่นด้วยกันใหม่  ไม่นานก็ย้ายกลับมาแคลิฟอร์เนีย และไมเคิล โครเกอร์ก็ลาออกไปอีกรอบ พังกี เปรูจึงกลับมาเล่นในวงอีกครั้ง และก็ไม่รอดอีก!

Witch 1983 promo.photo

พังกี เปรู เลยจับมือกับเฮนรี สโตนตั้งวงเดอะเปรครู (The Peru Crue) ขึ้นมา ไม่นานก็เปลี่ยนชื่อวงเป็นดาเมียน (Damien) และ (ไม่นานอีกเหมือนกัน) วงดาเมียนก็แยกวงกันไป…

วงดาเมียนมีสมาชิกคนสำคัญคนหนึ่งที่ต้องเขียนถึงเสียหน่อย; ดอน คอสตา (Don Costa) อดีตมือเบส ดานเตฟ็อกซ์และวอส์ปยุคแรกสมัยที่ยังไม่ออกอัลบั้ม (โทนี ริชาร์ดมือกลองวงดานเตฟ็อกซ์ก็เข้าวงวอส์ปพร้อมเขา)

สำหรับคนที่ไม่รู้จักวงดานเตฟ็อกซ์ ขอขยายความเพิ่มว่านี่คือวงที่ต่อมาเรารู้จักในนามเกรทไวท์นั่นเอง!

และเหตุที่วงดาเมียนต้องยุบวงก็เพราะดอน คอสตาได้ไปเล่นกับออสซี ออสบอร์น!

หมายเหตุ: ถ้าอ่านวิกิพีเดียตอนนี้อาจไม่พบชื่อดอน คอสตาในทำเนียบสมาชิกวงออสซี ออสบอร์น แต่เขาเป็นสมาชิกวงออสซีจริง ๆ

ดอน คอสตาเข้าวงออสซีพร้อมกับ เจค อี ลี ขณะที่ออสซีกำลังเริ่มทัวร์อังกฤษ เขาให้แบรด กิลลิส กับพีท เวย์ ออกจากวงในช่วงปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. 1982 และเจค อี ลีกับดอน คอสตาก็มาเป็นสมาชิกวงช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 1983

ดอน คอสตาเป็นมือเบสที่เยี่ยมยอดและมีลีลาการเล่นบนเวทีที่ทำให้คนดูฮือฮากันได้ตลอด สมัยเป็นวง ดาเมียนเขาเขียนเพลงเอาไว้หลายเพลง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเพลงเกี่ยวกับความวิปริตจิตวิปเลี้ยวเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ!  เขาวางแผนว่าจะแสดงอะไรประกอบบทเพลงในเชิงเซ็กซ์ให้สาสมกับเนื้อเพลงเสียด้วย

ความบ้าของเขาเข้าตาออสซี ออสบอร์นอย่างจัง! แต่พฤติกรรมเสื่อมเสียทางเพศแบบสุดขั้วไปยั่วโมโหออสซีซึ่งบ่นว่าเรื่องที่เขาไม่รู้จักเวล่ำเวลาและกาลเทศะ (ทำเหมือนลืมไปว่าตัวเองเคยทำอะไรเอาไว้บ้างนะออสซี่!) หลังจากเล่นไม่กี่สัปดาห์ ออสซี่ก็ชกดอน คอสตาจนจมูกดอนหัก…และจากกันแต่นั้นไป…

อ้าว ลืมไป ว่าจะเขียนถึงวงวิชท์ไม่ใช่วงดาเมียนและดอส คอสตา…เอาเป็นว่าหลังจากนั้น ดอน คอสตาตั้งวงเอ็มเอ็ทตี (M80) มีงานออกมาสองชุด เยี่ยมในระดับ ควรหามาฟัง…

พังกี เปรูกับปีเตอร์ แวบิทท์กลับมาร่วมวงกันอีกครั้ง และได้รู้จักกับรอนน์ ทู (Ronn Too) จากวง เซอคิว เลยดึงมาเป็นมือกีต้าร์ และสุดท้าย ไมเคิล วิลเลียมส์ (Michael Williams) ก็มาเป็นมือเบส

และนี่คือสมาชิกยุคแรกของวิทช์

ภาพลักษณ์เหมือนจะลอกม็อทลีครูมาเลย

วิทช์ได้รับอิทธิพลมาจากวงเก่าอย่างอลิส คูเปอร์ สวีท ดีโอ พวกเขาซ่าส์ และก็บ้าพอจะแสดงบนเวที อย่างที่วงแกลมเมทัลยุคนั้นทำ แต่ราวเดือนสิงหาคม ทางวงไล่ไมเคิล วิลเลียมส์ออกเพราะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับสมาชิกคนอื่น ได้จิม วอร์แมน (Jim Warman) มาแทนที่

วิทช์ออกอีพีแผ่นแรกเดือนกรกฎาคมค.ศ. 1984 และมีปัญหายุ่งเหยิงทางด้านการเซ็นสัญญากับบริษัทอิสระ (ข้ามรายละเอียดตรงนี้ไปก็แล้วกัน  แต่เอาเป็นว่ามันเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ผิดพลาดครั้งสำคัญของวง) และด้วยปัญหาสารพัน ทำให้สมาชิกวงตัดสินใจไล่พังค์กี เปรูออกจากวงตามคำแนะนำของผู้จัดการวง ซึ่งไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา มิหนำซ้ำยังทำให้วงต้องแยกทางกันไปในอีก 3 เดือนหลังจากนั้น

ปลายปีค.ศ. 1985 ปีเตอร์ แวบิทท์กับพังค์กี เปรูกลับมาร่วมมือกันทำวงสปอยล์ดร็อทเทน (Spoiled Rotten) แต่พังค์กี เปรูต้องเจอปัญหาทางกฎหมายและไปใช้ชีวิตในเรือนจำระยะหนึ่ง ปีเตอร์ แวบิทท์พยายามประคับประคองสปอยล์ดร็อทเทนได้สักพักก็ปล่อยให้วงแยกย้ายกันไปคนละทาง หันไปร่วมวงเซอร์คัสเซอร์คัส  (Circus Circus) ร่วมกับรอนนี ทูอดีตเพื่อนร่วมวง

เมื่อพังค์กี เปรูสะสางปัญหาส่วนตัวได้แล้วก็กลับมาทำวิทช์อีกครั้ง แต่ไม่ยอมเชิญรอน ทูเพื่อนเก่าให้เข้าร่วมวงด้วยปัญหาส่วนตัวที่ค้างคากันมาตั้งแต่สมัยที่เขาโดนไล่ออกจากวงของตัวเอง!

สมาชิกใหม่ที่เข้ามาคือเดวิน เซ็นต์จอห์น (Davin St. John) กับสก็อต ริคเก็ตต์ (Scott Ricketts) และตามมาด้วยเดวิด เอซริน (David Ezrin) มือคีย์บอร์ด แต่ว่าสมาชิกยุค 6 คนนี้อยู่ไม่นาน ในที่สุดวิทช์กลับมาเป็นวงสี่คนเหมือนเดิม พร้อมด้วยรอน ทูมือกีตาร์คนเดิม ราวปลายปีค.ศ. 1988 และสมาชิกในยุคนี้ก็ตัดสินใจยุบวงในเดือนเมษายนค.ศ. 1989 เมื่อรู้สึกว่าพวกเขาคงไปไม่ได้ไกลกว่านี้แล้ว…

สิ่งที่น่าแปลกใจคือช่วงปีค.ศ. 1989 เป็นช่วงที่แกลมเมทัลกำลังรุ่งโรจน์จนถึงขีดสุด มีวงดนตรีหน้าใหม่ไร้ชื่อเสียงได้เซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่มากมาย แต่ทำไมวงระดับหัวแถวของลอสแอนเจลิสอย่างพวกเขาถึงไม่มีบริษัทไหนสนใจ?

คำถามนั้นตอบได้ยาก…และล่องลอยไปกับสายลม…

วิทช์กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2008 (แต่ไม่มี ปีเตอร์ แวบิทท์) ได้เบทซี่ (จากวง Bitch) มาร้องนำแทน (ช่วงนั้นเป็นช่วงที่วงจากยุค 80s กลับมาออกทัวร์กันมากมายหลายคณะ)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.