Led Zeppelin: Chapter 8 – Stairway to Heaven


เลดเซพพลินตัดสินใจที่จะทำอัลบั้มใหม่ทันที ทั้งที่อัลบั้ม เลดเซพพลินทรี เพิ่งออกวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1970 โรเบิร์ต แพลนต์กับจิมมี เพจหวนกลับไปหาแรงบันดาลใจในการทำงานที่โบรนาไรอาแต่แล้วก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเขียนเพลงในอัลบั้มใหม่อีกต่อไป ทั้งคู่จึงกลับมาสู่เมืองใหญ่และตรงดิ่งเข้าสตูดิโอเพื่อเขียนเพลงและบันทึกเสียงไปพร้อมกัน ตอนแรกพวกเขาทำงานกันในไอส์แลนด์สตูดิโอในลอนดอน แต่หลังคริสมาสต์พวกเขาก็ย้ายไปทำงานในเฮดลีย์แกรนจ์บ้านโบราณที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1795 (ซึ่งเคยใช้บันทึกเสียงบางเพลงในอัลบั้ม เลดเซพพลินทรี มาแล้ว) และที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่สร้างอัลบั้มลำดับที่ 4 ของเลดเซพพลิน

จอห์น บอนแนมเป็นคนเสนอให้เลดเซพพลินออกมาทำงานนอกสตูดิโอตั้งแต่อัลบั้ม เลดเซพพลินทรี เพราะว่าเขาไม่ค่อยชอบบรรยากาศในห้องบันทึกเสียง และทางวงก็ชอบเฮดลีย์แกรนจ์เพราะมันให้บรรยากาศของบ้านที่อบอุ่นมากกว่า เพลงในอัลบั้มใหม่ของพวกเขาหลายเพลงเขียนขึ้นที่นี่ อย่าง “เดอะแบตเทิลออฟอีเวนมอร์” เป็นต้น

และระหว่างซ้อมดนตรีหน้าเตาผิงไฟโรเบิร์ต แพลนต์ร้องขึ้นมาว่า “There’s a lady who’s sure, all that glitters is gold, and she buying a Stairway to Heaven” ซึ่งนำมาเป็นเนื้อเพลง “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” กลายเป็นเพลงอมตะตลอดกาลในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อกด้วยลักษณะที่โดดเด่นในเรื่องของโครงสร้างดนตรี ที่ไล่ระดับความแรงไปหาจุดไคลแม็กซ์ในช่วงท้ายที่ยอดเยี่ยมตราตรึง เลดเซพพลินบรรเลงเพลง  “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” บนเวทีครั้งแรกที่เบลฟาสต์อัลสเตอร์เฮล ในไอร์แลนด์เหนือ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1971 ขณะนั้นทั่วทั้งไอร์แลนด์เหนือเต็มไปด้วยความรุนแรง การจลาจลต่อต้านอังกฤษ (ในวันที่เลดเซพพลินเหยียบแผ่นดินไอร์แลนด์เหนือวันแรก ก็มีจลาจลและมีรายงานผู้เสียชีวิต)

ในคอนเสิร์ตคืนนั้นเลดเซพพลินก็ได้นำเสนอ “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” บนเวทีเป็นครั้งแรก โดยจิมมี เพจที่ใช้กีตาร์กิบสันสองคอเป็นอาวุธคู่กายเพื่อที่จะบรรเลงภาคกีตาร์ที่เรียบเรียงเอาไว้ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาพลักษณ์การใช้กีตาร์สองคอกลายเป็นภาพที่แฟนเพลงเก็บเอาไว้ในฐานะภาพคลาสสิกของวงการร็อกมาถึงทุกวันนี้ (แต่กีตาร์ที่ใช้โซโล่หลักในเพลงนี้ตอนบันทึกเสียงเป็นกีตาร์เฟนเดอร์เทเลคาสเตอร์)  และเวอร์ชั่นแสดงสดครั้งแรกนั้นยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ได้ฟังอยู่ในทุกวันนี้ จิมมียังเรียบเรียงดนตรีอีกหลายครั้งกว่าจะบันทึกเสียงเสร็จสิ้น โดยจิมมีตัดสินใจที่จะย้ายการบันทึกเสียงบางส่วนไปที่ไอส์แลนด์สตูดิโอในลอนดอน เพราะเห็นว่าที่เฮดลีย์แกรนจ์ไม่มีอุปกรณ์พอเพียงสำหรับการบันทึกเสียงที่ซ้อนทับการหลายชั้นอย่างที่เขาตั้งใจไว้

ทักษะที่โดดเด่นของจอห์น บอนแนมที่เห็นได้ชัดในเพลงก็คือช่วงที่เปลี่ยนผ่านจากการเล่นกีตาร์ 12 สายเข้าสู่ช่วงโซโล่กีตาร์ เพราะการจับบีตให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ต้องใช้สมาธิและความคุ้นเคยของสมาชิกในวงร่วมด้วย เวลาฟังรู้สึกเหมือนเปลี่ยนผ่านกันอย่างราบรื่น มาจากการคิดค้นโน้ตที่ลงตัว เอาแค่ง่าย ๆ อย่างท่อนอินโทรมันก็ติดหูคนง่ายจนภายหลังหนังตลกที่อิงแอบกับดนตรีร็อกเรื่อง เวนย์เวิลด์ ยังเอามาล้อเลียนในฉากร้านขายกีตาร์ติดป้ายไว้ว่า “No Stairway”  (คือมีคนเล่นเยอะจนเบื่อที่จะฟังแล้วนะ) แค่นั้นยังไม่พอ ถ้าใครเป็นคอเกมส์ อาจจะเคยเล่นเกมกีตาร์ฮีโรทูมาแล้ว ก็จะเห็นในช่วงโหลดเกมส์มันจะขึ้นหน้าจอว่า “No Stairway!” เหมือนกัน คล้ายกับว่าเพลงนี้กลายเป็นเพลงเบสิกที่คนเล่นร็อกกีตาร์ต้องเล่นได้อยู่แล้ว

เนื้อหาของ “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” โดนตีความไปมากมายหลายทาง ทั้งการลากเอาเนื้อเพลงเข้าไปเกี่ยวกับไบเบิล หรือคิดว่ามันเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งความคลุมเครือปล่อยให้คนฟังตีความตามจินตนาการของตัวเองก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างของเพลงนี้ที่ทำให้มันมีเสน่ห์ หลายคนคิดว่ามันต้องมีความนัยแอบแฝง เนื่องจากเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่บอกว่า “’cause you know sometimes words have two meaning…”   แต่ถ้าจะถามความเห็นส่วนตัว… ไม่ต้องคิดอะไรมาก มันอาจจะเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง (Lady) ที่เป็นพวกวัตถุนิยมสมบูรณ์แบบและคิดว่าเงินทองจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้..

แต่ที่โด่งดังอีกทางหนึ่งก็คือ ในเรื่อง “words have two meaning” ทำให้มีคนอุตริเอาแผ่นเสียงมาเล่นกลับทางกันและไปเจอข้อความที่ทำให้เกิดเป็นเรื่องเล่าลือกันต่อมาว่าเลดเซพพลินเกี่ยวพันกับปิศาจ!มี (บางทีก็นึกสงสัยเหมือนกันว่าคนที่คิดเรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรทำหรือ จึงได้มาทำอะไรแบบนี้) แล้วก็ไปเจอกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นข้อความลับที่เลดเซพพลินต้องการบอกให้แฟนเพลงได้รับรู้ถึงความเชื่อของพวกเขา

กรณีข้อความลับนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าลือในหมู่คนฟังเท่านั้น เพราะปี ค.ศ. 1982 เรื่องข้อความลับในเพลง “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ก็เข้าสู่แคลิฟอร์เนียสเตตแอสเซมบลี (California State Assembly – เป็นเหมือนกับสภาของรัฐ) เนื่องจากมีบาทหลวงท่านหนึ่งได้เทศน์ในรายการวิทยุถึงเรื่องเพลงนี้ และได้ไมเคิล มิลส์ จาค็อป อแลนซ่าและเจฟฟ์ฟ์ ก็อดวิน อาสาวิเคราะห์เสียงให้รู้แจ้งเห็นจริงว่ามันมีข้อความว่าอะไรแน่ ซึ่งในครั้งนั้นบันทึกเอาไว้อย่างเป็นทางการระบุว่าข้อความลับในเพลง   “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” คือ

I sing because I live with Satan.
The Lord turns me off – there’s no escaping it.
Here’s to my sweet Satan, whose power is Satan.
He will give you 666. I live for Satan.

การฟังเสียงจากการเล่นแผ่นเสียงย้อนกลับ ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าเชื่อถือ เพราะว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงที่คลุมเครือ  ลองฟังข้อความในช่วงเดียวกันจะมีคนฟังข้อความได้แตกต่างกัน ข้อความในบางแห่งจึงบอกว่าเนื้อหาลับในเพลงนี้เป็น

“There’s no escaping it
I will sing ‘cause I live with Satan
They gotta live for Satan.”

แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีคนไปหาเพลง “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ฉบับเล่นสดเมื่อปีค.ศ. 1976 มาลองหาข้อความลับ ปรากฏว่าได้ยินข้อความลับว่า

Forgive me Lord,
Forgive me Lord,
Forgive me Lord.

อันหลังนี้ไม่ดูเป็นข้อความเกี่ยวกับซาตานเท่าไหร่ แต่ว่ามันคงจะพอแสดงถึงความมั่วของข้อความว่ามันแล้วแต่คนจะคิดและจินตนาการถึงสิ่งที่คิดว่าตัวเองได้ยิน ซึ่งถ้ามันมีข้อความจริงน่าจะได้ยินแบบเดียวกัน ตรงนี้ฝ่ายที่คิดว่ามีการซ่อนข้อความก็โต้แย้งว่า ขนาดเพลงของบ็อบ ดีแลนที่ร้องว่า “The Answers my friends” ยังมีคนได้ยินเป็น “The Ants are my friends” เลย นับประสาอะไรกับเสียงลับที่ซ่อนเอาไว้ ก็อาจจะฟังไปคนละทางได้เหมือนกัน

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนุก เท่าที่ได้ลองเล่นกับข้อความย้อนกลับของเพลงนี้แล้วจะพบว่าระหว่างท่อนร้องที่ว่า “Words have two meanings” และ “thoughts are misgiven” ถ้าเอามาเล่นย้อนกลับ จะได้ยินถ้อยคำว่า “ Please backward. Hear words sung” และในช่วงที่ร้องว่า “If there’s a bustle in your hedgerow, don’t be alarmed now…” ถ้าลองเล่นแผ่นเสียงกลับหลัง จะได้ข้อความว่า

“Hail to my sweet Satan.
The one whose little path would make me sad, whose power is Satan.
He will give those with him 666.
There was a little toolshed where he made us suffer, sad Satan.”

ข้อความข้างต้นเป็นข้อความที่แพร่หลายโดยทั่วไป และเท่าที่ได้ลองทำดูบ้าง (แต่เนื่องจากไม่มีแผ่นเสียง เลยต้องใช้เพลงจากแผ่นซีดีแทน) ก็ได้ยินเสียงคล้ายๆ กับประโยคข้างต้น โดยส่วนตัว ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระที่สนุกดี ยิ่งถ้าคุณลองทำเพลงอื่นๆ ดูบ้างจะรู้ว่าการ “หาเรื่อง” มันไม่ใช่เรื่องยากเลย

ปฏิกิริยาของสมาชิกทั้ง 4 รวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกคน ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้ซ่อนข้อความลึกลับซับซ้อนอะไรไว้ในเพลงทั้งสิ้น เอ็ดดี เครเมอร์ ซาวนด์เอนจิเนียร์ที่บันทึกเสียงงานชุดนี้ให้ความเห็นสั้น ๆ ว่า พวกเขาจะเสียเวลาในสตูดิโอไปทำสิ่งโง่ ๆ  แบบนั้นทำไม”  ซึ่งทางฝ่ายที่เชื่อหัวปักหัวปำว่า จิมมี เพจขายวิญญาณให้ซาตานก็ตอกกลับไปว่า ทำไปเพื่อเป็นบรรณาการต่อซาตานยังไงล่ะ”

เนื่องจากจิมมี เพจ แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่าชอบงานเขียนของอเลสเตอร์ โครว์ลีย์ ทำให้หลายคนเชื่อมโยงลักษณะวิธีการแบล็กแมสของทางฝ่ายผู้นิยมลัทธินอกรีตที่จะมีวิธีสร้างรหัสเพื่อให้เกิด “Words have two meaning” และยังมีคนตีความว่า hedgerow น่าจะหมายถึงโบลสกีน (บ้านของอเลสเตอร์ โครว์ลีย์)

เรื่องนี้จิมมี เพจเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารว่าสำหรับตัวเขาแล้ว “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” เป็นเรื่องของสตรีคนหนึ่ง ที่ค้นหาความหมายของชีวิตและวิธีไปสู่สวรรค์ เมื่อเธอเห็นสัญลักษณ์ชี้ทางบนกำแพง ก้ได้รับคำเตือนว่าให้ไตร่ตรองให้ดี เพราะว่าบางทีมันมีมากกว่าหนึ่งความหมาย และอาจจะมีการตีความกันผิดก็ได้ แต่เขาไม่เคยใส่ข้อความลับใดๆ ลงไปทั้งสิ้น

ความโด่งดังของ “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ทำให้คนประมาณการว่าสถานีวิทยุจำนวน 67 แห่งที่เน้นเปิดเพลงแนวเอโออาร์และร็อกเคยเปิดเพลงนี้ประมาณ 5 รอบต่อวันในช่วง 3 เดือนแรก และในช่วง 9 เดือนต่อมาจะเปิดประมาณ 2 รอบต่อวัน ในช่วง 4 ปีถัดมาจะเปิดประมาณวันละครั้ง และจากนั้น 15 ปีจะเปิดประมาณ 2 หรือ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โปรดหยิบเครื่องคิดเลขมาคำนวณเคร่าว ๆ ว่าเฉพาะในอเมริกาเพียงแห่งเดียวเคยเปิดเพลงนี้กี่รอบแล้ว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.