ข้ามไปยังเนื้อหา

Megadeth: Symphony of Destruction


“Symphony of Destruction”– ซิมโฟนีออฟเดสทรักชัน- หรือ “มโหรีแห่งความหายนะ” ของเมกาเดธเป็นอีกหนึ่งเพลงที่แฟนเพลงคุ้นหูกันดี อยู่ในอัลบั้ม นับถอยหลังสู่การสูญพันธุ์ Countdown to Extinction จำได้ว่าเมื่อแรกฟังอัลบั้มนี้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่ามันสะอาดและเหมือนจะเบาลงกว่าเดิม แต่ก็มีหลายเพลงที่น่าสนใจ

ซิมโฟนี ออฟ เดสทรักชัน
You take a mortal man
And put him in control
Watch him become a god
Watch people's heads a'roll
A'roll, a'roll…

จับคนธรรมดาขึ้นมาหนึ่งคน แล้วก็ให้เขามีอำนาจ ให้เขาเป็นเสมือนพระเจ้าผู้กำหนดความเป็นไปของมวลมนุษย์ ให้ผู้คนได้สรรเสริญ

อันนี้เป็นไปได้ทั้งการพูดถึงระบบประชาธิปไตย และ หรืออาจจะหมายหมายถึงผู้มีอำนาจที่สร้างตัวขึ้นมาเองอย่างเช่น โจเซฟ สตาลิน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เหมา เจ๋อ ตุง โรนัลด์ เรแกน โดนัลด์ ทรัมป์ ฯลฯ (ยกตัวอย่างผู้นำประเทศรวมถึงราชวงศ์ทั้งหลายได้ทุกชื่อทุกคน ในอดีตถึงปัจจุบัน) แต่ทุกคนก็คือ “mortal man” หรือคนธรรมดา ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น แต่สามารถเข้าถึงและควบคุมอำนาจ ทำให้ผู้คนเชื่อฟังสรรเสริญ ไม่ต่างจากพระเจ้า

แต่ด้วยนัยยะทางเนื้อหา put him in control, Watch him become a god, Watch people’s heads a’roll มันน่าจะหมายถึงทฤษฎีสมคบคิดในการสร้าง “ผู้นำ” ขึ้นมาจากใครบางคน หรือ บางกลุ่ม ซึ่งจะกลายเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวดว่านักการเมืองหรือผู้นำที่ประชาชนศรัทธาคนนั้นแท้จริงเป็นแค่หุ่นเชิดของผู้ปกครองตัวจริงที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะเอาใครก็ได้มาปั้นให้ดูดีเป็นที่น่าศรัทธาของประชาชน และใช้เขาเป็นคนกำหนดทิศทางความเป็นไปตามต้องการ

Just like the Pied Piper
Led rats through the streets
We dance like marionettes
Swaying to the symphony of destruction

เหมือนกับคนเป่าปี่ที่นำฝูงหนูเดินไปบนถนน เราต่างเป็นเสมือนหุ่นเชิดที่เต้นไปตามมโหรีแห่งความหายนะ

เดฟ มัสเทนใช้นิทานเรื่องนักเป่าปีแห่งฮาเมล์น (Pied Piper of Hamelin) มาเปรียบเทียบ เรื่องนี้เป็นนิทานกริมม์ เล่าถึงนักเป่าปีผู้รับอาสาปราบหนูในเมืองฮาเมล์นแลกกับค่าจ้างก้อนใหญ่ โดยเขาเป่าปีเรียกให้หนูทั้งเมืองวิ่งตามเขาไปกระโดดแม่น้ำตายเอง แต่เมื่อทำสำเร็จชาวเมืองไม่ยอมจ่ายค่าจ้างเขาจึงเป่าปีเรียกเด็กทั้งเมืองให้เดินตามเขาไปกระโดดแม่น้ำเสียชีวิตเป็นการแก้แค้น

เปรียบเทียบให้เราเห็นภาพว่า การที่ประชาชนทำตามนักการเมืองหรือผู้นำแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็เหมือน หนู หรือ เด็กน้อย ที่เดินตามเสียงปีไปสู่ความตายนั่นเอง

Actin' like a robot
Its metal brain corrodes
You try to take its pulse
Before the head explodes
Explodes, explodes…

ทำตามไปเหมือนหุ่นยนต์ที่สมองโดนทำลายไปทีละน้อย พยายามจะคิดก่อนที่สมองจะระเบิด

เราแค่ทำตามไปเท่านั้นเอง ใช้ชีวิตตามคำสั่งไปจนวันตาย

Just like the Pied Piper
Led rats through the streets
We dance like marionettes
Swaying to the symphony

Just like the Pied Piper
Led rats through the streets
We dance like marionettes
Swaying to the symphony
Swaying to the symphony of destruction

The Earth starts to rumble
World powers fall
A'warring for the heavens
A peaceful man stands tall
A'tall, a'tall…

โลกเริ่มร่ำร้อง ผู้กุมอำนาจเริ่มเสื่อมอำนาจ เมื่ออำนาจที่แท้จริงไม่ได้มีอยู่จริง จะมีคนหยัดยืนขึ้นสู้เพื่อสิ่งที่ควร

เนื้อร้องท่อนนี้มองไว้สองอย่าง อย่างแรกมองในแง่ดีคือ พอถึงจังหวะหนึ่งซึ่งทรราชเหิมเกริมหนักข้อเข้า ก็จะมีคนออกมาต่อต้าน ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน!

แต่ถ้ามองเนื้อหาทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะประโยคที่เป็นหัวใจของเพลงนั่นคือ “มโหรีแห่งหายนะ” มันจะเป็นอีกอย่าง นั่นคือ เมื่อ “เด็กปั้น” คนเก่าเหลิงอำนาจ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นทุกข์จนถึงขั้นประท้วง ก็ได้เวลาสับเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ ใครบางคนหรือบางกลุ่มที่เป็นคนชักใยเบื้องหลังก็จะสร้าง “วีรบุรุษ” ขึ้นมาเป็นผู้นำของประชาชน และผลักเขาเข้าสู่อำนาจ และมันก็จะเป็นวงจรนี้ไปเรื่อย ๆ ประชาชนก็เป็นเพียงหนูที่เดินตามคนเป่าปี่เท่านั้น

หมายเหตุ: เพลงนี้เวลาแสดงสดจะได้ยินคนดูร้องตามริฟฟ์ ประโยคที่ร้องคือ Megadeth, Megadeth, aguante Megadeth มีต้นกำเนิดมาจากคอนเสิร์ตในอาเจนตินา…และแพร่หลายไปทั่วโลก (รวมถึงไทยด้วย ตอนเมกาเดธมาเล่นที่เมืองไทยก็มีคนร้องเหมือนกัน)

นักเป่าปีแห่งฮาเมล์น

นิทานเรื่องนักเป่าปีแห่งฮาเมล์น นี้มีหลายแบบ หลายผู้ประพันธ์ (เรียบเรียง) อย่างเช่น โยฮัน วูล์ฟแกง ฟอน เกอเธ่ เขียนบทกวีเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปีค.ศ. 1803  พี่น้องกริมม์เรียบเรียงและแต่นิทานเมื่อปีค.ศ. 1816  โรเบิร์ต บราวนิง เขียนบทกวีในปีค.ศ. 1894

เรื่องที่โด่งดังที่สุดมาจากการเล่าเรื่องโดยพี่น้องกริมม์ ในชื่อเยอรมันว่า Rattenfänger von Hameln “นักเป่าปีแห่งฮาเมล์น” เนื้อหาหลักก็จะเป็นชายคนหนึ่งในเสื้อหลากสีสันมาขโมยเด็กทั้งหมดไปจากเมืองฮาเมล์น ในเยอรมัน โดยเล่าว่าเขารับจ้างชาวเมืองกำจัดหนู โดยเป่าปีของเขานำหนูไปจากเมือง แต่เมื่อชาวบ้านไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง เขาจึงเป่าปีร่ายมนต์นำเด็กทั้งหมดไปจากเมือง

ความน่าสนใจมันอยู่ที่นิทานเรื่องนักเป่าปีแห่งฮาเมล์นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง

หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับเรื่องเล่านี้อยู่ที่ลวดลายกระจกแก้วประดับในวิหารแห่งฮาเมล์น จัดทำขึ้นในช่วงประมาณปีค.ศ. 1300  (ของเก่าดั้งเดิมโดนทำลายไปเมื่อปีค.ศ. 1660 แต่ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบเห็น) และมีหลักฐานในจดหมายเหตุของเมืองในปีค.ศ. 1384 ว่า “ครบรอบ 100 ปีที่เด็กเด็กของเราหายไป” นั่นหมายความว่ามีเหตุการณ์เด็กหายไปจากเมือง เมื่อประมาณปีค.ศ. 1284 (อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องถือว่าเป็นเรื่องเล่าประเภทตำนานเมืองไว้ก่อน เพราะหลักฐานชิ้นนี้เขียนในวาระครบรอบ 100 ปี ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์ ณ วันเกิดเหตุ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในรายละเอียด)

ในเรื่องเล่านั้นมีแต่เรื่องเด็กหายไปหมดเมือง ไม่ได้เอ่ยถึงหนูมาทำความเดือดร้อนรำคาญแต่อย่างใด มีทฤษฎีว่า น่าจะเป็นเหตุการณ์เด็กเสียชีวิตจากเหตุธรรมชาติ (ติดเชื้อโรค – โรคระบาด) พร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจจะไม่ถึงขั้นหมดเมือง ส่วนคนเป่าปี่เป็นแค่สัญลักษณ์ บ้างตั้งทฤษฎีว่าการระบุว่าเด็กเสียชีวิตจากการกระโดดแม่น้ำวีซาร์ อาจจะเกิดจากเหตุดินถล่มบริเวณริมแม่น้ำวีซาร์ก็ได้ หรือแม้กระทั่งว่าเด็กเดินทางจาริกแสวงบุญ (มีเรื่องเล่าว่ากลุ่มเด็กกว่าสามหมื่นคนร่วมเดินทางจาริกแสวงบุญไปเยรูซาเล็ม – ส่วนใหญ่ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อค.ศ. 1212)

ปรับปรุงล่าสุด 6 เมษายน 2563

1 ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: