Travis is back with J Smith


ตอนที่ทราวิสปล่อยเพลง “เจ. สมิธ” ออกมาชิมลาง  (โดยมีอีพีแบบจำกัดจำนวนแค่ 1,000 แผ่นวางจำหน่ายวันที่ 30 มิถุนายน) เสียงตอบรับจากแฟนเพลงส่วนใหญ่ค่อนข้างประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลงของบทเพลง มีหลายคนที่ฟังแว๊บแรกแล้วคิดว่าไม่ใช่เพลงของทราวิสด้วยซ้ำ

“มันคือร็อกโอเปราที่มีความยาว 3 นาที” ฟราน ฮีลลีอธิบายถึงเพลงใหม่ “เจ. สมิธ” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนทางซาวนด์ดนตรีครั้งสำคัญที่ละทิ้งซาวนด์อคูสติกอย่างที่เคยมีในอัลบั้มก่อน มาเป็นสำเนียงร็อกมากขึ้น แอนดี ดันล็อป (มือกีตาร์) ได้แสดงฝีมือกีตาร์มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงเสียงร้องประสานช่วงท้ายเพลงให้บรรยากาศเพลงคล้ายกับซาวน์แบบวงควีนยุค 1970 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับทราวิส เพราะถ้ามองย้อนกลับไปถึงอัลบั้มแรก กู้ดฟิลลิง (Good Feeling) ปีค.ศ. 1997 ก็มีซาวน์ร็อกหนักแบบนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อพวกเขาหันมาอัลบั้มถัดมาคือ เดอะแมนฮู (The Man Who) ในปีค.ศ. 1999 ได้หันมาสอดแทรกท่วงทำนองและซาวน์อคูสติกเข้าไปมากจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนเพลงจดจำตั้งแต่นั้นมา

อัลบั้ม เดอะแมนฮู ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรฯ มีเพลงฮิตอย่าง “วายดาสอิตออลเวย์สเรนออนมี?” และ “ไรต์ติงทูรีชยู” นอกจากนี้ยังคว้าบริตอวอร์ดสมาครอบครองได้ถึง 2 รางวัลคือวงดนตรีบริติชยอดเยี่ยม และอัลบั้มบริติชยอดเยี่ยม พวกเขาเล่นร็อกสุขุมลุ่มลึก สร้างสีสันด้วยการแทรกสำเนียงอคูสติกในอัตราที่ค่อนข้างมากพอสมควร กลายเป็นสไตล์อะดัลต์-โอเรียนต์ด-อินดี (Adult-Oriented-Indie) ที่วงอย่าง สโนว์พาโทรลและโคลด์เพลย์ รับอิทธิพลมาเต็ม ๆ โดยเฉพาะ คริส มาร์ติน (นักร้องนำวงโคลด์เพลย์) เคยให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุบีบีซีเรดิโอวันว่าถ้าไม่มีทราวิสก็ไม่มีวงอย่างโคลด์เพลย์

แต่ถึงจะได้รับรางวัลและคำชื่นชมมากมาย ทราวิสก็ยังคงเป็นวงที่ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาตั้งชื่ออัลบั้มถัดมาว่า ดิอินวิซิเบิลแบนด์ (The Invisible Band – วงดนตรีล่องหน) ซึ่งสื่อความนัยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเพลงที่พวกเขาทำออกมาไม่ใช่ตัวพวกเขาเอง

แต่ความสำเร็จของพวกเขาก็มาสะดุดลงในอัลบั้ม 12 เมโมรีส์ (12 Memories) ซึ่งมีธีมเกี่ยวกับสงครามอีรักและเหตการณ์ 11 กันยาฯ อัลบั้มได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดีแต่อารมณ์ทะมึนบรรยากาศหดหู่เศร้าซึม ส่งผลให้อัลบั้มนี้ได้ผลตอบรับจากแฟนเพลงค่อนข้างเงียบผิดปกติ จากยอดจำหน่ายแตะหลักสองล้านชุดเหลือเพียงสามแสนชุดเท่านั้น และอาจจะด้วยเหตุผลด้านความล้มเหลวในเรื่องยอดจำหน่ายทำให้ทราวิสเงียบหายไปเกือบสี่ปี ฟราน ฮีลลีบอกติดตลกว่าเขาเว้นช่วงเพราะทนความร้อนแรงของวงอย่างสโนว์พาโทรลกับ โคลย์เพลย์ไม่ได้ (แต่สาเหตุจริงคือฟราน ฮีลลี่ และ แอนดี ดันล็อป (มือกีตาร์) กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ไปเสียแล้ว เลยต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น)

หลังจากเงียบหายไปนาน ทราวิสกลับมาสร้างความประหลาดใจให้แฟนเพลงด้วยซิงเกิล “โคลสเซอร์” ที่สดใสร่าเริงและไพเราะผิดปกติจนแฟนเพลงนึกว่าจะเปลี่ยนแนวทางไปแล้ว แต่พออัลบั้ม เดอะบอยวิธโนเนม (The Boy With No Name) ออกมา เพลงส่วนใหญ่ก็ยังมีอารมณ์สุขุมนุ่มลึกเหมือนเดิม “เราทำเพลงที่มีความสุขเคล้าความเศร้าได้ยอดเยี่ยมกว่าคนอื่น ถึงแม้ว่าเราจะทำเพลงที่มีจังหวะคึกคัก แต่ก็ยังมีความเศร้าแฝงอยู่ มันแปลก ๆ นะ แต่ว่ามันออกมาแบบนั้นเอง มันมาจากจิตใต้สำนึกของเราและเรายังมองไม่เห็นว่าจะมีใครทำได้ดีเท่าพวกเรา ฟราน ฮิลลี่ ให้สัมภาษณ์ไว้แบบนั้น

และในปีนี้ พวกเขาบันทึกเสียงอัลบั้มลำดับล่าสุด โอดทูเจ สมิธ (Ode to J. Smith) เสร็จเรียบร้อย โดยฟราน ฮีลลี่ให้เหตุผลที่ต้องรีบบันทึกเสียงอัลบั้มนี้ให้เสร็จโดยเร็วก็เพราะ ดูกี เพนย์มือเบสจะเป็นพ่อคนครั้งแรกในเดือนมีนาคมและจะขอลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวบ้าง ถ้าเขารอให้ดูกีกลับมาจากการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวคงจะช้าไป เลยรีบบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่ให้เสร็จก่อนเดือนมีนาคม (สมาชิกวงเขียนบล็อกถึงความคืนหน้าในการทำอัลบั้มเป็นระยะ ติดตามอ่านได้ที่ www.travisonline.com)

สำหรับแฟนเพลงชาวไทยเตรียมตัวพบกับคอนเสิร์ตของทราวิสได้ในวันที่  29 กรกฎาคมนี้   โดยจะมีซิมเปิลแพลนเป็นวงเปิดที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.