Led Zeppelin: Chapter 14 – The Song Remains the Same


นอกเหนือจากเรื่องการเปิดบริษัท สวอนซองสจะทำให้การทำอัลบั้มใหม่ล่าช้าแล้ว และระหว่างที่กำลังทำอัลบั้มใหม่ พวกเขาก็มีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีก นั่นคือภาพยนตร์ที่บันทึกเก็บเอาไว้ระหว่างออกทัวร์ เฮาส์ออฟเดอะโฮลี ซึ่งได้ โจ มาซซอต มาเป็นผู้กำกับ โดยโจอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาในแบบกึ่งสารคดี ไม่ใช่บันทึกการแสดงสดเพียงอย่างเดียว ตอนแรกคิดจะให้เป็นการสัมภาษณ์สมาชิกแต่ละคน แต่ว่าโจไม่อยากให้ทำอะไรซ้ำซาก เขาอยากให้มันออกมาในแบบที่สามารถแสดงตัวตนของแต่ละคนผสมผสานเข้าไปกับภาพการแสดงสด

ที่สำคัญมันต้องไม่ไปซ้ำกับ บอร์นทูบีกี ของ ทีเร็กซ์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ปีค.ศ. 1972 จากการกำกับของริงโก สตาร์แห่ง เดอะบีตเทิลส์ ที่มีทั้งภาพบันทึกการแสดงสดจากเวมบลีย์และภาพจากในสตูดิโอ

แต่การจะทำให้มันแตกต่างไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคแรกก็คือวิถีชีวิตของเลดเซพพลินเอง เพราะว่าถ้าไม่ได้อยู่ในสตูดิโอหรือว่าซ้อมดนตรี สมาชิกแต่ละคนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตกับครอบครัว ต้องแยกถ่ายกันคนละทางและคนละไอเดีย และตกลงกันว่าจะทำให้เป็นแฟนตาซีเพื่อแสดงออกถึงบุคลิกเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งฉากต่าง ๆ เหล่านี้ถ่ายเก็บเอาไว้ในช่วงต้นปีค.ศ. 1974

ตอนที่คิดไว้ในครั้งแรกโรเบิร์ต แพลนต์อยากขี่ม้าเป็นอัศวินตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ จอห์น บอนแนม เลือกที่จะขี่ฮาร์ลีย์เดวิดสันพร้อมกับดริฟฟ์รถเล่นสนุกสนาน ฉากเหล่านี้ต้องนำมันตัดต่อรวมกับภาพยนตร์ที่ถ่ายจากคอนเสิร์ตที่เมดิสันสแควร์การ์เดนแต่หลังจากพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะทำให้ถูกใจสมาชิกทั้ง 4 ของเลดเซพพลิน และปีเตอร์ แกรนต์ ผู้จัดการวง ทำให้โจขอลาออกจากโปรเจ็คต์นี้ ซึ่งถ้าไม่ออกเองก็คงจะโดนไล่ออก เพราะหลังจากเอาฟิล์มที่ตัดต่อเรียบร้อยไปฉายให้สมาชิกวงและ ปีเตอร์ แกรนต์ดู ปรากฏว่าสมาชิกของเลดเซพพลินเกลียดเวอร์ชั่นที่ได้เห็นกันถ้วนหน้าปีเตอร์ แกรนต์ได้ติดต่อกับปีเตอร์ คริฟฟอร์ดให้รับหน้าที่จัดการเรื่องภาพยนตร์ต่อจากโจ มาซซอต ซึ่งเมื่อปีเตอร์ คริฟฟอร์ดได้เห็นเวอร์ชั่นการตัดต่อครั้งแรกถึงกับอึ้ง แต่ก็ยอมรับที่จะจัดการเรื่องตัดต่อฟิล์มต่อให้ โดยมีข้อแม้ว่าเขาจะเป็นคนจัดการเรื่องสคริปต์และการถ่ายทำฉากที่จำเป็นใหม่  ตอนที่เขารับทำงานนี้เป็นเดือนมีนาคม แต่จนถึงสิ้นปีก็ยังจัดการตัดต่อไม่เสร็จ !

ปัญหาหลักคือเรื่องของฟิล์มที่โจ มาซซอตใช้ถ่ายในเมดิสันสแควร์การ์เดนเป็นฟิล์มแบบ 16 มม. ซึ่งถ้าเอามาฉายขยายให้เป็นฟิล์ม 36 มม. มันจะได้ภาพที่แตกเบลอ ปีเตอร์ คริฟฟอร์ดไปเจอฟิล์ม 35 มม. ที่โจถ่ายเก็บไว้บ้างเหมือนกัน แต่มันมีทั้งหมดประมาณ 400 ฟุตเท่านั้น และเมื่อเอามาดู เขาก็พบว่าไม่มีเพลงไหนที่มีถ่ายเก็บไว้ได้ครบเลย เรียกได้ว่าเงินจำนวน 85,000 เหรียญสหรัฐที่ใช้ไปในการถ่ายทำในช่วงวันที่ 27 ถึง 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1973 แทบจะสูญเปล่า

ปีเตอร์ คริฟฟอร์ดแก้ปัญหาด้วยการถ่ายภาพการแสดงดนตรีของเลดเซพพลินโดยที่สมาชิกแต่ละคนแต่งตัวแบบที่ใส่ตอนเล่นที่เมดิสันสแควร์การ์เดนเพื่อจะได้เอาภาพไปใช้รวมกับฟิล์มที่ถ่ายมาจากเมดิสัน สแควร์การ์เดน แต่ก็มีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าขอ จอห์น พอล โจนส์ที่แตกต่างไปจนเห็นได้ว่าถ่ายกระโดดไปกระโดดมาทำให้การตัดต่อเพื่อที่จะผสม 3 คืนให้เป็นเนื้อเดียวกันเป็นไปได้ยากมากขึ้นไปอีก โดยจอห์น พอล โจนส์บอกภายหลังว่ามาจากการสื่อสารที่ผิดพลาด เขาคิดว่าในคืนถัดมาจะไม่มีการถ่ายภาพยนตร์

จิมมี เพจไปรับงานนอกด้วยการรับทำดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง ลูซิเฟอร์ไรซิง ของเคนเนธ แองการ์ แถมยังให้เคนเนธเอาภาพยนตร์มาตัดต่อในห้องใต้ถุนในบ้านของเขาอีกต่างหาก เคนเนธเป็นนักทำภาพยนตร์ใต้ดินที่หลงใหลมนต์ดำและเรื่องศาสตร์นอกรีตเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับแอนตัน ลาวีย์ ผู้ก่อตั้งโบถส์ซาตานในลอสแอนเจลิสด้วย การร่วมงานของทั้งคู่จึงเป็นที่ฮีอฮาว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่สื่อถึงเรื่องนอกรีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่จิมมี เพจก็ไม่ได้ทำงานนี้อย่างเต็มที่นักเพราะว่าเขาใช้เวลาไปทำอย่างอื่นเสียมากกว่า อย่างเช่นช่วยเล่นให้แบดคัมปานีในช่วงวงแบดคัมปานีทัวร์อเมริกา ทำให้ต้องเสียเวลาเป็นปีกว่าจะทำดนตรีประกอบภาพยนตร์เสร็จ และเมื่อเขากลับมาดู ลูซิเฟอร์ไรซิง ฉบับตัดต่อเรียบร้อยเขาก็ประทับใจถึงขนาดหอบเอาฟิล์มไปให้ปีเตอร์ คริฟฟอร์ดดู แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานจิมมี เพจก็มีปัญหาบาดหมางกับเคนเนธ แองการ์ จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พังทลายและ เคนเนธออกมาด่าภายหลังว่าจิมมีมัวแต่เอาเวลาไปหาสาว ๆ มากกว่าทำดนตรี แถมยังไม่ได้สนใจเรื่องของมนต์ดำอะไรอย่างที่ใครนึกเพราะเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยนอกจากการใช้เงินสะสมให้เป็นเครื่องประดับบารมีมากกว่า ด้วยเหตุนี้ภาพยนตร์ ลูซิเฟอร์ไรซิง จึงไม่มีเสียงดนตรีจากฝีมือของจิมมี เพจ แต่ว่าต่อมาก็มีอัลบั้มบู้ทเลกออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันจนได้

ช่วงครึ่งปีหลังของค.ศ. 1974 สมาชิกเลดเซพพลินใช้เวลาหมดไปกับการใช้ชีวิตส่วนตัว สลับกับต้องมาออกปาร์ตี้เปิดอัลบั้มใหม่ของศิลปินในสังกัด สวอนซองส เป็นระยะ แต่จริงแล้วสมาชิกเลดเซพพลินไปปักหลักทำอัลบั้มใหม่ที่เฮดลีย์แกรนต์แต่เดือนพฤศจิการยน ค.ศ. 1973

แต่หลังจากทำงานไปได้เล็กน้อยก็ต้องหยุดทำงานชั่วคราวเนื่องจากจอห์น พอล โจนส์ประสบปัญหาทางด้านสุขภาพ และอีกประการก็คือในช่วงปลายปีค.ศ. 1973 ทางกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (OPEC) งดส่งน้ำมันให้โลกตะวันตกอันเนื่องมาจากโลกตะวันตกสนับสนุนประเทศอิสราเอลซึ่งมีกรณีพิพาทยืดเยื้อมานาน ทำให้ประเทศอังกฤษและอีกหลายๆ ประเทศต้องออกมาตรการประหยัดพลังงาน โดยในเดือนมกราคม 1974 ทางอังกฤษ “ขอร้อง” ให้จัดระบบวันทำงานเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ ส่งผลให้สตูดิโอหลายแห่งต้องปิดตัวชั่วคราว ซึ่งวิกฤติในครั้งนั้นรุนแรงมาก แต่ว่าเลดเซพพลินก็แก้ปัญหาตามประสาคนมีสตางค์ด้วยการขนเครื่องปั่นไฟของตัวเองไปติดตั้งที่เฮดลีย์แกรนจ์เองเลย

แต่นั่นก็ทำได้เพียงบันทึกเสียงเก็บเอาไว้ เพราะการทำงานขั้นสุดท้ายในสตูดิโอที่มีเครื่องมือพร้อมยังเป็นสิ่งที่เลดเซพพลินได้แต่รอ และระหว่างรอคอยนั้น จิมมี เพจพบว่าตัวเองมีเพลงหลงเหลือมาจากงานในอัลบั้มก่อน บางเพลงบันทึกเสียงไว้สำหรับอัลบั้ม เลดเซพพลินทรี ก็มี แต่เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะยังมีข้อติติงเล็กน้อยจากสมาชิกคนอื่น ซึ่งเขาก็จัดการเอามาให้สมาชิกคนอื่นช่วยกันตกแต่งใหม่ไม่ให้เสียของไปเปล่า ทำให้พวกเขามีวัตถุดิบเพียงพอจะทำสองอัลบั้มได้สบาย

หลังจากทำงานตั้งแต่ปลายปีค.ศ. 1973 จนถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1974 นิตยสารเอ็นเอ็มอีก็ได้ลงรีวิวพิเศษถึงอัลบั้มใหม่ของเลดเซพพลินแบบเพลงต่อเพลงเป็นอภินันทนาการพิเศษจาก จิมมี เพจ

แต่ว่าด้วยปัญหาทางธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่เก็บในอัตราหฤโหดทำให้ปีเตอร์ แกรนต์กับที่ปรึกษาทางบัญชีต้องมาประชุมเครียดในการหาทางจ่ายภาษีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และข้อสรุปทีได้ก็คือ สมาชิกของเลดเซพพลินจะต้องย้ายไปจากอังกฤษ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเลี่ยงภาษี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.