Metallica: Chapter 17 – Death Magnatic


ฟิล โทวล์เคยบอกไว้ตอนที่ เซนต์แองเกอร์ ออกใหม่ ๆ ว่าผลงานการบำบัดของเขาจะไม่เห็นผลในงานชุด เซนต์แองเกอร์ แต่จะเห็นผลในงานที่ออกต่อจากนั้น อาจจะเป็นเพลงคำพูดแก้ตัวที่ผลงานชุดนั้นโดนแฟนเพลงเมทัลลิกาด่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์

แต่พอเดธแม็กเนติกออกมาจริง แฟนเพลงของเมทัลลิกาคงนึกขอบคุณที่ฟิลมาช่วยบำบัดวงเมทัลลิกา เพราะถ้านี่ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี มันก็เป็นผลงานชุดแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่เมทัลลิกากลับมาทำงานในแบบเมทัลลิกาได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

งานชุดนี้ไม่มีโปรดิวเซอร์ที่ชื่อบ็อบ ร็อกซึ่งคุมงานของเมทัลลิกาทั้งหมดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 1990 เหตุผลคงไม่มีอะไรมากไปกว่าความล้มเหลวของอัลบั้ม  เซนต์แองเกอร์ ซึ่งทำให้เมทัลลิกาเริ่มเล็งเห็นว่าบ็อบ ร็อกเริ่มไม่สามารถทำงานร่วมกับพวกเขาได้อีกต่อไป (อันที่จริงจะเรียกว่า เซนต์แองเกอร์ ประสบความล้มเหลวก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก เพราะอัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตและขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่น) ทำให้พวกเขาตัดสินใจในปีค.ศ. 2006 ว่าจะมองหาโปรดิวเซอร์คนใหม่มาคุมงานของเมทัลลิกาซึ่งผลที่ออกมาก็คือคนที่แฟนเพลงเมทัลรู้จักกันดี ริก รูบิน

ริก รูบินสร้างชื่อเสียงมาในช่วงต้นทศวรรษ 80 กับวงฮิปฮ็อปหลายวง แต่ที่โดดเด่นมากจากฝีมือการปั้นของเขาก็คือบีสตีบอยส์ที่เขาเกลี้ยกล่อมเด็กหนุ่มวงพังก์ข้ามสายพันธุ์มาเป็นฮิปฮ็อปผิวขาวที่ดังระเบิด รวมทั้งวง รัน-ดีเอ็มซีที่บุกเบิกดนตรีแร็ปเอาไว้มากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่โด่ดเด่นในแวดวงร็อกก็คือริก รูบินเป็นคนแรก ๆ ที่พยายามข้ามสายพันธุ์ร็อกกับแร็ปให้มาบรรจบพบกัน โดยนำเอาแอโรสมิธมาร่วมงานกับรัน-ดีเอ็มซีในเพลง “วอล์กดิสเวย์” ซึ่งช่วยให้แอโรสมิธฟื้นคืนชีพกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งด้วย

พอริก รูบินมาเปิดบริษัทเดฟอเมริกันของตัวเองในลอสแอนเจลิส เขาก็เริ่มเซ็นสัญญากับวงในสายร็อกและเมทัลเต็มตัวเช่น สเลเยอร์ แดนซิก และดูแลการผลิตวงดนตรีมากมายหลายวง เช่น เรดฮอตชิลลีเปปเปอรส์ เอซี/ดีซี ซิสเต็มออฟเดอะดอว์น สลิปน็อต เป็นต้น ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้เขาในฐานะโปรดิวเซอร์มือทองอีกคนในแวดวงร็อก

“ริกจะบอกพวกเราเสมอว่า คิดอย่างที่เราเคยคิดเมื่อปี 1985 ลองทำอย่างที่เราเคยทำในปี 1985 ฟังเพลงอย่างที่เราฟังในปี 1985 ทุกสิ่งทุกอย่างคือการย้อนกลับไปในปี 1985” ลาร์ส อัลริชเปิดเผยเบื้องหลังการทำงานกับริก รูบินที่พวกเขาเลือกมาให้นำพลพรรคเมทัลลิกากลับสู่การยอมรับนับถือจากแฟนเพลงอีกครั้ง และ เดธแมกเนติก ขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ด 200 ตามความคาดหมาย ทำให้เมทัลลิกาเป็นวงแรกที่ทำอัลบั้มขึ้นอันดับหนึ่งได้ถึง 5 อัลบั้มติดต่อกัน

“เนื้อหาหลักของอัลบั้มนี้ก็คือ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องตายแน่นอน” เจมส์ เฮตฟิลด์เปิดปาก “ชื่อนี้ในตอนแรก ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึง เลนน์ สตาลีย์ (นักร้องนำอลิซอินเชนส์) และบรรดาผู้ที่ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนวันตาย แม้ว่าจะต้องเผชิญความยากลำบากและเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม”

อัลบั้มเปิดมาด้วยเสียงหัวใจเต้นจากนั้นก็ขึ้นอินโทรด้วยเสียงสะอาดใสใน “แดตวอสจัสต์ยัวร์ไลฟ์” จากนั้นเสียงเครื่องดนตรีทั้งหลายก็โหมกระหน่ำเข้าสู่โสตประสาทของคนฟัง พวกเขาเลือกที่จะให้คนฟังคุ้นเคยกับซาวนด์ของเมทัลลิกาด้วยอินโทรที่ยาวเกือบ 2 นาที ก่อนที่เสียงร้องของเจมส์ เฮตฟิลด์จะเข้ามา

เพียงแค่เพลงแรก แฟนเก่าที่เคยรู้สึกเหมือนกับว่าจะหมดหวังในวงเมทัลลิกาคงจะรู้สึกว่างานนี้น่าจะมีอะไรดี ๆ ให้ฟังกันบ้าง หลังจากที่เมทัลลิกาเปลี่ยนสไตล์ดนตรีมามากมายจนแทบไม่เหลือความเป็นเมทัลลิกาในแบบเดิม เพลงถัดมา “ดิเอนด์ออฟเดอะไลน์” น่าจะเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นเมทัลลิกาได้ดี เพราะมันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างบทเพลงในสมัย …แอนด์จัสติซฟอรด์ออล กับงานในช่วง โหลด และ รีโหลด

“มันไม่ใช่เพลงในแบบเก่าเสียทีเดียว” เจมส์ เฮตฟิลด์ให้สัมภาษณ์ “มันยังมีอะไรที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่มากเหมือนกัน” แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แฟนเพลงก็จับร่องรอยของความเป็นเมทัลลิกาแบบเก่าได้หลายอย่าง เช่นความยาวของบทเพลงที่ยาวมาก (เกือบทั้งหมดยาวมากกว่า 7 นาที) นอกจากนี้ “ซูไซด์แอนด์รีเดมป์ชัน” ยังทำให้แฟนเพลงประหลาดใจเพราะเป็นเพลงบรรเลงเพลงแรกนับจาก …แอนด์จัสติซฟอรด์ออล เป็นต้นมา

ในสมัยแรกเมทัลลิกาจะแทรกเพลงบรรเลงเอาไว้ในอัลบั้มด้วยเสมอ แต่พอพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองในแบล็กอัลบั้ม ก็ไม่ได้มีเพลงบรรเลงอีกเลย คราวนี้พวกเขานำมันกลับมาพร้อมกับเสียงกีตาร์โซโล่ของเคิร์ก แฮมเมตต์ที่หายไปในอัลบั้ม เซนต์แองเกอร์ ได้ปลอยฝืมือกันเต็มที่ ส่วนโรเบิร์ต ทรูจจิลโล ถึงแม้ว่าจะโดนมิกซ์เสียงไม่ค่อยเด่นแต่ก็วาดลวดลายเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม ทำให้แฟนเพลงหายสงสัยว่าทำไมเมทัลลิกาถึงได้เลือกเขามาเป็นมือเบสของวง

เนื้อหาใน เดธแม็กเนติก ยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเมทัลลิกาในอดีต “ผมเขียนเนื้อเพลงจากสิ่งที่ผมรู้สึก” เจมส์ เฮตฟิลด์อธิบายเนื้อหาของอัลบั้มซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความตายเป็นส่วนใหญ่

หลังจากที่อัลบั้มออกมาได้ไม่นาน แฟนเพลงก็บ่นในเรื่องการมิกซ์เสียงที่ดูเหมือนจงใจจะเพิ่มระดับความดังให้มากขึ้นจนไร้มิติทางเสียงเท่าที่ควร แต่ลาร์ส อัลริชกลับบอกว่าเขาพอใจกับโปรดักชันของอัลบั้มนี้ มันไม่ได้มีส่วนเสียหายอย่างที่คนวิจารณ์กันแต่อย่างใด มีคนลองเอาแทร็กที่ปล่อยในกีตาร์ฮีโรมามิกซ์ใหม่ ได้เสียงที่ดีมีไดนามิกซ์มากกว่าอัลบั้มเสียอีก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.