Britny Fox


Britny Fox – บริตนีฟ็อกซ์ เป็นวงดนตรีจากฟิลาเดเฟีย ถิ่นเดียวกับซินเดอเรลลา และมีความเกี่ยวโยงกับวงซิลเดอเรลลาโดยตรงเพราะไมเคิล เคลลี สมิธ (Michael Kelly Smith ชื่อจริง ไมเคิล เฌอร์มิก Michael Schermick) มือกีตาร์และโทนี เดสตรา (Tony Destra) มือกลองนั้นโดนไล่ออกมาจากวงซิลเดอเรลลา เพราะบริษัทต้นสังกัดเห็นว่าไม่เข้ากับวงเท่าไหร่

หลังจากแยกย้ายไปคนละทาง ไมเคิลตั้งวงของตัวเอง ได้พบกับ บิลลี ไชลดส์ (Billy Childs) มือเบส แต่บิลลีอยู่กับวงไม่กี่เดือนก็ลาออก จนกระทั่ง ไมเคิลได้พบกับ “ดิสซี” ดีน เดวิดสัน (Dizzy Dean Davidson) นักร้องนำ บิลลีก็กลับมาร่วมวงอีกครั้ง โดยมีโทนี เพื่อนเก่าของไมเคิลกลับมาตีกลองให้ด้วย

บิลลีเล่าว่า “เราเป็นมืออาชีพตั้งแต่เริ่มต้น เราไม่ใช่เพื่อนที่ตัดสินใจตั้งวงเล่นด้วยกัน เราเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน และต้องการคนที่จะมาช่วยทำให้มันเป็นจริง เราแค่เป็นคนที่มาเจอกันในตอนนั้น ถึงแม้ว่าตอนนั้นผมจะเคยเล่นกับดีนและไมก์มาก่อน แต่ผมไม่เคยเจอโทนีมาก่อน เราไม่ใช่วงดนตรีที่จะไปสังสรรค์ด้วยกันนอกเวลางาน เรามักจะแยกไปตัวใครตัวมัน”

ดีน เดวิดสันมีเชื้อสายบรรพบุรุษมาจากเวลส์ และมีตราประจำตระกูลเป็นรูปสุนัขจิ้งจอก เลยตั้งวงว่า บริตนีฟ็อกซ์ ตอนนั้นพวกเขาปักหลักที่ฟิลาเดลเฟีย สร้างชื่อเสียงได้พอสมควร และเมื่อซินเดอเรลลาดังขึ้นมาก็ทำให้พวกเขายิ่งเป็นที่สนใจมากขึ้นเพราะมีสมาชิกวงซินเดอเรลลายุคก่อตั้งร่วมวงอยู่ด้วย

สมาชิกในยุคนี้ได้ทำเดโมเทปชื่อ อินอเมริกา (In America) ออกมาในปีค.ศ. 1986 และ ร็อกอิสกอนนาไฟต์ (Rock Is Gonna Fight) ในปีถัดมาซึ่งก็เป็นที่สนใจของชาวฮาร์ดร็อกไม่น้อย ชักนำให้พวกเขาได้เซ็นสัญญากับโคลัมเบียเร็คคอร์ดสในปีถัดมา

แต่โทนี เดสตราบุญน้อย เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ค.ศ. 1987) จอห์นนี ดี (Johnny Dee) อดีตสมาชิกวงเวย์สเต็ดจึงเข้ามาเป็นมือกลองแทน เพราะเคยเล่นกับบิลลีมาก่อนหน้านั้นแล้ว (ก่อนหน้านั้นได้อดัม เวสต์มาตีกลองให้ชั่วคราว) และทางวงก็เริ่มต้นทำอัลบั้มแรกที่ชื่อ บริทนีฟ็อกซ์ถือว่าประสบความสำเร็จ ยอดจำหน่ายเกิน 5 แสนชุดในอเมริกา (และไปจบที่ 1 ล้านชุด) เป็นเครื่องรับประกันความนิยมในตัวพวกเขา

บริตนีฟ็อกซ์สร้างภาพลักษณ์คล้ายหลุดมาจากยุควิกตอเรียน ใส่ชุดหนังสีม่วง เสื้อเชิร์ตมีระบาย น่าเสียดายที่โดนสื่อมวลชนมุ่งประเด็นที่ว่าพวกเขาช่างละม้ายซินเดอเรลลาเสียเหลือเกิน ทั้งที่ความจริงก็ไม่น่าแปลกใจเพราะสมาชิกก่อตั้งสองคนก็มาจากซินเดอเรลลา ทั้งสองวงก็ได้รับอิทธิพลจากเอซี/ดีซีด้วยกันทั้งคู่ แต่เสียงร้องของดีนเวลาแผดเสียงรวมถึงลีลาดนตรีมันก็คล้ายทอม คีเฟอร์และวงซินเดอเรลลาจริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งในมิวสิกวิดีโอ “เกิร์ลสคูลส์” ซึ่งกลายเป็นซิงเกิลฮิตที่เอ็มทีวีเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งตัวและเสียงช่างละม้ายซินเดอเรลลาจริง ๆ

ซึ่งอันนี้ก็แปลกอยู่ เพราะเวลาที่ดีนร้องธรรมดาไม่แผดเสียง ออกจะละม้ายพอล สแตนลี (วงคีส) อยู่ไม่น้อย อย่างเช่น ตอนร้องเสียงธรรมดาในเพลง “ลองเวย์ทูเลิฟ” หรือ “เซฟเดอะวีค”

ไมเคิลกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เขา (ดีน) มาหาเราพร้อมกันเพลงเหล่านั้น และนั่นคือที่เขาร้องแบบนั้น ผมหมายถึงเขาเลือกที่จะร้องแบบนั้น เสียงที่แผดแสบดากสากระคายหู เราไม่ได้บังคับให้เขาร้องแบบนั้น ซึ่งเมื่อคุณฟังอัลบั้มสอง เขาร้องเสียงต่ำลงได้โดยไม่ต้องแผดเสียง เราก็สนับสนุนเขาด้วยดี มันเป็นการตัดสินใจของเขาเองที่จะแผดเสียงแบบที่คนฟังอาจจะรักหรือไม่ก็เกลียดไปเลย”

ไม่รู้ว่าเพราะพวกเขาเป็นเสมือนร่างโคลนของซินเดอเรลลาหรือเปล่า เพราะความสำเร็จจากอัลบั้มแรกนั้นไม่ยืนยาวพอจะให้พวกเขาไปต่อได้ไกล

ในอัลบั้มถัดมา บอยอินฮีท (Boy In Heat) พวกเขาพยายามจะทำเพลงให้หลากหลายมากขึ้น อาจเพื่อแสดงถึงพัฒนาการของทางวง แต่ (โดยส่วนตัวคิดว่า) มันกลายเป็นว่างานชุดนี้กลับอ่อนระโหยโรยแรง หลายเพลงเป็นเพลงจังหวะปานกลาง ใส่เสียงกีตาร์อคูสติกลงไปแบ็คอัป แล้วกลายเป็นร็อกไร้ทิศทาง (แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าสามเพลงแรกของงานชุดนี้ก็ถือว่าเยี่ยมสมกับที่เคยทำงานโดดเด่นในชุดแรกมาแล้ว) ซึ่งเรื่องนี้ จอห์นนี ดี กล่าวโทษว่าดิซซีเป็นต้นเหตุ

“มีคนชอบอัลบั้มนั้นเยอะอยู่นะ ผมก็คิดว่ามันเยี่ยมอยู่เหมือนกันเพราะว่าเราได้ทำเพลงใหม่และผมก็มีส่วนร่วมในการทำเพลงมากขึ้น ตอนอัลบั้มแรกนั้นเพลงส่วนใหญ่ทำตั้งแต่สมัยเล่นตามคลับและเขียนเพลงขึ้นมานานก่อนหน้านั้นแล้ว อัลบั้มนี้ได้งบประมาณมากกว่าอัลบั้มแรก แต่ผมคิดว่าเราเสียความดิบที่มีตอนแรกไป เสียงกลองก็โดนปรับจนแปลกไป ผมคิดว่าพวกเขาผสมเสียงจากหลาย ๆ เทคเข้าไปในเพลงเดียว ผมไม่ชอบชื่ออัลบั้ม ไม่ชอบหน้าปก สำหรับผมแล้วมันคือจุดเริ่มของความตกต่ำ อะไรอะไรก็เริ่มพังทลาย ดีนเริ่มหาคนช่วยไปทุกเรื่อง ทั้งเสียง ภาพ เขาแสวงหาการยอมรับจากคนอื่น”

ส่วนบิลลีบอกว่า “เขา (ดีน) ออกจากวง เขาเริ่มทะเลาะเบาะแว้งเรื่องโง่ ๆ แล้วก็ออกจากวง แต่ความจริงคือเขาได้ได้สัญญากับโพลีแกรม นั่นคือสิ่งที่เขาแอบไปทำลับหลังพวกเรา ผมลองนึกกลับไปตอนนี้ เราน่าจะฟ้องร้องเขาได้ แต่ยังไงผมก็ไม่คิดจะทำแบบนั้นอยู่ดีแหละ”  

ในขณะที่ ดีน เดวิดสัน กลับบอกว่า เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเลย เพราะโดนทีมบริหารจัดการและบริษัทครอบงำชักจูงตลอดเวลา ทำให้เขาไม่พอใจมาก ดีน เดวิดสันเลยไล่ตัวเองออกจากวงไปก่อตั้งวง แบล็กอายส์ซูซานแทนซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ ต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อเป็น จาร็อด ดีน (Jarod Dean) และออกอัลบั้ม อะวิกเอนด์โซลแมสเซจ (A Weekend Soul Massage, 1999) แล้วก็หันมาทำวงดนตรีชื่อ เลิฟเซฟส์เดอะเดย์ (Love Saves the Day) มีอัลบั้ม ซูเปอร์สตาร์(Supersta) ออกมาในปีค.ศ. 2001 และมีงานเดี่ยวชื่อ ไดร์ฟมายคาร์มา (Drive My Karma, 2007)

ส่วนทางด้านบริตนีฟ็อกซ์ การจากไปของดีนหมายถึงบริษัทโคลัมเบียยกเลิกสัญญาพวกเขาด้วย แต่พวกเขาก็เดินหน้าต่อกับนักร้องนำคนใหม่ ทอมมี ปารีส (Tommy Paris) จากวง จิลสัน (Jillson) สมัยนั้นเขาใช้ชื่อ ดอน จิลสัน ซึ่งไมเคิลเล่าว่า “เราให้ทอมมีมาลองซ้อม และแค่ครั้งแรกเราก็รู้ว่าเขาคือคนที่เราต้องการ เขาร้องเพลงเก่าได้เยี่ยม มีบุคลิกที่ดี แล้วก็อย่างที่พูด ๆ กันนั่นแหละ เคมีมันเข้ากัน เรายินดีมากที่ได้เขามาร่วมงาน”

ทอมมี ปารีส อาจเป็นนักร้องนำที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมักคุ้นเท่าไหร่ ได้เป็นนักร้องนำแทนและออกอัลบั้ม ไบต์ดาวน์ฮาร์ด (Bite Down Hard) ออกมาในปีค.ศ. 1991 กับบริษัท อีสต์เวสต์ (บริษัทลูกของแอตแลนติก) งานนี้ได้แขกรับเชิญอย่างแซ็ก ไวลด์และริกกี ร็อกเก็ตมาช่วย ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม  ทั้งที่…ถ้าไม่อคติมากไป งานนี้ถือเป็นงานที่ดีชุดหนึ่งของบริทนีฟ็อกซ์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่กระแสดนตรีแฮร์แบนด์เริ่มถึงจุดตกต่ำแล้ว อัลบั้มนี้จึงไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่

ทางวงตัดสินใจแยกวงกันไป ตามทางของแต่ละคน ซึ่งก็ไม่ค่อยมีใครไปได้สวยกว่าเดิม ทอมมี ปารีส กับ จอห์นนี ดี  จับมือกันทำวงอังเคิลเอ็ดนาออกอีพีมาให้ฟังแล้วก็เงียบหายไป

แล้วในปีค.ศ. 2000 สมาชิกในยุคก่อนแยกวง ก็กลับมามาออกทัวร์สั้น ๆ พร้อมกับทำอัลบั้มแสดงสด ลองเวย์ทูไลฟ์! (Long Way to Live!) ในปีค.ศ. 2001 และตัดสินใจที่จะทำอัลบั้มใหม่ แต่ว่าด้วยปัญหาทางเรื่องกฎหมายบางประการทำให้ทางวงต้องสะดุดเป็นระยะ จนกระทั่งมีอัลบั้ม สปริงเฮดมอเตอร์ชาร์ก (Springhead Motorshark) ในปีค.ศ. 2003

ปีค.ศ. 2006 จอห์นนี ดีและไมเคิล เคลลี สมิธลาออกจากวง ได้เกร็ก ดิอันเจโล (Greg D’Angelo) กับ ทอมมี แครช (Tommy Krash) ร่วมวงแทน แต่ได้แค่ออกทัวร์ไม่ถึงปี เกร็กได้รับอุบัติเหตุระหว่างซ้อมดนตรี เท้าหักเลยลาออกมารักษาตัว ทางวงได้เฮนรี นาว (Henry Now) มาตีกลองแทน

หลังจากปีค.ศ. 2007 ทอมมี ปารีส ก็ลาออกจากวง เจมี เฟล็ทเชอร์ (Jamie Fletcher) มาเป็นนักร้องนำแทนและเปลี่ยนมือกีตาร์เป็น เกร็ก โพลคารี (Greg Polcari) ตอนนี้เหลือเพียง บิลลี ไชลดส์ มือเบสเป็นสมาชิกดั้งเดิมเพียงคนเดียว

ปีค.ศ. 2010 มีข่าวออกมาว่า ดีน เดวิดสันบอกกล่าวว่าเขาจะกลับไปร่วมงานกับบริทนีฟ็อกซ์อีกครั้ง พร้อมสมาชิกยุคแรก อาจจะเป็นเพราะหลังจากทำอัลบั้ม เซอร์มอนส์ออฟดิอเมริกันแทบลอยด์(Sermons Of The American Tabloid, 2010)ไปไม่รอด ถึงต้องซมซานกลับมารังเก่า… อัลบั้มนี้มีจอห์นนี ดี เพื่อนเก่ามาตีกลองให้ด้วย

ก็คิดกันไป (ไอ้คนเขียนนี่แหละ ตัวคิดเลย – -“)

อย่าไปคิดอะไรแบบนั้นให้จิตเศร้าหมอง

แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป อาจจะเป็นเพราะเจรจากันไม่สำเร็จ บิลลี ไชลดส์ ยังคงเดินสายออกทัวร์ในนามวง เก็ตเดอะเล็ดเอาต์ (Get The Led Out เป็นวงสดุดีเล็ดเซพพลิน) จนกระทั่งเดือนเมษายน ค.ศ. 2015 บิลลี บอกว่าเขากำลังกลับมาทำวงใหม่กับทอมมี ปารีส และ จอห์นนี ดี โดยมี คริส แซนเดอร์ (Chris Sanders) เป็นมือกีตาร์แทนไมเคิล เคลลี สมิธ

แล้วก็เงียบหายไปอีกครั้ง คริส แซนเดอร์ไปเล่นกับวงแรตต์เรียบร้อยแล้ว

ปรับปรุงล่าสุด 12 มกราคม 2563

Last Line-Up

  • Jamie Fletcher – lead vocals, rhythm guitar
  • Greg Polcari – lead & rhythm guitars, backing vocals
  • Billy Childs – bass, backing vocals
  • Henry Now – drums, percussion, backing vocals

Classic Line-Up:-

  • Dean Davidson – lead vocals, rhythm guitar
  • Michael Kelly Smith – lead guitar, backing vocals
  • Billy Childs – bass, keyboards, backing vocals
  • Johnny Dee – drums, percussion, backing vocals

Discography

Studio albums

Live albums

  • Long Way to Live! (2001)
  • Live at Froggy’s (2002)
  • Extended Versions (2006)

Compilation albums

  • The Best of Britny Fox (2001)

0 Comments

ให้ความเห็น

  1. […] บริตนีฟ็อกซ์เป็นอีกวงหนึ่งที่ฉวยโอกาสแจ้งเกิดช่วงที่แฮร์แบนด์กำลังเจริญเติบโต แล้วพอถึงกาลเวลาที่แฮร์แบนด์ล่มสลาย บริตนีฟ็อกซ์ก็สาบสูญไปในเวลาใกล้เคียงกัน ห่างหายนานเกือบ 12 ปี ก่อนจะมาสู่งานชุดนี้พวกเขาออกงานประเภทรวมฮิต (ซึ่งไม่ค่อยจะมี) และงานแสดงสดมาเรียกน้ำย่อยกันก่อนเล็กน้อย ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเขาคงไม่หวังโอกาสประสบความสำเร็จแบบเดิมอีก […]

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.