Oasis: Dig Out Your Soul ขุดหารากเหง้าและซาวน์ดแบบโอเอซิส


(ไม่ได้เขียนวิจารณ์อัลบั้ม Dig Out Your Soul แต่เขียนเพราะได้แรงบันดาลใจอยากเขียนถึงโอเอซิสหลังจากฟัง Dig Out Your Soul)

“มันเป็นซาวน์ดใหม่ทั้งหมด และมันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดที่เราเคยทำมา” โนล กัลลาเกอร์ มือกีต้าร์และนักแต่งเพลงหลักของโอเอซิสคุยโวตอนที่อัลบั้ม Dig Out Your Soul ออกมาใหม่ ๆ

ตอนนั้นคงมีไม่กี่คนที่รู้ว่านี่คือสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของโอเอซิส

เวลาที่นักดนตรีสักคนออกงานล่าสุดมา มักจะได้ยินคำพูดว่า “เป็นเพลงที่ดีที่สุดที่เคยทำมา” ก็จะบอกว่า “มันเป็นอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน” แล้วพอผ่านไปสักพัก (หรืออาจหลายปี) อาจได้ยินใครคนนั้นพูดว่า “มันคือความผิดพลาด”

แต่ Dig Out Your Soul ไม่ใช่ความผิดพลาดของโอเอซิสแน่นอน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ซาวน์ดใหม่และไม่ใช่อัลบั้มดีที่สุดของโอเอซิสอย่างที่โอล กัลป์ลาเกอร์คุยโว

แฟนเพลงที่ฟังมาตั้งแต่ชุดแรก เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงหลงทางของโอเอซิสในช่วงประมาณสิบปีก่อนหน้าอัลบั้มชุดนี้ออกมาชื่นชมกับอัลบั้มนี้

ซิงเกิลแรก  “The Shock of the Lightning”

“The shock of the lightning” ให้สำเนียงแบบเดียวกับงานสมัยแรกๆ ช่วงอัลบั้ม Definitely Maybe แต่ในบางจังหวะมันก็ให้อารมณ์แบบอัลบั้ม Standing on the Shoulder of Giants ที่นำสไตล์ไซคีเดลิกมาผสมผสาน

“The Shock of The Lightning จะเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนจดจำความเป็นโอเอซิส”  โนล คุยโว “ผมอยากเขียนเพลงที่มีสีสัน มีลีลา ไม่ใช่เป็นแค่เพลงที่เป็นไปตามรูปแบบเดิมๆ ที่มีแต่ท่อนร้อง ท่อนคอรัส แล้วก็จบ ผมอยากให้มันเยี่ยมมากขึ้นกว่าเดิม ทรงพลัง และเข้าถึงความรู้สึกของคนฟัง มันเป็นเพลงที่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกโดยตรง”

สิ่งที่ดีที่สุดของอัลบั้มนี้คือดนตรีในรูปแบบเดิมที่แฟนเพลงคุ้นเคย แต่ถ้าจะให้อธิบายว่า “เพลงในแบบโอเอซิส” เป็นยังไงคงอธิบายยากสักหน่อย สำหรับวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ขนาดเคยได้ชื่อว่าเป็นเดอะบีทเทิลส์แห่งทศวรรษ 90 ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ขณะเดียวกันมันก็เป็นทั้งคำชมและประชดไปในตัว เพราะเลียม กัลลาเกอร์นักร้องนำปากดีของวงได้แสดงออกอย่างเปิดเผยมาโดยตลอดว่าเขาเป็นแฟนเพลงที่เหนียวแน่นของจอห์น เลนนอน  อย่างเสียงเปียโนท่อนอินโทรเพลง “Don’t Look Back In Anger” หยิบยืมมาจากเพลง “Imagine” ของจอห์น เลนนอน แค่นั้นยังไม่พอ ฟังตอนจบของเพลง “She’s Electric” มาจากเพลง “With A Little Help From My Friends” ภาพบ้านบนหน้าปกซิลเกิล “Live Forever” ก็เป็นบ้านเก่าที่จอห์น เลนนอนเคยอยู่ตอนเด็ก แถมวิดีโอเพลงนี้ยังไปถ่ายทำที่สตรอเบอรีฟิลด์เมโมเรียลในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นสถานที่รำลึกถึงเลนนอน

ลามไปถึงชีวิตส่วนตัวเขาตั้งชื่อลูกตัวเองว่าเลนนอน ซื้อห้องที่อพาร์ทเม้นท์ดาโกตาในนิวยอร์ค สถานที่พำนักครั้งสุดท้ายของเลนนอนก่อนโดนฆาตกรรมไว้ห้องหนึ่งและยังเคยบอกว่ามีจิตวิญญาณของจอห์น เลนนอนอยู่ในตัวเขาอีกด้วย

แต่ถึงจะชอบเดอะบีทเทิลส์ขนาดไหน เลียม กัลลาเกอร์ก็เคยปากดีใส่จอร์จ แฮริสันมาแล้ว เพียงเพราะแฮริสันให้สัมภาษณ์ว่าไม่ชอบเพลงของโอเอซิส

แต่ถ้าจะบอกว่าโอเอซิสรับอิทธิพลของเดอะบีทเทิลส์เพียงวงเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก ดนตรีของโอเอซิส ไม่ได้เหมือนกับเดอะบีทเทิลส์หรือว่าจอห์น เลนนอนเสียทีเดียว มันมีความดิบแบบเดอะฮู, เดอะคิงส์ ทีเร็กซ์ และมีการเล่นกีตาร์ที่ดิบ ๆ อย่างเดอะแจมและเซ็กซ์พิสทอลส์ปน ๆ กัน แต่มีความป็อปติดหูอย่างวงต้นยุค 80 เช่น แวม!  โผล่เข้ามาบ้างเหมือนกัน

หรือจะอธิบายง่าย ๆ ว่าโอเอซิสหยิบเอาซาวน์ดของวงอังกฤษรุ่นพี่ (หรือรุ่นพ่อ) มาปัดฝุ่นขัดเกลาให้เหมาะสมกับยุคสมัยของตัวเอง

ความสำเร็จของโอเอซิสส่วนหนึ่งมาจากพวกเขามาถูกจังหวะพอดีในช่วงที่ดนตรีบริทป็อปกำลังรุ่งโรจน์ ถึงขนาดคาดหมายว่าช่วงนั้นจะเป็นเซคกันด์เวฟออฟบริทิชอินเวชัน (Second Wave of British Invasion) ที่ดนตรีจากอังกฤษจะครองใจคนทั่วโลกแบบเดียวกับยุค 60 ที่มีเดอะบีทเทิลส์เป็นหัวหอก ในสมัยนั้นมีวงเด่นจากอังกฤษหลายคณะอย่างแมนิคสตรีทพรีชเชอร์ส, เบลอร์, เรดิโอเฮด รวมไปถึงโอเอซิส แต่น่าเสียดายที่ไม่มีวงไหนที่จะไปเจาะความนิยมในอเมริกาได้ โดยเลียม กัลลาเกอร์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ก็แหงล่ะ รสนิยมทางด้านดนตรีของคนอเมริกันมันห่วยจะตาย…”

โอเอซิสเดิมชื่อเดอะเรน สมาชิกคนที่ก่อตั้งก็คือ พอล “โบนเฮด”อาเธอร์ มือกีตาร์, พอล แม็คเกวียน มือเบส และโทนี แม็คแครอล มือกลอง แต่พอเลียม กัลลาเกอร์เข้ามาร่วมวงก็เจ้ากี้เจ้าการเปลี่ยนชื่อเป็น โอเอซิสซึ่งก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นจนกระทั่งโนเอล พี่ชายของเลียมเข้ามาเล่นกีตาร์ให้ โดยตอนแรกกะว่าจะมาเล่น ฆ่าเวลา แต่ภายหลังจากที่ไม่มีอะไรทำก็เข้ามาเล่นกีตาร์เต็มตัว และกลายเป็นคนแต่งเพลงหลักของวงที่ช่วยให้ โอเอซิสดูมีระดับขึ้นทันตา โดยเฉพาะในสองอัลบั้มแรกคือ Definitely Maybe กับ (What’s The Story) Morning Glory? นั้นเรียกได้ว่าฟอร์มของพวกเขากำลังห้าวและสดแบบสุด ๆ จนพูดได้เต็มปากว่าในเวลานั้นพวกเขาคือวงอันดับหนึ่งของอังกฤษ

แต่พอมาถึง Be Here Now ความแรงก็เริ่มจะลดลงทีละน้อย รวมไปถึงข่าวคราวการทะเลาะเบาะแว้งกันเองของสองพี่น้องเลียมและโนล กัลลาเกอร์ที่ออกมาเป็นระยะ ทำให้แฟนเพลงใจหายกลัวว่าโอเอซิสจะยุบวงไปเหมือนกัน รวมถึงสมาชิกดั้งเดิมทยอยออกไปทีละคนจนเหลือเพียงสองพี่น้องกัลลาเกอร์เป็นแกนหลักนำพาวงอยู่รอดปลอดภัยมาได้ถึงทุกวันนี้

แต่ระหว่างนั้นดนตรีก็เปลี่ยนแปลงไปตามประสาวงดนตรีที่อยากจะหาหนทางแปลกให้กับดนตรี จนมาถึง Dig Out Your Soul ถึงได้กลับมาเน้นที่ดนตรีร็อกอย่างที่โอเอซิสเคยทำในชุดแรก

ซึ่ง ณ เวลานี้ ดูเหมือนว่าแฟนเพลง Oasis จะเห็นด้วยเต็มที่กับคำพูดของ โนล…อัลบั้มนี้มันบ่งบอกถึงความเป็น Oasis ที่มีพัฒนาการไปอีกระดับจริงๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.