Led Zeppelin: Chapter 16 – The Exile


วงเลดเซพพลินไมได้แสดงสดในประเทศอังกฤษมาตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1973 ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ทั้งเรื่องเวลาและเรื่องอื่น แต่ที่สำคัญคือในช่วงปีค.ศ. 1974 มีเรื่องภาษีที่สูงระดับมหาโหดเกิดขึ้น ทำให้คนอังกฤษหลายคนประพฤติตนเป็นแท็กซ์เอ็กไซด์ (Tax Exile) คือย้ายตัวเองไปอยู่นอกเขตสหราชอาณาจักรเพื่อจะได้จ่ายภาษีน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ซึ่งในจำนวนคนเหล่านี้ก็มีศิลปินร็อกหลายคนอย่าง พลพรรคเดอะโรลลิงสโตนส์ โรเจอร์ มัวร์ นักแสดงผู้รับบทเจมส์ บอนด์ 007, เฟรดดี เมอร์คิวรี่ แห่งวงควีน เป็นต้น

แน่นอนว่า ปีเตอร์ แกรนต์ผู้จัดการเขี้ยวลากดินของเลดเซพพลินก็ต้องให้สมาชิกเลดเซพพลินอยู่ห่างจากอังกฤษเข้าไว้ เพื่อจะได้เลี่ยงภาษีให้ได้มากที่สุด แต่ว่าเขาก็ยังหาทางให้เลดเซพพลินกลับไปโปรโมตผลงานชุด  ฟิสิเคิลกราฟิตี ให้ได้  โดยหลังจากจบการทัวร์อเมริกาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1975 เขาก็จัดการคำนวณวันเวลาที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาษีอย่างละเอียดรอบคอบ ในการส่งสมาชิกเลดเซพพลิน กลับไปเหยียบแผ่นดินอังกฤษ

ปีเตอร์ แกรนต์อยากให้เลดเซพพลิน โปรโมตผลงานตัวเองด้วยการแสดงสด เพราะเขารู้ว่าการแสดงสดของเลดเซพพลินยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาวงดนตรีอื่นมาเทียบได้ และก็ได้ช่วงเวลาที่จะไปเปิดการแสดงสดที่เอิร์ลส์เคารต์ ที่ลอนดอนในเดือนพฤษภาคม แผนเดิมคือจะเล่นเพียง 3 รอบ ซึ่งจะรองรับคนได้ประมาณ 50,000 คน แต่หลังจากประกาศว่าจะมีการแสดงสดที่เอิร์ลส์เคารต์ ก็มีการสั่งจองบัตรเกินความคาดหมาย กล่าวคือในตอนแรกเปิดให้สั่งจองทางไปรษณีย์ผ่านทางสวอนซองส ในลอนดอน ซึ่งสำรองไว้ประมาณ 11,000 ใบ แต่ปรากฏว่ามียอดสั่งจองเข้ามาเกือบ 100,000 ใบ เมล บุช ผู้จัดคอนเสิร์ตจึงปรึกษากับปีเตอร์ แกรนต์แล้วตกลงเพิ่มรอบการแสดงอีกสองรอบรวมเป็น 5 รอบรองรับคนดู 85,000 คน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสคนดูแห่กันมาซื้อบัตรชอบการแสดงสดของเลดเซพพลินก็เพราะว่าเลดเซพพลินเปิดการแสดงสดในอังกฤษครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1973 และพวกเขารู้ว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเลดเซพพลินจะกลับมาแสดงคอนเสิร์ตในอังกฤษเลยเป็นปรากฏการณ์ที่กล่าวขานกันในแวดวงหนังสือพิมพ์และนิตยสารทางดนตรีถึงกระแสความคลั่งไคล้ในการแห่จองบัตรชมการแสดงสดของเลดเซพพลิน ซึ่งว่ากันว่าในขณะนั้นคงจะมีแต่วงเดอะบีตเทิลส์กลับมารวมตัวกันออกคอนเสิร์ตเท่านั้นถึงจะเรียกความสนใจจากประชาชนได้มากกว่านี้

ในการแสดงที่เอิร์ลส์เคารต์นี้ เลดเซพพลินสั่งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงที่อเมริกามาหมดทุกอย่าง ทั้งระบบเสียง จอวิดีโอขนาดยักษ์ ระบบไฟ จนพวกเขากล่าวที่เล่นที่จริงว่าในการแสดงที่ เอิร์ลส์เคารต์ นี้พวกเขาไม่ได้เงินเข้ากระเป๋าเลยเพราะหมดไปกับค่าใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์ที่ขนมาจากอเมริกา ซึ่งผลลัพท์ที่ออกมาก็ไม่น่าผิดหวังเพราะการแสดงสดทั้ง 5 รอบนั้นทางวงแสดงฝีมือกันเต็มที่ และดีกว่าตอนทัวร์อเมริกา เพราะว่าช่วงทัวร์อเมริกานั้นโรเบิร์ต แพลนต์ประสบปัญหาด้านสุขภาพทำให้ร้องไม่ได้เต็มที่ แต่การแสดงที่ เอิร์ลส์เคารต์นี้ สุขภาพเขากลับมาแข็งแรงกรีดเสียงร้องสูงได้สะใจคนฟัง ส่วนจอห์น บอนแนม เริ่มจะส่อแววอ้วนฉุให้เห็นแล้วในตอนนี้ (จะมีภาพการแสดงครั้งนี้ในดีวีดีที่ชื่อ ดีวีดี ของ เลดเซพพลิน ที่ออกมาเมื่อปีค.ศ. 2003)

และในการแสดงครั้งนี้ โรเบิร์ต แพลนต์ประกาศว่าด้วยปัญหาจากแนวคิดของเดนนิส ฮีลลี่ย์ (รัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจและการเงินของอังกฤษในขณะนั้น) บังคับให้เลดเซพพลินจำใจต้องเนรเทศตัวเองไปสู่ดินแดนอื่น ซึ่งหลังการแสดงทั้ง 5 รอบจบลง จอห์น บอนแนมกลับไปฟาร์มของเขาในเวสต์มิดแลนด์ ส่วนสมาชิกที่เหลืออีกสามคนให้ข่าวว่าจะไปปักหลักอยู่ที่มอนทรีออน ในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ว่าจิมมี เพจแยกตัวกลับมาจัดการเรื่องภาพยนตร์ที่นิวยอร์ก

ซึ่งการแยกย้ายไปยังที่ต่าง ๆ นี้ก็ส่งปัญหาให้ปีเตอร์ แกรนต์เหมือนกัน เพราะกว่าจะติดต่อคนใดคนหนึ่งและประสานงานครบทุกคนต้องล่าช้าออกไปจากปกติ แต่คนที่งานรัดตัวและหาเวลาได้ยากกว่าคนอื่นก็คือตัวปีเตอร์ แกรนต์นั่นเอง

ด้วยความสำเร็จของ เลดเซพพลิน ประสานกับความสำเร็จของบริษัท สวอนซองส ทำให้ ปีเตอร์ แกรนต์ต้องทำงานหนักมากโดยเฉพาะในส่วนของบริษัท สวอนซองส จะมีคนทำงานจริงเพียงไม่กี่คน และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับเขา นอกจากวงเลดเซพพลิน แล้วเขายังเป็นผู้จัดการให้กับแม็กกี เบลล์ และ แบดคัมปานี อีกด้วย ซึ่งทั้งคู่ต่างทำสัญญากับ สวอนซองส และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี วงแบดคัมปานี ช่วยพาสังกัดสวอนซองส ขึ้นมาโดดเด่นในชาร์ตท็อป 10 นอกจากนี้ยังมีเดอะพรีตตีธิงส์ที่ประสบความสำเร็จไม่ทิ้งกันเท่าไหร่

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้โปรเจ็คต์ภาพยนตร์ของ เลดเซพพลินก็ยิ่งช้าลงไปอีก ปีเตอร์ คริฟฟอร์ดผู้มารับหน้าที่จัดการโปรเจ็คต์ภาพยนตร์เป็นคนโอดครวญเรื่องการตามตัวสมาชิกเลดเซพพลินเป็นรายแรก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะจัดการในส่วนของโพสต์โปรดักชั่นก็จริง แต่ก็ต้องมีบางส่วนที่ต้องถ่ายซ่อมแซมและขอความเห็นชอบจากสมาชิกแต่ละคน อย่าว่าแต่ตอนที่สมาชิกแต่ละคนแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตส่วนตัวเลย ขนาดตอนที่วงเลดเซพพลินอยู่ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นั่นด้วย เขาก็ยังตามตัวสมาชิกเลดเซพพลินให้มาดูผลงานของเขาได้ยากมาก เพราะแต่ละคนล้วนหมดความสนใจในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ไปแล้ว และเมื่อเขาบุกเข้าไปพบกับเลดเซพพลินที่โรงแรมไฮแอตต์ก็เจอกับสภาพที่วุ่นวายยุ่งเหยิงตามประสาร็อกสตาร์ที่เต็มไปด้วยสาวและสุรายาเสพติดห้อมล้อมอยู่ แทบทำให้เขาหมดความอดทนในการทำงานร่วมกับเลดเซพพลิน ลงไปทุกขณะ

ในช่วงที่พักผ่อนโรเบิร์ต แพลนต์กับจิมมี เพจได้เจอกันบ้าง โดยไปเที่ยวโมร็อกโคด้วยกันในช่วงเดือนมิถุนายนแล้วก็แยกย้ายกันไป จิมมี เพจต้องกลับมาทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ในลอนดอน และย้อนกลับไปพบปีเตอร์ คริฟตั้นที่นิวยอร์กซิตี้ ซึ่งจิมมี เพจช่วยซ่อมแซมปรับแต่งและบันทึกเสียงดนตรีใหม่ในอิเล็กทริกเลดีสตูดิโอ ส่วนจอห์น บอนแนมและจอห์น พอล โจนส์ใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอเมริกา โดยสมาชิกทั้ง 4 ตกลงกันว่าจะกลับมาเจอกันตอนเดือนสิงหาคมเพื่อที่ซ้อมดนตรีและเตรียมตัวทัวร์อเมริกาอีกครั้ง

แต่ในวันที่ 4 สิงหาคม ขณะที่โรเบิร์ต แพลนต์และมัวรีน โรเบิร์ต แพลนต์ภรรยาของเขากำลังท่องเที่ยวอยู่ที่เกาะโรดส์ ในกรีซ เกิดประสบอุบัติเหตุขับรถเสียหลักพุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทาง โดยสมาชิกทั้ง 5 คนของครอบครัวโรเบิร์ต แพลนต์ล้วนแล้วแต่อยู่ในรถทั้งสิ้น เด็กที่นั่งอยู่ด้านหลังบาดเจ็บไม่มากนัก ตัวโรเบิร์ต แพลนต์กระดูกขาและข้อเท้าแตกอาการหนักพอควร แต่ที่หนักที่สุดคือมัวรีนที่เข้าขั้นบาดเจ็บสาหัส และเธอยังมีกรุ๊ปเลือดที่หายากอีกด้วย โชคดีที่ชาร์ล็อตต์ มาร์ตินเพื่อนสาวของจิมมี เพจ ขับรถมากับเชอร์ลีย์น้องสาวของมัวรีนในรถอีกคันหนึ่ง มาร์ตินเป็นคนโทรหาริชาร์ด โคลเพื่อให้มาจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ส่วนเชอร์ลีย์ก็ช่วยบริจาคเลือดให้พี่สาวของเธอทำให้ไม่มีโศกนาฏกรรมร้ายแรงมากนัก

ถึงแม้ว่าโรเบิร์ต แพลนต์จะมีอาการค่อนข้างหนักแถมแพทย์ที่ดูแลอาการของเขาก็ไม่รับรองว่าหลังจากรักษาหายแล้วเขาจะเป็นปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปยังลอนดอนเพื่อรักษาตัวได้ ด้วยเหตุผลที่ปีเตอร์ แกรนต์สั่งห้ามสมาชิกวงเหยียบอังกฤษจนกว่าจะได้รับการเห็นชอบจากเขา โรเบิร์ตจึงต้องย้ายไปพักรักษาตัวที่เกาะเจอร์ซี่ ฝรั่งเศส และต้องนั่งรถเข็นอยู่เป็นเดือน พออาการเริ่มดีขึ้นจึงย้ายไปอยู่มาลิบูในแคลิฟอร์เนียเพื่อเตียมตัวทำงานต่อ

สมาชิกทั้ง 4 กลับมารวมตัวกันที่เอสไออาร์สตูดิโอเพื่อฝึกซ้อมดนตรีด้วยกันมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันแต่ละคนก็มีปัญหามากขึ้น จอห์น บอนแนมซึ่งโดนกีดกันด้วยเรื่องภาษีทำให้ไม่อาจกลับไปอยู่ในอังกฤษได้เริ่มดื่มสุราและใช้ยาเสพติดเป็นตัวบำบัดอาการเครียด ส่วนโรเบิร์ต แพลนต์ก็ต้องนั่งรถเข็นพร้อมกับทำกายภาพบำบัดไปด้วยระหว่างทำอัลบั้มใหม่  จิมมี เพจเริ่มส่อแววว่าจะติดเฮโรอีนอย่างหนักอีกคน มีเพียงจอห์น พอล โจนส์คนเดียวที่ไม่แสดงอาการในทางเลวร้ายให้ใครเห็น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.