Led Zeppelin: Chapter 17 – Presence


ด้วยปัญหาเรื่องภาษี (อีกแล้ว) ทำให้ปีเตอร์ แกรนต์ตัดสินใจที่จะให้เลดเซพพลินย้ายไปทำงานอัลบั้มใหม่ในยุโรป เพราะถ้าอยู่อเมริกานานเกินไปจะต้องเสียงภาษีให้อเมริกา

พวกเขาจึงไปปักหลักอยู่ที่มิวสิกแลดน์สตูดิโอ ในมิวนิก ประเทศเยอรมัน โดยมีเวลาทำงานเพียงสองสัปดาห์ เพราะว่าวงเดอะโรลลิงสโตนส์ได้จองคิวใช้สตูดิโอเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เลดเซพพลินใช้เวลาบันทึกเสียงรวมทั้งมิกซ์ด้วย 18 วันพอดี ถือเป็นอัลบั้มที่บันทึกเสียงเร็วที่สุดนับจากอัลบั้มแรก ความเร็วในการทำอัลบั้มนี้ทำให้มิก แจ็กเกอร์นักร้องนำปากกว้างแห่งหินกลิ้งที่มาจ่อคิวใช้สตูดิโออยู่ถึงกับทึ่งและออกปากกับจิมมี เพจว่าพวกหินกลิ้งต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะทำเพลงเสร็จแต่ละเพลง

ทั้งนี้ เพลงส่วนใหญ่ในงานชุดนี้จะเขียนเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ตั้งแต่อยู่ในมาลิบู พวกเขามาเพื่อบันทึกเสียงอย่างเดียว โดยไม่มีเวลาทดลองเล่นอะไรในสตูดิโอมากนัก เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มสะท้อนอารมณ์หลังอุบัติเหตุที่ค่อนข้างจะเจ็บปวดของโรเบิร์ต แพลนต์ หลายคนอาจจะประเมินคุณค่าของอัลบั้มนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะบรรยากาศในอัลบั้ม พรีเซนซ์ ไม่ค่อยดีนัก มันเต็มไปด้วยความสูญเสียและหม่นหมอง รวมไปถึงความหลากหลายทางดนตรีที่หดหายไปจากเดิม แต่นี่คืออัลบั้มที่จิมมี เพจให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเขาชอบมากที่สุด ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่านี่คืออัลบั้มที่เชิดชูบทบาทของกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีเสียงอคูสติกมากเท่าอัลบั้มก่อน ไม่มีการทดลองใช้เครื่องสาย มีเพียงพลังของดนตรีร็อกดิบเป็นตัวนำ

ตอนที่เราทำอัลบั้มนี้ เราเหมือนพวกเร่ร่อน ไม่มีบ้าน ไม่มีหลักแหล่ง แถมเวลายังจำกัดมาก ผมต้องทำงานวันละ 20 ชั่วโมงเพื่อทำงานในสตูดิโอให้เสร็จสิ้น แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราไม่มีเวลาประดิดประดอยอะไรมากมายนัก ผมก็มักจะใช้ริฟฟ์กีตาร์เป็นตัวหลัก มันถึงเป็นอัลบั้มที่หนักไปทางริฟฟ์กีตาร์” จิมมี เพจ กล่าวถึงการทำงานในอัลบั้มเอาไว้แบบนั้น

ปัญหาหลักมาจากทัวร์ยาวนาน ทำให้เลดเซพพลินหมดพลัง แถมด้วยการที่ต้องไปอยู่ในประเทศอื่นเพื่อเลี่ยงภาษีตามความคิดของปีเตอร์ แกรนต์ทำให้จอห์น บอนแนมเป็นโรคคิดถึงบ้านและแก้ไขปัญหาด้วยการดื่มสุราใช้ยาเสพติดอย่างหนักหน่วง

แต่ปัญหาอีกด้านมาจากกระแสดนตรีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะช่วงปีค.ศ. 1976 – 1978 มันแทบไม่มีที่ว่างเหลือให้กับดนตรีร็อกเท่าไหร่ ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับดนตรีดิสโก้ ในนิวยอร์กกำลังเกิดนตรีพังก์และนิวเวฟ ส่วนในอังกฤษก็เริ่มจะมีกระแสของพังก์เกิดขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้เลดเซพพลินโดนมองว่าเป็นไดโนเสาร์ที่ใหญ่โตเก้งก้าง นิตยสารเมโลดีเมกเกอร์ทำร้ายจิตใจจิมมี เพจด้วยการวิจารณ์ว่า หวังว่าจะไม่ไต้ยินงานแบบนี้อีก” (เพราะตอนนั้นกระแสคลั่งเซ็กซ์พิสตอลกำลังกำเริบ) ทำให้จิมมี เพจเกิดอาการเซ็งหัวใจขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งจิมมี เพจและโรเบิร์ต แพลนต์ไม่ได้ต่อต้านดนตรีใหม่อย่างพังก์ ตรงกันข้าม พวกเขากลับลองตระเวนไปตามคลับพังก์และได้รับรู้ถึงพลังที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวในแบบที่พวกเขาไม่มี (เพราะแต่ละคนอายุมากกว่าจะเป็นเยาวชน แถมยังมีเงินเหลือใช้สบายๆ )

ในตอนแรก เลดเซพพลินตั้งใจจะให้อัลบั้มนี้ชื่อว่า แธงกิฟวิง เหมือนกับเป็นการรำพึงว่าโชคดีที่โรเบิร์ต แพลนต์ รอดมาได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็น อ็อบเบลิสค์ (Obeliskหน้าปกที่ฮิปนอสซิสออกแบบมามีรอยจุดอยู่ทีรูป) แต่หลังจากจิมมี เพจกลับมาทำงานที่นิวยอร์ก เขาก็ได้ชื่อ พรีเซนซ์ ขึ้นมาแทน  จิมมี เพจและปีเตอร์ แกรนต์ใช้บริการออกแบบหน้าปกอัลบั้มของ ฮิปนอสซิส  อีกครั้ง โดยคราวนี้ ออบรีย์ เพาเวลล์ ได้นำเสนอหน้าปกอัลบั้ม นำมาจากภาพของนิตยสารไลฟ์ปรับแต่งเล็กน้อย

led-zeppelin-presence-1

อัลบั้ม พรีเซนซ์ เปิดตัวด้วย “อคีลิสส์ลาสต์สแตนด์” ความยาวเกือบสิบนาทีครึ่ง (เป็นเพลงที่ยาวติดอันดับต้น ๆ ของ เลดเซพพลิน) เพลงนี้นำเรื่องจริงที่ว่าโรเบิร์ต แพลนท์ประสบอุบัติเหตุจนต้องนั่งรถเข็นไปผสานเข้ากับเทพปกรณัมกรีกโบราณเรื่องของอคีลิส ตัวละครสำคัญในมหากาพย์อีเลียตของโฮเมอร์ อคีลิสเป็นลูกชายของเพเลอุสกับธีทิส  ตอนที่เขายังเด็ก ธีทิสอยากให้เขาเป็นอมตะจึงจับเขาจุ่มแม่น้ำสติกส์ แต่ว่าเหลือบริเวณข้อเท้าที่มือจับอยู่ไม่โดนน้ำ บริเวณนั้นจึงเป็นจุดอ่อน ซึ่งนำมาสู่มรณกรรมเมื่อเจ้าชายปารีสยิงธนูเข้าสู่จุดอ่อนนี้ถึงสังหารอคีลิสได้สำเร็จ ตรงกับปัญหาของโรเบิร์ตที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนขาหัก กระดูกข้อเท้าแตก ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นเป็นหลัก แม้ขณะบันทึกเสียงในอัลบั้มนี้เขาก็นั่งรถเข็นอยู่ เพราะข้อเท้ายังไม่เข้าที่และต้องใช้ไม้เท้าพยุง ถึงจะพยายามลุกเดินและทำกายภาพบำบัดอย่างหนัก แถมด้วยเหตุการณ์ชวนให้ตระหนกตกใจขณะบันทึกเพลงนี้ เขาเกิดล้มระหว่างบันทึกเสียงร้อง สมาชิกเลดเซพพลินต้องวิ่งเข้ามาช่วยพยุงเขานั่งบนรถเข็น และพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

แต่ถึงแม้ว่าชื่อเพลงจะใช้เรื่องราวของเทพนิยายกรีก และสถานที่เกิดอุบัติเหตุก็อยู่ในกรีซ แต่บรรยากาศของโมร็อกโคจะครอบคลุมอยู่ทั้งในส่วนของเนื้อหาเช่น “The mighty arms of Atlas hold the heavens from the Earth” ภูเขาแอตลาสอยู่ในโมร็อกโคยาวต่อเนื่องถึงไนจีเรีย ตูนีเซีย ตามตำนานเทพนิยายกรีก แอตลาสจะเป็นภูเขาที่มียักษ์ไตตันคอยแบกท้องฟ้าอยู่ เนื้อหาของบทเพลงบางส่วนได้รับอิทธิพลมาจากบทกวีของวิลเลียม เบล็ค คือ “Albion remains…sleeping now to rise again” ได้มาจากภาพแกะสลัก The Dance Of Albion ซึ่งมีบทกวีประกอบภาพคือ

Albion rose from where he labour’d at the Mill with Slaves. Giving himself for the Nations he danc’d the dance of Eternal Death.

จิมมี เพจเปิดเพลงนี้ด้วยเสียงอินโทรกีตาร์แบบอาร์เปจิโอให้สำเนียงเร้นลับแบบตะวันออกไกล และโดดเด่นด้วยภาคริธึมฝีมือของจอห์น บอนแนมและจอห์น พอล โจนส์สร้างจังหวะเหมือนการควบม้า เพื่อสื่อถึงม้าไม้เมืองทรอยตามเทพนิยายกรีก เพลงนี้ใช้เบส 8 สายที่จอห์น พอล โจนส์เพิ่งซื้อตอนซ้อมดนตรีอยู่ที่แคลิฟอร์เนียก่อนที่จะมาทำอัลบั้มกันที่มิวนิค จิมมี เพจบันทึกเสียงกีตาร์ในอัลบั้มนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนำมามิกซ์เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน สร้างกำแพงเสียงกีตาร์ที่หนาแน่น

เพลงนี้มีส่วนคล้าย “เดอะซองรีเมนส์เดอะเซม” และ “แคชเมียร์” ตรงที่รับอิทธิพลของดนตรีตะวันออกกลางมาใช้เต็ม ๆ แต่ว่าใน “อคีลิสลาสต์สแตนด์” จะมีความหนักหน่วงของฮาร์ดร็อกมากกว่า

ถัดมาในเพลง “ฟอร์ยัวร์เลิฟ” จิมมี เพจเปลี่ยนกีตาร์มาใช้เฟนเดอร์สตราโตคลาสเตอร์ปี 1962 เป็นครั้งแรกเพราะต้องการเล่นคันโยก (ที่ไม่มีในกิบสันเลสพอล) อารมณ์เพลงออกจะขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความเบื่อ ๆ อยาก ๆ ของโรเบิร์ต แพลนต์ ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ ในฐานะ “ซูเปอร์สตาร์” อย่างเช่น “She Said  don’t you want some cocain and try one-night stand?”  จังหวะของเพลงนี้ออกไปทางฟังก์

“รอยัลออลีนส์” เป็นชื่อโรงแรมแห่งหนึ่งในนิวออรีนส์ แถบชุมชนฝรั่งเศส ซึ่งพลพรรคเลดเซพพลินใช้เวลาพักผ่อนที่นี่บ่อยมาก ถ้ามาทัวร์ในนิวออลีนส์เมื่อใดพวกเขาจะมาพักที่โรงแรมนี้และจะไปเตร็ดเตร่หาความสำราญด้วยการเที่ยวบาร์เกย์ แถมยังรู้สึกว่าบรรดาเกย์ที่แต่งตัวแบบผู้หญิงเหล่านี้มีสีสันและน่าสนใจมากกว่าคนทั่วไป จึงเป็นที่มาของเพลง “รอยัลออลีนส์” ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ สมาชิกบางคนเคยเมากัญชาแล้วเอาชุดสตรีมาใส่แล้วเกิดหลับไป มีสะเก็ดไฟจากการเสพกัญชาตกใส่เสื้อผ้าเกิดไฟไหม้ต้องวิ่งหนีกันโกลาหล ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าสมาชิกผู้นั้นเป็นใคร

แต่จากบางประโยคในเนื้อเพลงที่ว่า

And when the sun peeked through
John Cameron with Suzanna,
He kissed the whiskers, left & right

ทำให้หลายคนลงความเห็นว่าน่าจะเป็น จอห์น พอล โจนส์ มือเบสผู้เงียบขรึม เพราะเขาเคยใช้นามแฝง จอห์น คาเมรอน สมัยที่เป็นนักดนตรีรับจ้าง

เลดเซพพลินยังคงนำเอาเพลงเก่ามาบรรเลงใหม่ ในอัลบั้มนี้มี “โนบอดีส์ฟอลต์บัตมายน์” เพลงบลูส์สุดแสนคลาสสิกตลอดกาลของบลายด์ วิลลี จอห์นสัน โดนจับมาแปลงโฉมใหม่โดยไม่ให้เครดิตกับบลายด์ วิลลี จอห์นสันในปกอัลบั้มและไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ ด้วยเหตุผลว่าบลายด์ วิลลี่ จอห์นสัน ไม่ได้ทำลิขสิทธิ์เพลงนี้เอาไว้ วง เดอะเซเวนตีเซเวนส์เคยเอาเพลงนี้ไปเล่นก็ต้องให้เครดิตกับจิมมี เพจและโรเบิร์ต แพลนต์ โดยวงเล็บเอาไว้ว่า (ขออภัยต่อไบลด์ วิลลี จอห์นสัน)

เนื้อหาของเพลงนี้มีหลายส่วนที่คล้ายกับเดลตาบลูส์ของโรเบิร์ต จอห์นสันที่ชอบใช้คำว่า Devil ในบทเพลง ซึ่งทำให้บางคนตีความไปว่า เป็นการเปิดเผยว่าโรเบิร์ต แพลนต์ทำสัญญากับปีศาจ

Devil he told me to roll
Devil he told me to roll
How to roll the log tonight
Nobodys fault but mine

แต่ส่วนใหญ่แล้วจะตีความกันว่า Devil ในเพลงนี้หมายถึงเฮโรอีน ซึ่งจิมมี เพจกำลังติดงอมแงม ทั้งเนื้อเพลงและท่วงทำนองของ “โนบอดีส์ฟอลต์บัตมายน์” เจริญรอยตามเดลต้าบลูส์เข้มๆ เสียงกีตาร์ที่เล่นล้อไปกับเสียงของโรเบิร์ต แพลนต์ก็ทำออกมาได้ประณีตและฟังก้าวร้าว คั่นด้วยเสียงโซโล่ฮาร์โมนิกาในช่วงโซโลด้วยโรเบิร์ต แพลนต์

ในอัลบั้ม พรีเซนซ์ มีเพลงให้อารมณ์ร็อกแอนด์โรลเก่า ๆ อยู่ด้วย คือ “แคนดีสโตร์ร็อก” กับ “ทีฟอร์วัน” ที่หันกลับไปร็อกแอนด์โรลแบบเดียวกับเอลวิส เพลสลีย์ หรือว่าจีน วินเซ็นต์ และทั้งสองเพลงนี้ก็แสดงถึงภาวะอารมณ์ที่เจ็บปวดปนเศร้าในความเหงาเดียวดาย บางทีนั่นอาจจะเป็นเสียงรำพึงของวงเลดเซพพลินที่ต้องเจอปัญหาหลากหลายจนอยากจะหยุดไปอยู่เงียบกันแทบทุกคน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s