Led Zeppelin: Chapter 18 – Mess


ก่อนหน้าที่อัลบั้ม พรีเซนซ์ จะออกมาได้ไม่นาน ภาพยนตร์คอนเสิร์ตของ เลดเซพพลิน คือ เดอะซองรีเมนส์เดอะเซม ก็ได้ฤกษ์ออกฉายเสียที ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาในการจัดการตัดต่อนานมาก เฉพาะที่ ปีเตอร์ คลิฟตั้นผู้กำกับที่รับหน้าที่จัดการภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องใช้เวลามากกว่าสองปีครึ่งในการตัดต่อและเสริมแต่งทุกสิ่งทุกอย่าง

และหลังจากจบงาน ปีเตอร์ แกรนต์ผู้จัดการจอมเขี้ยวก็ส่งลูกน้องไปค้นบ้านปีเตอร์ คลิฟตันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฟิล์มต้นฉบับใดๆ หลงเหลืออยู่ เพราะเกิดความกังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย โจ มาซซ็อต ที่เก็บฟิล์มเนกาทีฟเอาไว้ไม่ยอมคืนจนต้องยอมจ่ายเงินแลกกลับมา สิ่งที่พบในบ้านเป็นเพียงโฮมวิดีโอที่ตั้งใจจะทำเป็นของขวัญให้สมาชิกวง นอกจากนี้ปีเตอร์ แกรนต์ยังเปลี่ยนเครดิตในตอนท้ายเรื่องเสียใหม่ แถมยังลบชื่อปีเตอร์ คลิฟตันออกจากเครดิตเสียด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้ปีเตอร์ คลิฟตันโมโหโกรธามาก

ภาพที่เห็นในเดอะซองรีเมนส์เดอะเซม ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกภาพไว้ในการแสดงที่เมดิสันสแควร์การ์เดน แต่ว่ามีการสร้างฉากจำลองเวทีเมดิสันสแควร์การ์เดนขึ้นที่สตูดิโอเชฟเพอตันในช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1974 เพื่อที่จะถ่ายซ่อมในฉากที่ปีเตอร์ คลิฟตันเห็นว่าใช้ไม่ได้ (ซึ่งเกือบทั้งหมดมันก็แทบใช้ไม่ได้อยู่แล้ว) และการถ่ายซ่อมนี้ก็ไม่ได้ใช้เวลาสั้นๆ ตอนแรกปีเตอร์ คลิฟตันคิดจะบันทึกภาพการแสดงสดของ เลดเซพพลินในอเมริกาช่วงปีค.ศ. 1975 จริงๆ เพื่อให้ได้ภาพที่น่าดูกว่าการแทรกภาพหลอก ๆ แต่เมื่อโรเบิร์ต แพลนต์ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ต้องยกเลิกไป

จิมมี เพจเป็นคนรับหน้าที่จัดการทำอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด ทำให้เพลงในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์กับเพลงที่อยู่ในภาพยนตร์จริง มีการคลาดเคลื่อนไปอย่างน่าสงสัย ตัวอย่างเช่น เพลง “แบล็กด็อก” จะมีอยู่ในภาพยนตร์แต่ไม่มีในอัลบั้ม ในขณะที่อัลบั้มทีเพลง “เซเรเบชันเดย์” ซึ่งในภาพยนตร์ไม่มีกล่าวกันว่าตอนที่ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ให้บรรดาผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องดูก่อนจะฉายจริง ตัวเออร์เมต เออทีกันประธานบริษัท อตแลนติกหลับไปกลางเรื่อง ภาพยนตร์ทำรายได้ในระดับดี ซึ่งว่ากันว่าไม่ใช่เพราะคุณภาพของตัวภาพยนตร์แต่เป็นเพราะชื่อเสียงของวงมากกว่า

เดอะซองรีเมนส์เดอะเซม ออกฉายวันแรกเมื่อ 20 ตุลาคม  1976 ที่นิวยอร์ก โดยใช้ระบบเสียงสี่ทิศทาง ซึ่งการใช้ระบบเสียงแบบนี้ทำให้ได้บรรยากาศที่ดีมากสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่ได้ดู แต่กับนักวิจารณ์อย่างเดฟ มาร์ชสับเรื่องนี้ไว้เสียเละเทะในนิตยสารโรลลิ่งสโตน

ถึงแม้ว่าจะโดนวิจารณ์ไม่ค่อยดีอย่างไร รวมไปถึงกระแสของดนตรีพังก์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วเป็นปรากฏการณ์ทำให้บรรดาบริษัทแผ่นเสียง ดีเจวิทยุ และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหันเข้าไปหาวงพังก์กันยกใหญ่ แต่ถ้าวัดความนิยมกันจริงๆ เลดเซพพลิน (รวมไปถึงอีกหลายๆวง) ก็ยังรักษาสถานภาพของตัวเองเอาไว้ได้ดีพอควร อย่างเช่นในการทัวร์อเมริกาช่วงเดือนเมษายน 1977 ก็ยังขายตั๋วหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ในเดือนพฤษภาคมพวกเขาไปเล่นที่มิชิแกนก็มีคนดูถึง 76,000 คน

แต่การทัวร์ก็ไม่ได้ราบรื่นตลอด ด้วยปัญหาเรื่องยาเสพติดและอื่นอีกหลายเรื่อง อย่างเช่นการเล่นที่ดัลลัสคืนแรก จิมมี เพจเล่นได้แย่อย่างไม่น่าเชื่อเพราะไม่ได้ฝีกซ้อมกีตาร์เท่าที่ควรเนื่องจากเอาเวลาไปหมดกับยาเสพติดและเหล้า โรเบิร์ต แพลนต์เองก็ยังมีปัญหากับเท้า เขายังต้องกินยาแก้ปวดในปริมาณสูงเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จนทำให้การแสดงในดัลลัสและอีกสองสามครั้งต่อมาต่ำกว่ามาตรฐานของวง และในครั้งหนึ่ง จิมมี เพจล้มกลางเวทีเนื่องจาก “ป่วยกะทันหันอันเนื่องมาจากอาหารเป็นพิษ” ตามประกาศอย่างเป็นทางการของวง และทางวงต้องยกเลิกคอนเสิร์ตที่ตามมา

บรรยากาศในการทัวร์ครั้งนี้ไม่ค่อยดีแต่ก็ยังดำเนินไปเรื่อยจนกระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1977 ขณะที่เล่นอยู่ที่โอ็คแลนด์ซึ่งเป็นการจัดของบิล แกรห์ม โปรโมเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเมริกาและเป็นผู้สนับสนุนวงเลดเซพพลินมาโดยตลอด ในการแสดงวันนั้นนมีวงของริก เดอร์ริงเจอร์ กับจูดาสต์พรีสต์ เป็นวงเปิด แต่ว่ามีปัญหาที่หลังเวที ปีเตอร์ แกรนต์ ริชาร์ด โคล และจอห์น บอนแนม มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับทีมงานของบิล แกรห์มด้วยเหตุผลว่าไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งเอาโลโกของวงเลดเซพพลินกลับไปเป็นของทีระลึกจึงมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน พอดีว่าเด็กคนนั้นชื่อวอร์เรนเป็นลูกชายของปีเตอร์ แกรนต์ซึ่งได้รับอนุญาตจากทางวงให้เอาโลโก้กลับไปได้ ผลก็คือการทะเลาะวิวาทลุกลามไปใหญ่โตซึ่งทำให้เกิดเป็นความบาดหมางใจระหว่างฝ่าย เลดเซพพลินกับทาง บิล แกรห์ม ถึงแม้ว่าคืนต่อมาเลดเซพพลินจะเล่นคอนเสิร์ตต่อ แต่จิมมี เพจนั่งเก้าอี้ระหว่างเล่นเพื่อแสดงความไม่พอใจ วันรุ่งขึ้นตำรวจไปจับตัวปีเตอร์ แกรนต์ ริชาร์ด โคล จอห์น บอนแนน และทีมงานอีกคนหนึ่งถึงโรงแรมที่พัก เพราะบิล แกรห์มไปแจ้งความดำเนินคดีตามด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ

และไม่กี่วันถัดมา วันที่ 26 กรกฎาคม โรเบิร์ต แพลนต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากภรรยาของเขาว่า คาแร็ก บุตรชายวัย 5 ขวบโดนนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อในกระเพาะและโดนนำตัวส่งโรงพยาบาล และสองชั่วโมงหลังจากโทรศัพท์ครั้งแรก เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากภรรยาของเขาอีกครั้ง แจ้งว่าแคแร็กเสียชีวิตก่อนจะถึงโรงพยาบาล ทำให้การทัวร์อเมริกาต้องยุติลง โรเบิร์ต แพลนต์ ริชาร์ด โคล และจอห์น บอนแนมจับเครื่องบินเที่ยวแรกอังกฤษทันที

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.