Saturday Night Fever


มีภาพยนตร์หลายเรื่องเหมือนว่าจะเป็นภาพยนตร์ตามกระแส หมายถึงเป็นภาพยนตร์ที่หยิบเรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจมาเป็นตัวนำเสนอ ซึ่งมันก็ได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง แต่หลายเรื่องกลายเป็นบทบันทึกความเคลื่อนไหวทางสังคมที่น่าสนใจไม่น้อย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สารคดีก็ตาม

อย่างเช่น แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ (Saturday Night Fever) อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ให้สาระระดับเร้นลึกมากนัก โดยเนื้อหาหลักยังเน้นความบันเทิง อิงกระแสบทเพลงดิสโกที่กำลังดังในช่วงนั้น แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ทำเงินได้ราว 140 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงมากในปี ค.ศ. 1977

Saturday Night Fever

และอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ก็สร้างปรากฎการณ์เอาไว้มากพอดี เฉพาะในอเมริกาเพียงแห่งเดียวก็ขายอัลบั้มได้มากกว่า 15 ล้านชุด (รวมทั่วโลกได้มากกว่า 40 ล้านชุด เป็น 1 ใน 9 อัลบั้มที่ทำยอดจำหน่ายได้เกิน 40 ล้านแผ่น) ทำให้เดอะบีจีส์มีเพลงฮิตติดอันดับหนึ่งในปีนั้นถึง 3 เพลง ชัน แต่ความสำเร็จของอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ก็คือได้รางวัลแกรมมี สาขา อัลบั้มแห่งปี (ซึ่งเท่าที่จำได้ มีอัลบั้มประกอบภาพยนตร์เพียงสามเรื่องที่ได้คือ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ เดอะบอดีการ์ด (วิทนีย์ ฮุสตัน) และ โอบราเธอรส์ แวร์อาร์ตโทร?

แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จและอัลบั้มทำเงิน แต่มันส่งผลกระทบทางวัฒนธรรม ทั้งดนตรีดิสโก ทรงผม เสื้อผ้า ทั้งหมดคือยุคสมัยหนึ่งของดนตรีดิสโก (หรือจะบอกว่านี่คือวัฒนธรรมป็อปฉบับนิวยอร์ก) ภาพ จอห์น ทราโวลตา ในชุดสูทสีขาว กลายเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์ดิสโก

ดนตรีดิสโกเข้าสู่ความนิยมสักประมาณกลางทศวรรษ 70 และก่อนหน้านั้น ดิสโกเธกโดนมองว่าเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของเหล่ารักร่วมเพศ เป็นแหล่งรวมยาเสพติดและการบริการทางเพศ แต่บทความ “พิธีกรรมของฝูงชนในคืนวันเสาร์” (Tribal Rites of Saturday Night) (http://nymag.com/nightlife/features/45933/) ของนิก โคห์นนักเขียนด้านดนตรีร็อกชาวอังกฤษซึ่งตีพิมพ์ในนิวยอร์กแมกกาซีนเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1976 มีเนื้อหาเกี่ยวกับวีถีชีวิตและวัฒนธรรมดิสโกในย่านบรูคลิน นิวยอร์ก โดยอ้างว่าเป็นเรื่องจริง

– ทุกอย่างที่เขียนในบทความนี้คือเรื่องจริงและที่ผมพบเห็นหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเล่าให้ผมฟังโดยตรง มีเพียงชื่อที่ใช้นามแฝง –

เมื่อดัดแปลงมาเป็น แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวตัวละครโทนี มานีโรที่ล้มเหลวในชีวิตการงานแต่กลายเป็นนักเต้นเท้าไฟที่มีคนชื่นชอบในดิสโกเธก บทนี้ส่งให้จอห์น ทราโวลตากลายเป็นดาราดังกว่าเดิม ทั้งที่ตอนนั้น จอห์น ทราโวลตา ก็มีชื่อเสียงจาก เวลคัมแบ็ก, คอตเตอร์ ละครโทรทัศน์แนวตลกเฮฮาอยู่แล้ว ระหว่างถ่ายทำ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ จะมีแฟนละครมาคอยตามสอดส่องจอห์นอยู่เสมอ แบดแฮม ผู้กำกับถึงกับพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ตอนบ่ายของวันแรกเราต้องยุติการถ่ายทำและกลับบ้าน” เพราะแฟนคลับของจอห์นมาดูการถ่ายทำและรบกวนการถ่ายทำเรียกร้องความสนใจกันมาก ทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างลำบากพอสมควร

อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับอานิสงค์ตามไปด้วย ความกลมกลืนระหว่างเนื้อหาของ “ผู้แพ้” ที่ได้ดิบได้ดีในชีวิตอีกแบบหนึ่งอาจจะเป็นเนื้อหาที่พบได้ทั่วไป แต่ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่นกับดนตรีดิสโก้ที่กำลังครองโลกในขณะนั้น และนำเสนอทุกอย่างทั้งดนตรี ท่าเต้น เสื้อผ้า แฟชั่น กลมกลืนไปเสียทุกอย่าง

อย่างในขั้นตอนการตัดต่อหนัง สมาชิกบีจีส์ก็ได้มาดูตัวอย่างหนังด้วย “เรายืนอยู่ด้านหลัง สิ่งแรกที่พวกเราคิดก็คือเสียงดนตรีในภาพยนตร์มันเบาไป เสียงรองเท้าของคนที่เต้นรำมันยังดังกว่าเสียงดนตรีเสียอีก พวกเขาอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นมากว่าเสียงดนตรี แต่เราบอกโรเบิร์ตไปว่า เร่งเสียงดนตรีหน่อย เพราะในคลับจริง ๆ ไม่มีใครได้ยินเสียงคนเต้นรำแบบนั้นหรอก จะมีแต่เสียงดนตรีดังกระหึ่มไปทั่ว” และนั่นเป็นสิ่งที่โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ยอมรับความคิดนี้ไปปรับใช้ เสียงเพลงใน แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ จึงโดดเด่นออกมา และให้อารมณ์คนดูเหมือนกับเข้าไปอยู่ในเธคจริง ๆ

แต่บีจีส์ไม่ได้ร่วมงานนี้แต่แรก เพียงแต่โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ คือ โรเบิร์ต สติกวู้ด เป็นผู้จัดการของบีจีส์ ขอให้บีจีส์ทำเพลงตอนจะทำภาพยนตร์ก็จริง แต่กว่าเพลงจะมาถึงมือเขาก็ถ่ายทำไปมากแล้ว เพลงของบีจีส์จึงมาประกอบภาพยนตร์ภายหลังในช่วงโพสต์โปรดัก

ฉากที่โทนีและสเตฟานีย์ซ้อมในช่วงแรก แบดแฮมใช้เพลง โลว์ดาวน์ ของ บอส สแคกส์ เล่นให้นักแสดงทั้งคู่เต้นรำตาม แต่ว่า บอส สแคกส์ ไม่อนุญาตให้ใช้เพลงของเขาในภาพยนตร์ เพราะเตรียมจะเอาไปเพลงไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง ลุ้กกิงฟอร์มิสเตอร์กู้ดบาร์ (Looking for Mr. Goodbar) ซึ่งจะออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน จอห์น แบดแฮม จึงต้องให้ เดวิด ไชร์ เขียนเพลงประกอบให้เข้ากับจังหวะที่ตัวเอกทั้งสองคนเต้นรำกัน และทั้งคู่ก็ต้องคิดท่าเต้นรำกันเองสด ๆ เพราะคนคิดท่าเต้นคิดว่าตัวเองไม่มีคิวการทำงานในวันนั้นก็เลยไม่โผล่หน้ามา

การเต้นรำในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการหลีกหนีจากโลกความจริงของโทนี่ ตัวเอกในเรื่องซึ่งพยายามยกระดับชีวิตตัวเองของโทนี แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นการดึงคนดูให้หลุดจากความเป็นจริงในขณะนั้นตามไปด้วย …และบางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีความรุนแรงหลายอย่างในภาพยนตร์ ทั้งเรื่องการเหยียดผิว การข่มขืน (ทั้งพยายามช่มขืนและรุมโทรม) เรื่องราวระหว่างแก๊งข้างถนน การเหยียดพวกรักร่วมเพศ ยาเสพติด

หลังจาก แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ โด่งดัง มีหลายคนอ้างตัวว่าเขาคือ โทนี มานีโร (หรือวินเซนต์ใน Tribal Rites of Saturday Night) แต่นิกบอกชัดเจนว่าไม่ใช่สักคน ต่อมาเขาสารภาพว่าเรื่องนี้เขา “หลอก” เขาไปนิวยอร์กจริงแต่ไม่ได้ไปสัมผัสชีวิตผู้คนในท้องถนนเมืองบรูคลินอย่างที่เขียนใน Tribal Rites of Saturday Night ตัวเอกวินเซนต์ที่เขาอ้างว่าได้พูดุคยสัมภาษณ์นั้นสร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากชาวม็อดคนหนึ่งเจ้าถิ่นถนนโกลฮ็อก ในย่านเชฟเพิร์ดบุชที่เขารู้จักดีในช่วงทศวรรษ 1960

อย่างไรก็ตาม แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ ก็ทำให้ดนตรีดิสโกเข้าสู่คนในวงกว้างมากกว่านิวยอร์ก กลายเป็นว่าเกิดกระแส “เห่อ” ดิสโกกันยกใหญ่ แม้แต่ พิงก์ฟรอยด์ยังต้องเอาไลน์เบสแบบดิสโกไว้ในอัลบั้มเดอะวอลล์อันโด่งดัง คิสก็ใช่ไลน์ดิสโกในเพลง “ไอวอสเมดฟอร์เลิฟวิงยู” ทั่วโลกต่างเข้าสู่ยุคของดิสโก

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

หลังจากความสำเร็จของ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ แล้ว จอห์น ทราโวลตาแสดงภาพยนตร์เพลงอีกคือ กรีส (Grease) ในปี ค.ศ. 1978 และ สเตอิงอะไลฟ์ (Stayin’ Alive) ในปีค.ศ. 1983 (ซึ่งเป็นภาคต่อจาก แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ กำกับโดยซิลเวสเตอร์ สตาโลน)

เดิมทีฝ่ายออกแบบชุดเสื้อผ้าออกแบบเสื้อผ้าของจอห์น ทราโวลตาเป็นสีดำ แต่เปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อมาดูภายหลังเห็นว่ามันกลืนไปกับฉากมืด ๆ ของดิสโกเธคทำให้คู่เต้นรำเด่นกว่า จีน ซิสเคล ซื้อชุดนั้นมาในการประมูลการกุศลในราคา 2,000 เหรียญสหรัฐฯ ในปีค.ศ. 1979 และต่อมาในปีค.ศ. 1995 เขาเอามันออกประมูลในราคา 145,000 เหรียญสหรัฐ

อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ กลายเป็นอัลบั้มที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดในสหรัฐฯ ก่อนที่จะโดนอัลบั้ม ธริลเลอร์ ของ ไมเคิล แจ็คสัน แย่งตำแหน่งไปครอง

เมื่อออกฉายครั้งแรก แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ ได้เรท R แต่มีเวอร์ชันที่ตัดทอนบางส่วนออกและได้เรท  PG ออกมาฉายภายหลังด้วย

One thought on “Saturday Night Fever

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.