Watchmen: Unforgettable


ไม่ได้เป็นแฟนนิยายภาพของอลัน มัวร์ (Alan Moore) แต่ดูภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายภาพของอลันมาสามเรื่องประทับใจมากสองเรื่องคือ วีฟอร์เวนเดตตา (V for Vendetta) กับ วอตช์เมน  (Watchmen) โดยเฉพาะเรื่องดนตรีที่จับเข้าหาเนื้อเรื่องได้แยบยล วีฟอร์เวนเดตตา ดึงเอาเพลง “1812 โอเวอเจอร์” ของไชคอปสกีมาใช้ในฉากถล่มตึกยังคงเจิดจ้าในความทรงจำและใน วอตช์เมน ก็มีอีกหลายเพลงให้พูดถึง

วอตช์เมนเปิดฉากด้วยการตายของตัวตลก (The Comedian) ….ไม่สิ ก่อนหน้านั้นเปิดฉากด้วยเอ็ดเวิร์ด เบลค (Edward Blake) นั่งดูวิดีโอเก่า ๆ แล้วมีเพลง “อันฟอร์เก็ตเทเบิล” ของแน็ต คิง โคล (Nat King Cole) ประกอบ ตรงนี้เพลง “อันฟอร์เก็ตเทเบิล”กำลังสร้างบรรยากาศรำลึกความหลัง จากนั้นก็มีคนร้ายที่บุกเข้าฆ่าเขาถึงในบ้าน เกิดการต่อสู้ที่สวยงาม คลอเคล้าไปกับเสียงเพลง “อันฟอร์เก็ตเทเบิล” ในบรรยากาศมืดหม่นทางฟิล์มนัวร์

แปลกนะ เวลาพูดถึงฟิล์มนัวร์ (โดยส่วนตัวมากๆ ) จะคิดถึงเพลงแจ๊สจากทศวรรษ 1920 – 1950 อะไรพวกนี้มากกว่า

“อันฟอร์เก็ตเทเบิล” ประพันธ์โดยเออร์วิน กอร์ดอน (Irving Gordon) แน็ต คิง โคล บันทึกเสียงไว้ในปีค.ศ. 1951 และ 1952 (เวอร์ชั่นหลังไม่มีเสียงออเคสตรา) และในปีค.ศ. 1962 เขาบันทึกเสียงเพลงนี้อีกครั้ง และน่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่คุ้นหูคนในปัจจุบันนี้มากที่สุด เพราะในปีค.ศ. 1991 นาตาลี โคล (Natalie Cole) ลูกสาวของเขาเอาเวอร์ชั่นนี้มาตัดต่อเข้ากับเสียงร้องของเธอแบบเนียนๆ จนได้รางวัลแกรมมี่ไปครองได้สบายๆ

Unforgettable, that’s what you are
Unforgettable though near or far
Like a song of love that clings to me
How the thought of you does things to me
Never before has someone been more

Unforgettable in every way
And forever more, that’s how you’ll stay
That’s why, darling, it’s incredible
That someone so unforgettable
Thinks that I am unforgettable too

No never before
has someone been more ooh

Unforgettable in every way
And forever more, that’s how you’ll stay
That’s why, darling, it’s incredible
That someone so unforgettable
Thinks that I am unforgettable too

แปลกที่เนื้อเพลงกับฉากความรุนแรงที่ชวนให้สลดใจมันเข้ากันได้ดี ยิ่งพอดูมาจนจบแล้วในตอนนั้นเอ็ดเวิร์ด เบลครู้ตัวว่าคราวนี้คงไม่รอด ในตอนต้น เขาพูดว่านึกแล้วต้องมีวันนี้ คงหมายถึงว่ารู้จุดจบตัวเองแต่ในตอนนั้นนึกแค่ว่า คนทำงานแบบนี้ก็ต้องมีศัตรูมาก เขาคงเตรียมตัวอยู่แล้ว

สิ่งที่ลืมไม่ได้… ไม่ลืม  กลายเป็นคำเสียดสีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเมื่อมาถึงตอนจบ …นึกถึงเพลง “อันฟอร์เก็ตเทเบิล” กับบรรยากาศและเนื้อร้องทีละบรรทัด กลับให้ความหมายที่แตกต่างไปจากความหมายเดิมของเพลง ใครกันแน่ที่ควรเป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้? อะไรคือสิ่งที่เราไม่ควรลืม?

หมายเหตุ: ในฉบับนิยายภาพก็ใช้เพลง “อันฟอร์เก็ตเทเบิล” ด้วยเหมือนกัน แต่เป็นในฉากที่แดเนียล ไดน์เบิร์ค (Daniel Dreiberg) กับลอรี จูปิเตอร์ (Laurie Jupiter) กำลังจะเริ่มเล้าโลมร่วมรักกันแล้วในโทรทัศน์ก็เล่นเพลงนี้เป็นฉากที่ให้อารมณ์รำลึกความหลัง

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.