พวกเขาไม่เคยสนใจพวกเรา


เช้าวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) เวลาประมาณ 7 โมงเช้า ได้เช็คทวิตเตอร์ตามปกติระหว่างรอรถเมล์ พบว่าไทม์ไลน์โดนกระหน่ำด้วยข่าวไมเคิล แจ็กสันเสียชีวิตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

เป็นข่าวร้าย ถึงแม้จะไม่ใช่แฟนเพลงของเขา แต่ก็ชื่นชมมาตลอด เมื่อเขามาเมืองไทยก็ไปดูเพื่อเป็นสักครั้งหนึ่งในชีวิต

คราวนี้เขียนถึงเพลง “เดย์ดอนท์แคร์อะเบาท์อัส” เพลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพลงป็อปสำหรับฟังและเต้นรำสนุกสนาน แต่เป็นเพลงที่สื่อสารในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างมีพลังและตรงไปตรงมาในท่อนคอรัสที่หนักแน่นจริงจัง All I wanna say is that they don’t really care about us”

แต่ในช่วงแรก มีเสียงวิพากษ์ทางลบต่อท่อนที่ร้องว่า “Jew me, sue me, Everybody do me, Kick me, kick me, Don’t you black or white me” มีความหมายเชิงเหยียดเชื้อชาติ โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ฉบับวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1995 (ก่อนหน้าอัลบั้ม HIStory: Past, Present and Future, Book I จะวางจำหน่ายเพียง 1 วัน) ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับเพลงนี้ว่ามีเนื้อหาเหยียดผิวและมีแนวโน้มต่อต้านคนเชื้อชาติยิว ทำให้ไมเคิล แจ็กสันต้องออกมาแก้ข่าวและขอโทษที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดแทบจะทันที เขาอธิบายว่าเขาพยายามเขียนเพลงเพื่อให้สังคมและการเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาที่มีอยู่ เขาเขียนในฐานะตัวแทนคนยิว คนผิวดำ คนผิวขาว หรือใครก็ตามที่ตกเป็นเหยื่อจากอคติและความเกลียดชัง เขาอยากจะสื่อสารกับเยาวชนให้ได้รับรู้ถึงสิ่งที่น่าเกลียดชังที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และเขาย้ำในรายการไพร์มไทม์ไลฟ์ว่า “ผมไม่ใช่พวกเหยียดผิว”

หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ฉบับวันที่ 16 มิถุนายนค.ศ. 1995 ลงความเห็นจากผู้นำชุมชนชาวยิวในนิวยอร์คว่าพวกเขาคิดว่าไมเคิล แจ็กสันไม่ได้เขียนเพลงในแง่เหยียดผิว แต่ควรอธิบายให้แฟนเพลงซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นซึ่งอาจจะมีความเข้าใจเนื้อหาคลาดเคลื่อนไปจากที่ตั้งใจนำเสนอ

วันถัดมา ไมเคิล แจ็กสันกล่าวขอโทษอีกครั้งและให้สัญญาว่าในการผลิตอัลบั้มครั้งต่อไปจะเขียนอธิบายไว้ในปกอัลบั้ม (ณ เวลานั้น อัลบั้มนี้จำหน่ายไปแล้วสองล้านแผ่น ในเวลาเพียงแค่สองวัน!) ถึงกระนั้นยังมีสื่อมวลชนอีกหลายคนที่ตำหนิเขาว่าการใช้คำอย่างยิวหรือคำสแลงอื่น ล้วนไม่เหมาะสมและทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ง่าย ปลายเดือนมิถุนายนไมเคิล แจ็คสันตัดสินใจบันทึกเสียงเพลงนี้อีกครั้งเพื่อเปลี่ยนคำว่า Jew me เป็น do me และเปลี่ยน kike me เป็น strike me

สำหรับมิวสิกวิดีโอกำกับโดยสไปค์ ลี ทำเป็นสองแบบ แบบหนึ่งถ่ายทำในบราซิล อีกแบบหนึ่งถ่ายทำโดยใช้ฉากเรือนจำ แทรกด้วยภาพจากเหตุการณ์ต่างๆ จากเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเหยียดสีผิวและความรุนแรงในชุมชน

การถ่ายทำในบราซิลใช้สถานที่จริงใน ริโอเดอจาเนโร กับ ซาลวาดอร์ เป็นชุมชนแออัด  โดนเพ่งเล็งและพยายามยับยั้งการถ่ายทำเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ชื่อเสียงเสื่อมทรามจากภาพชุมชนแออัด และบางส่วนกังวลว่าภาพที่ออกมาจะทำให้กระทบกับการเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคปีค.ศ. 2004 ช่วงต้นมีหญิงสาวพูดภาษาพื้นเมือง แปลเป็นอังกฤษได้ว่า “Michael, they don’t care about us” มีคนในพื้นที่เข้าร่วมในมิวสิกวิดีโอ แม้แต่ภาพที่มีหญิงสาวสองคนฝ่าหน่วยป้องกันเข้ามากอดแจ็คสัน ก็เป็นเหตุการณ์จริง และมิวสิกวิดีโอนี้ก็ทำให้ชุมชนวัฒนธรรมโอโลดัมซึ่งมาร่วมแสดง (ให้จังหวะและตีกลอง) กลายเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติไป

ถึงแม้ว่าภาพพจน์ของเขาจะออกมาทางแปลกประหลาดพิสดารจนทำให้เกิดการถากถางนินทาการมากมาย แต่เพลงของไมเคิล แจ็กสันหลายเพลงเป็นมากกว่าเพลงป็อปสนุกสนาน และด้วยความที่เขามีชื่อเสียง ทำให้สิ่งที่เขาต้องการนำเสนอเข้าสู่การรับรู้ของสาธารณชนในวงกว้างได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.