Michael Jackson: The Success Years


หลังจากที่เดอะแจ็กสันส์ออกมาอยู่กับซีบีเอส ไมเคิลยุติบทบาทการเป็นศิลปินเดี่ยวไว้ชั่วคราว โดยหันไปสนใจการทำงานในนาม เดอะแจ็กสันส์ ซึ่งได้ควบคุมการทำงานมากขึ้นกว่าสมัยอยู่กับโมทาวน์มากขึ้น แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในทำให้เขาตัดสินใจที่จะหันมาทำอัลบั้มเดี่ยวอีกครั้ง

Off the Wall

Released: August 10, 1979

Label: Epic

ถ้าจะนับอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ ไมเคิล แจ็กสัน จริงๆ ก็ควรจะเริ่มนับที่อัลบั้มนี้ เพราะอัลบั้มก่อนหน้านั้นจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโจเซฟ แจ็กสันกับเบอรี กอร์ดี (ภายใต้ทีมเดอะคอร์เปอเรชัน) ของ โมทาวน์ แต่สำหรับงานชุดนี้ ไมเคิล แจ็กสันได้ตัดสินใจที่จะปีกกล้าขาแข็งเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของพ่อของเขาอีกต่อไป

อัลบั้มชุดนี้แตกต่างจากอัลบั้มในนามเดอะแจ็กสันไฟฟ์หรือเดอะแจ็กสันส์ค่อนข้างมากในเรื่องของทิศทางที่ออกมาจับตลาดดนตรีป็อปมากขึ้นโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง ที่สำคัญคือเรื่องของเสียงร้องที่ไมเคิล แจ็กสัน ประสบปัญหามาตั้งแต่ปีค.ศ. 1973 ที่เสียงของเขาแตกเนื้อหนุ่ม แต่ต้องพยายามบีบเสียงเอาไว้ให้เป็นเสียงเล็ก ๆ แบบที่เคยสร้างชื่อเสียงในสมัยแรก แต่ในงานชุดนี้เขาได้แสดงถึงน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงเล็กใสอย่างในอดีต

Killer Tracks

“ดอนท์สต็อปทิลยูเก็ตอีนัฟ” ไมเคิลแสดงเทคนิคการร้องเสียงฟอลเซตโตได้อย่างราบรื่น ซึ่งต่อมาเขาใช้เทคนิคนี้เป็นประจำในการร้องเพลงของเขา และเพลงนี้ก็เป็นเพลงอันดับ 1 เพลงแรกในรอบ 7 ปีของเขาด้วย

Thriller

Released: November 30, 1982

Label: Epic

Producer Michael Jackson, Quincy Jones

ไมเคิล แจ็กสัน เปรยไว้ก่อนจะทำอัลบั้มนี้ว่าอยากได้อัลบั้มที่มีเพลงฮิตทุกเพลง ในตอนนั้นใครต่อใครก็คิดว่ามันเป็นเพียงความเพ้อฝันที่มากเกินไป เพราะถึงแม้ว่าอัลบั้ม ออฟเดอะวอล จะประสบผลสำเร็จ และพวกเขาจะคาดหวังความสำเร็จที่มากกว่า แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้อะไรเป็นกอบเป็นกำกลับมา

จากเพลงที่เก็บเอาไว้ถึง 300 เพลง คัดออกมาเหลือเพียง 9 เพลง กลายเป็นเพลงฮิตทุกเพลง หรืออย่างน้อยก็เกือบทุกเพลง เพราะ 7 เพลงสามารถขึ้นไปติดท็อป 10 ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันว่าอัลบั้มนี้จะแรงได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการโปรโมทผ่านเอ็มทีวีที่ช่วยทำให้เขาสร้างภาพลักษณ์โดดเด่นขึ้นมาได้

Killer Tracks

“บีตอิต” การทำลายกำแพงระหว่างดนตรีอาร์แอนด์บีกับดนตรีร็อกด้วยการเชิญเอ็ดดี้ แวน เฮเลน จากวงแวนเฮเลนมาใส่ท่อนโซโล่ในเพลงนี้ ช่วยให้เพลงนี้เข้าถึงคนที่ฟังเพลงร็อกในขณะที่แฟนเพลงอาร์แอนด์บีก็ยังรับเพลงนี้ได้

“เดอะเกิร์ลอิสมายน์” การข้ามมาทำเพลงป็อปเสี่ยงต่อการถูกวิจารณ์ว่าต้องการความสำเร็จทางการตลาดหรือเปล่า? แถมยังได้พอล แม็กคาร์ตนีจากเดอะบีตเทิลส์มาช่วยร้องเพลงนี้เสียด้วย แต่คุณค่าของเพลงนี้คงทำให้หลายคนลืมเลือนข้อสงสัยนี้ไปในเวลาอันรวดเร็ว

“บิลลี จีน” ทุกคนคงจะจำท่าเต้นมูนวอล์กอันโด่งดังได้เป็นอย่างดี ไมเคิล แจ็กสันใช้ท่านี้เป็นครั้งแรกในเพลงนี้ล่ะ

Bad

Released: August 31, 1987

Label: Epic

Producer Michael Jackson, Quincy Jones

จากความสำเร็จของอัลบั้ม ธริลเลอร์ ทำให้ ไมเคิล แจ็กสัน มีอิสระ และสามารถควบคุมการทำงานในอัลบั้มแบดได้มากขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าความกดดันจากความสำเร็จของอัลบั้ม ธริลเลอร์ คงสร้างความเครียดให้กับเขาอยู่ไม่น้อย และผลที่ออกมาก็น่าพอใจเพราะอัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในชาร์ทบิลบอร์ดตั้งแต่สัปดาห์แรก และมีซิงเกิ้ลอันดับ 1 ถึง 5 เพลง ทิศทางดนตรีในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปจาก ธริลเลอร์ พอสมควร มีเพลงเด็ดที่เข้มข้นมากกว่า ธริลเลอร์ หลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าในตอนนั้นทุกคนจะหันไปสนใจเรื่องชื่อเสียงและพฤติกรรมประหลาดของเขามากกว่า เลยทำให้หลายคนมองข้ามความโดดเด่นของบทเพลงในงานชุดนี้ไป

Killer Tracks

“เดอะตีไดอานี” เพลงนี้ยังมีข้อถกเถียงกันว่าเขาหมายถึงไดอานา รอสส์หรือเจ้าหญิงไดอานากันแน่ แต่ควินซี โจนส์ บอกว่ามันเกี่ยวกับพวกกรุ๊ปปี้ต่างหาก ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเพลงนี้เป็นเพลงที่มีจังหวะที่ยอดเยี่ยม แถมยังได้สตีฟ สตีเวนมือกีตาร์ข้างกายบิลลี ไอดอลมาเล่นกีตาร์ที่โฉบเฉี่ยวในเพลงนี้

Dangerous

Released: November 13, 1991

Label: Epic

Producer ไมเคิล แจ็กสัน, Teddy Riley, Bill Bottrell

ก่อนหน้าอัลบั้มนี้จะออกมาไมเคิล แจ็กสันได้ทำสัญญามูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐกับโซนีมิวสิก  (จำนวนรายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนอัลบั้มและสิ่งเกี่ยวข้องอื่นที่ขายได้) แต่ที่แน่ ๆ คือเขาได้รับอย่างน้อย 175 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับความเป็นคิงออฟป็อปของเขา

และความสำเร็จของคิงออฟป็อปวัดได้จากยอดจำหน่ายอัลบั้มนี้ที่ไม่ได้ตกไปจากอัลบั้ม แบด แม้แต่น้อย นั่นหมายถึงว่าเขามีแฟนเพลงที่เหนียวแน่นกลุ่มใหญ่ให้กำลังใจและติดตามผลงานของเขาตลอดเวลา งานชุดนี้เขาไม่ได้ร่วมงานกับควินซี โจนส์ ที่เคยร่วมสร้างชื่อเสียงในสามอัลบั้มที่ผ่านมา แต่กลับไปใช้บริการของ เท็ดดี ไรลีย์ผู้บุกเบิกดนตรีนิวแจ็กสะวิงทำให้งานชุดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นของดนตรีนิวแจ็กสะวิงตามไปด้วย

Killer Tracks

“รีเมมเบอร์เดอะไทม์” ความเป็นนิวแจ็กสะวิงเป็นอย่างไรสัมผัสได้จากเพลงนี้

HIStory: Past, Present and Future, Book I

Released: June 16, 1995

Label: Epic

Producer: Michael Jackson, James Harris, Janet Jackson, Terry Lewis, Dallas Austin, David Foster, Bill Bottrell, R. Kelly, Teddy Riley

หลังจากมีมรสุมชีวิตเกิดกับเขามากมายในช่วงปีค.ศ. 1993 – 1995 เขากลับเชิดหน้าสู้ด้วยการออกอัลบั้มฮิสทรี (HIStory) ซึ่งเป็นอัลบั้มคู่โดยในซีดีแผ่นแรกตั้งชื่อว่าฮีสทรีบีกินจะเป็นเพลงฮิตในอดีตของเขา ส่วนในแผ่นที่สองตั้งชื่อว่าฮิสทรีคอนตินิวจะเป็นเพลงใหม่

Killer Tracks

“สครีม”   เพลงที่ร้องร่วมกับเจเน็ต แจ็กสันน้องสาวของเขา

“ดี,เอส” เพลงที่ได้สแลชมาช่วยโซโลกีตาร์

Blood on the Dance Floor: HIStory in the Mix

Released May 20, 1997

Label: Epic

Producer: Michael Jackson, Teddy Riley, Jimmy Jam & Terry Lewis, Dallas Austin, Bill Bottrell, David Foster, Janet Jackson, R. Kelly

อัลบั้มที่เอาเพลงจากอัลบั้ม ฮีสทรี มารีมิกซ์  พร้อมกับเพิ่มเพลงใหม่

Invincible

Released: October 30, 2001

Label: Epic

Producer: Michael Jackson, Rodney Jerkins, Teddy Riley, Kenneth “Babyface” Edmonds, R. Kelly, Dr. Freeze

สตูดิโออัลบั้มสุดท้ายในชีวิตของไมเคิล แจ็กสัน และเป็นอัลบั้มที่ทำยอดจำหน่ายค่อนข้างต่ำด้วยเหตุผลหลายประการทั้งในเรื่องการโปรโมทอัลบั้มที่ออกมาน้อยมาก และไมเคิล แจ็กสันก็ไม่ได้ออกทัวร์สนับสนุนอัลบั้มนี้อย่างเต็มที่ (ไม่มีทัวร์แสดงสดอย่างที่เคยมีมา) แต่ถึงจะดูเหมือนว่าอัลบั้มนี้จะไม่ค่อยดีนัก มันก็ยังทำยอดจำหน่ายทั่วโลกได้มากกว่า 10 ล้านชุด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.