บันเทิงคดี


สำหรับชาวร็อกในยุค 20 กว่าปีที่แล้ว ทุกคนจะต้องรู้จักรายการบันเทิงคดี และนิตยสารบันเทิงคดีแน่นอน อาจจะเรียกได้ว่าในช่วงนั้นมีเพียงรายการบันเทิงคดีที่สนับสนุนดนตรีร็อกอย่างชัดเจน และผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ มาโนช พุฒตาล บุตรนายเฉลียวกับนางอำไพ…

บทสัมภาษณ์จากนิตยสารมิวสิกเอ็กเพรส

“ผมเริ่มจากทำรายการทีวีก่อน ด้วยความที่เราชอบเพลงเลยทำรายการเที่ยงวันอาทิตย์ ออกอากาศทางช่อง 5 สมัยนั้นพวกเพลงร็อกไม่ค่อยมีให้เห็นทางรายการทีวี เราเลยกลายเป็นเหมือนที่พึ่งของคนชอบเพลงร็อก เดิมทีไม่มีมิวสิกวิดีโอ เราก็ใช้วงไทยนี่แหละ หาวงมาให้ช่วยเล่น อย่างจะนำเสนอเรื่องของวงชิคาโก ก็ไปหาวงแฟลช ก็ไปหาเขาหลังบาร์เลิก ไปคุยกับเขา ไม่มีเรื่องธุรกิจก็ไม่ต้องจ่ายเงินอะไร เราก็ได้วงมาเล่นในทีวี เขาก็เต็มใจทำให้  อย่าง ‘ไฮเวย์สตาร์’ ก็ได้แม็คอินทอชมาเล่นให้ อยากทำเรื่องโปรเกรสซีฟร็อก ก็ไปตามวง บัตเตอร์ฟลาย ก็มาเล่นให้ ขนเครื่องมาเองด้วยนะ”

เรียกได้ว่ามันเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะทางวงดนตรีก็ได้มีโอกาสออกโทรทัศน์โปรโมทวงไปในตัว ส่วนทางรายการก็ได้วงดนตรีมาเล่นเพลงให้

จากเที่ยงวันอาทิตย์ รายการได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงที่ใช้ชื่อรายการว่าบันเทิงคดี ออกอากาศทางช่อง 5 อยู่หลายปี ก่อนย้ายไปอยู่ช่อง 11 และห่างหายไปจากหน้าจอโทรทัศน์ด้วยเหตุผลว่าไม่มีทุนทรัพย์ซื้อเวลา ซึ่งในจุดนี้ มาโนช พุฒตาลได้เล่าว่า

เมื่อก่อนเวลาในทีวียังไม่อยู่ในกระแสความสนใจของนักธุรกิจ ตอนผมไปทำช่อง 5 ใหม่ ๆ ปี 24 – 25 ขอเวลามันเป็นเรื่องง่าย เจ้าหน้าที่ระดับล่าง ๆ ยังมีเวลาทีวีของตัวเอง ช่างฉาก ยังมีเวลาของตัวเองชั่วโมงนึง ค่าเวลามันถูก แค่ 7,000 บาทต่อครึ่งชั่วโมง นึกถึงเคเบิลทีวีตอนนี้ก็ได้ คือตอนนี้มันยังไม่มีคอนเทนท์ คุณเอาคอนเทนท์ที่น่าสนใจไปเสนอเขาก็รับ เพราะมีเวลาให้เหลือเฟือ แต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนกันทีเดียวเพราะเคเบิลมันแคบ แล้วก็กระจัดกระจายไม่เหมือนทีวีหลักที่กระจายไปทั่ว”

“ผมว่ามันเริ่มจากยุคที่แปซิฟิก โดยสมเกียรติ อ่อนวิมล เจเอสแอลมาทำรายการพลิกล็อก พวกนี้ทำให้พวกโฆษณาทำเป็นกอบเป็นกำ รายการทีวีของผมก็เริ่มถอยออกมาตอนแปซิฟิก เข้ามาทำช่อง 5 การขอซื้อเวลาไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว ทางสถานีก็เห็นว่าการจะมาขายเวลาให้กับรายการเล็ก ๆ ทำไม สู้ขายให้ธุรกิจขนาดใหญ่ดีกว่า แล้วแปซิฟิกเขามั่นคง สมราคา แล้วก็สร้างรูปแบบใหม่ ถ้าไม่มีดร. สมเกียรติ รายการข่าวคงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ สมัยนั้นเวลาข่าวเป็นเวลาปิดทีวีกินข้าว ควรจารึกไว้ในวงการทีวีว่าเขาเก่งจริง ๆ มีความสามารถ และทำให้ค่าโฆษณาในช่วงข่าวสูงมากขึ้น”

นอกเหนือจากรายการโทรทัศน์ มาโนช พุฒตาลยังได้ขยายชื่อบันเทิงคดีมาทำนิตยสาร ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยการนำเสนอเรื่องสิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ เข้าไปในเนื้อหาแบ่งเป็นเซ็คชั่นต่างๆ (มีแม้แต่นิยาย!)  ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เปิดบริษัทไมล์สโตนขึ้นเพื่อรองรับงานด้านขายเทปเพิ่มขึ้น ซึ่งศิลปินรายแรกก็คือวง ดิโอฬารโปรเจ็คต์ ออกอัลบั้มชุด หูเหล็ก ในปีพ.ศ. 2532 เป็นงานชุดที่สองของทางวง  ก่อนหน้านั้น ดิโอฬารโปรเจ็คท์อยู่กับบริษัทเสียงทองและมีชื่อเสียงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากนักถ้าหากจะเทียบกับวงที่ออกมาไล่ ๆ กันอย่างไมโครและอัสนี – วสันต์ โชติกุล แต่มาโนช พุฒตาลก็มีเหตุผลที่จะทำเทปให้กับงานชุดที่สองของดิโอฬารโปรเจ็คท์

“ในสมัยนั้นตลาดเพลงไทยยังไม่คิดว่าเพลงร็อกหนัก ๆ จะขายได้  อย่างโอฬาร สมัยอยู่กับเสียงทองอัลบั้มแรก (กุมภาพันธ์ 2528) ก็ไม่ได้โปรโมทอะไรมาก เสียงทองก็ทำเหมือนเป็นลูกเมืยน้อย เน้นคนด่านเกวียนมากกว่า ขายได้แค่ 6 หมื่นเท่านั้นเอง แต่ผมทำรายการทีวีอยู่ เปิดเพลงเฮฟวีในทีวีบ่อย ก็รู้ว่ามีแฟนเพลงอยู่เยอะ ทำหูเหล็กออกมาล็อตแรกก็ขายได้ 9 หมื่นเข้าไปแล้ว ก็เลยซื้อลิขสิทธิ์กุมภาพันธ์ 2528 มาขาย”

แต่หลังจากวงดิโอฬารโปรเจ็คต์แล้ว ศิลปินอื่นที่ออกมาก็เรียกได้แค่ว่าประคองตัว ยกเว้นวงมาลีฮวนน่าในแนวเพื่อชีวิตที่ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่อีกก้าวของไมล์สโตน

“คือตอนนั้นพอทำออกไปแล้วก็มีนักดนตรีที่เห็นแนวทางของไมล์สโตนที่สนับสนุนดนตรีแบบนี้ก็เข้ามา หลังจากนั้นก็ทำเป็นกิจจะลักษณะมีโครงการขึ้นมาอย่างเดโมแทร็ก แต่ก็จะเป็นแนวอินดี้ หรืออย่าง ท็อดทองดีอัลบั้มแรก เมืองไทยข้างในข้างนอก ก็ทำ ขายได้ประมาณหมื่นม้วนก็ไม่ขาดทุนหรอก”

แต่ก็ไม่จีรังยั่งยืน เพราะในที่สุดบริษัทไมล์สโตนก็เลือนหายไป ซึ่งมาโนช พุฒตาลให้เหตุผลว่า

“ช่วงอัลเทอร์บูม มีค่ายเล็ก ๆ เกิดขึ้นบ่อยมาก เกิดขึ้นวันละค่ายสองค่ายเลยมั้ง มันก็เลยเฝือ แล้วช่วงนั้นลดค่าเงินบาทนั่นทำให้อะไรแย่ลงไปด้วย ช่วงปี 39 – 40 ลดค่าเงินบาท ผมก็ได้รับผลกระทบ นิตยสารบันเทิงคดีผมก็ปิดตัวไปตอนนั้น”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.