บริษัทแกรมมี


ในเมืองไทย บริษัททางดนตรีที่ได้สร้างวงดนตรีร็อกขึ้นมาประดับวงการเอาไว้มากมาย คงต้องยกให้บริษัทแกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ หรือในปัจจุบันคือบริษัทจีเอ็มเอ็มแกร็มมีจำกัด (มหาชน) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ อัสนี-วสันต์ โชติกุล ไมโคร วาย น็อท เซเว่น แคลช โลโซ และอีกมากมาย

จากนิตยสารมิวสิกเอ็กเพรส

แกรมมี่ ก่อตั้งในช่วงปลายปีพ.ศ. 2526 โดยมีตัวบุคคลที่ร่วมก่อตั้งคนสำคัญสองคนคือ เรวัต พุทธินันทน์ กับ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม

สำหรับ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นั้นเคยผ่านงานกับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง อย่าง ฟาร์อีสท์ (บริษัทโฆษณาในเครือสหพัฒน์ฯ)  และมาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง (ในเครือโอสถสภา เต๊กเฮงหยู) ซึ่งสร้างผลงานทางการตลาดเอาไว้หลายเรื่อง และคงเป็นผู้จัดการเรื่องระบบบริหารธุรกิจของบริษัท

แต่ถ้าในทางด้านดนตรีแล้วต้องยกให้ เรวัต พุทธินันทน์ ผู้เคยเป็นสมาชิกวงดนตรีระดับตำนานของเมืองไทย ดิอิมพอสสิเบิล มาก่อน เมื่ออิมพอสสิเบิลแยกตัวไป เขากับวินัย พันธุรักษ์ ก็ทำวงโอเรียนเตลฟังก์ ร่วมกัน

ซึ่งในสายตาของมาโนช พุฒตาล เขาถือว่าแกรมมี่ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่สำหรับการปลุกกระแสดนตรี “สมัยใหม่” ที่เข้ามาถูกจังหวะพอดี

“แกรมมี มีส่วนช่วยเปลี่ยนวงการเพลงเป็นพวก หัวใหม่  พี่เต๋อเนี่ย มีคอนเน็คชั่นเยอะ เขาไปดึงเอานักดนตรีเก่งๆ มาหลายคน คุณสมชาย ขันเลิศกุล คุณกฤษณ์ โชติทิพย์พัฒนา พวกบัตเตอร์ฟลาย…” มาโนช พุฒตาลให้ความเห็น “…นักดนตรีในสมัยนั้นจะมีสองแบบ แบบแรก ฝึกฝนตัวเอง เรียนรู้จากถนน จากทหารในแค้มป์ พวกนี้ทักษะจะดีมาก อย่าง วีไอพี แหลม มอริสัน เดอะฟ็อกซ์  จะเก่งเรื่องการแสดงบนเวที แล้วก็จะมีเด็กอีกรุ่น คือรุ่นที่เคยเกาะขอบเวทีดูรุ่นพี่เหล่านี้นี่แหละ แต่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มชนชั้นกลางในเมือง เรียนหนังสือ เรียนมหาวิทยาลัย เรียนการบริหาร คนเหล่านี้ก็อย่างเรวัติ พุทธินันท์ อ้อง สุรสีรห์ อิทธิกุล เรียนธรรมศาสตร์ จุฬา จบแล้วไปต่อเมืองนอก ได้เห็นโลกอีกโลกนึง ได้เห็นระบบ ได้เรียนรู้การจัดการ แต่ทักษะอาจจะสู้คนรุ่นก่อนหน้านั้นไม่ได้ แต่ทักษะนี่มันฝึกฝนกันได้”

การได้ไปเปิดหูเปิดตาในต่างประเทศ (โดยเฉพาะ เรวัต พุทธินันทน์ เคยไปปักหลักอยู่ที่ฮาวายเป็นปี สมัยยังอยู่กับวงอิมพอสสิเบิล ซึ่งเรื่องนี้ช่วยให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจวงการเพลง อีกทั้งคู่หูในแกรมมี่คือ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมคือนักการตลาดมือวางอันดับต้นของประเทศ จึงช่วยให้แกรมมี่มีการวางระบบรองรับที่รัดกุม และให้ผลตอบแทนแก่ผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งในเรื่องนี้ มาโนช พุฒตาลบอกว่า…

“พี่เต๋อเนี่ย มีคอนเน็คชั่นอยู่กับพวกที่เป็นพวกทฤษฎีด้วย รู้ทั้งปฎิบัติ รู้ทั้งธุรกิจ จัดการงานเป็นระบบ พวกนี้ก็ถูกพี่เต๋อดึงมาทำงาน โดยเฉพาะบัตเตอร์ฟลาย ที่ทำโรงเรียนศศิลิยะ อาจารย์ดนู ฮันตระกูลก็จบทางด้านดนตรีจากฮอลแลนด์ เรื่องคอมโพสิชั่น เรียกว่าคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนดนตรีคุณภาพ รู้ทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ พี่เต๋อก็ไปดึงกลุ่มนี้มา คือตอนอยู่กับบัตเตอร์ฟลาย เก่งจริง มันไม่ตอบโจทย์ตัวเองในเรื่องการเงิน บัตเตอร์ฟลายทำออกมาในเชิงอุดมคติ แต่พี่เต๋อนี่เห็นชัด ถ้ามาอยู่แกรมมีจะได้เงินเดือนเท่านี้ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เขาก็มาอยู่แกรมมีกันเยอะ แกรมมีเลยกลายเป็นบริษัทที่ได้นักดนตรีคุณภาพมาอยู่รวมกันเป็นก้อนใหญ่เลย แล้วก็มีฝ่ายการตลาด ทำเต็มรูปแบบ จังหวะในที่สังคมกำลังมาพร้อมพอดี มีโทรทัศน์ อะไร แกรมมีก็ได้เขียนหน้าประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของเมืองไทยขึ้นมา”

ถึงแม้ว่าวงร็อกในยุคแรกอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อย่างวงบาราคูดัสที่มีกริส ทอมมัส และ ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์ ทีต่อมาเป็นมือกีตาร์ให้กับวงคาไลโดสโคป หรือว่าวงโซดาซึ่งต่อมาสมาชิกเกือบทั้งหมดคือสมาชิกยุคแรกของวงดิโอฬารโปรเจ็คท์

แต่เมื่อจับทางตลาดได้ แกรมมีก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับงานชุด ร็อกเล็กเล็กของไมโครในปี พ.ศ. 2529 และตอกย้ำในปีถัดมาด้วยความสำเร็จของงานชุดผักชีโรยหน้าของอัสนี – วสันต์ โชติกุล

หลังจากนั้นแกรมมี ก็ได้ผลิตงานร็อกชั้นเยี่ยม อย่างเช่นธเนศ วรากุลนุเคราะห์, สุรสีห์ อิทธิกุล, ซิลลี่ ฟูล, วายน็อทเซเว่น และอีกมากมาย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s