Artist and Band Profiles,Glamorous Days

Cinderella


เรื่องราวการประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนนี่หลายๆคนคงเปรียบเทียบกับ ซินเดอเรลลานะ

แต่ซินเดอเรลลาที่จะมีเจ้าชายเอารองเท้ามาให้เพื่อที่จะได้อยู่อย่างมีความสุขต่อไปมันมีน้อยเหลือเกิน!

อย่างในสมัยปลายทศวรรษ 80 มีวงดนตรีจำพวกแฮร์แบนด์ ประสบความสำเร็จกันชั่วข้ามคืน  แล้วก็หล่นหายไปในกาลเวลา

ทั้งที่บางวงมีฝีมืออยู่ในระดับที่น่าจะประคับประคองตัวเองได้นานๆ

อย่างวงดนตรีที่ชื่อซิลเดอเรลลาเป็นต้น

วงนี้ก็เป็นซินเดอเรลลาสมชื่อ  พวกเขาเหมือนกับคนใช้ในครัวที่จู่ๆ ก็กลายเป็นเจ้าหญิง แต่แล้วก็ต้องกลับไปเป็นคนรับใช้เหมือนเดิม  ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเจ้าชายก็ถือรองเท้าแก้วมาตามหาให้กลับไปใช้ชีวิตในพระราชวัง แต่สำหรับวง ซิลเดอเรลลา ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีวันนั้น!!!

ทอม คีเฟอร์  คงจะรำพังรำพันในบางคืนว่าคนซื้ออัลบั้มเดี๋ยวนี้ไม่มีพวกที่รสนิยมชอบวงดนตรีฮาร์ดร็อกที่มีรากฐานจากบลูส์ กันบ้างหรือไง หรือว่ามันกลายเป็นของตกเมนูไปแล้ว…

หลังจากออกสตูดิโออัลบั้มในปีค.ศ. 1994 แล้วพวกเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอัลบั้มใหม่ออกมา มีเพียงงานรวมเพลงและงานบันทึกการแสดงสด  ซึ่งล่าสุดคือ ไลฟ์ แอท เดอะ โมฮีแกน ซัน (Live at the Mohegan Sun) ปลายปีค.ศ. 2009

ซิลเดอเรลลา เป็นวงดนตรีที่มีพื้นเพมาจากฟิลลาเดเฟีย แต่กลับทำดนตรีไปคล้ายกับวงแอโรสมิธ (จาก บอสตัน) และเอซี/ดีซี (จาก ออสเตรเลีย)

“ในตอนแรกที่เราตระเวนเล่นกันตามคลับ เราก็อยากจะนำเสนอเพลงของเราเอง ซึ่งนั้นทำให้เราหาที่เล่นลำบากเพราะว่าพวกคลับเหล่านั้นต้องการวงที่เล่นคัฟเวอร์มากกว่า” ทอม คีเฟอร์ รำลึกความหลังให้เราฟัง

ทอม คีเฟอร์ ตั้งวงดนตรีขึ้นมาในปีค.ศ. 1983 ร่วมกับ อีริค บริททิงแฮม (มือเบส) แล้วก็มี ไมเคิล เคลลี สมิธ มือกีตาร์ กับ โทนี เดรสตรา มือกลอง

พวกเขาสร้างชื่อเสียงกันมากพอตัว จนกระทั่งในปีค.ศ. 1985  จอน บอง โจวี แห่งวงบองโจวีที่กำลังเริ่มจะมีชื่อเสียงบ้าง(ในตอนนั้นบองโจวีเพิ่งออกอัลบั้ม 7800° ฟาห์เรนไฮต์  )  ได้ไปเจอซิลเดอเรลลาเล่นในเอ็มไพร์ร็อกคลับ และเขาก็ช่วยเหลือให้ซิลเดอเรลลาได้มีโอกาสเซ็นสัญญาทำอัลบั้มกับเมอคิวรีเร็คคอร์ด

Cinderella_1985.jpg

แต่ในการเซ็นสัญญาครั้งนั้น ไมเคิล เคลลี สมิธ กับ โทนี เดรสตร้า ไม่ได้เซ็นด้วย (มีการบอกเล่าในภายหลังทำนองว่า มีบางคนจากบริษัทไม่ค่อยชอบทั้งคู่เท่าไหร่) ทั้งสองคนจึงไปร่วมมือกันทำวงบริทนีฟ็อกซ์

คนที่เข้ามาแทนที่คือ เจฟ ลาบาร์ มือกีตาร์ กับ จิม เดอร์เนค มือกลอง แต่ว่าในการทำงานอัลบั้มแรก จิม เดอร์เนค ก็ออกไปเสียก่อน ปล่อยให้เป็นฝีมือของนักดนตรีรับจ้างในห้องบันทึกเสียงที่ชื่อ โจดี คอเทซ ก่อนจะได้ เฟรด คูรี มาเป็นมือกลองประจำวง

แล้วงานชุดแรก ไนท์ซองค์ส (Night Songs) ก็ออกมาในปีค.ศ. 1986  และทำยอดจำหน่ายได้ถึง 3 ล้านแผ่นไปได้สบายๆ ทอม คีเฟอร์ เล่าให้ถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นให้ฟังว่า “ช่วงนั้นมันเหมือนพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำเข้ามาเร็วมาก นั่นล่ะงานชุดแรก” พูดจบเขาก็หัวเราะ “นั่นคือสิ่งที่เราตั้งความหวังว่ามันจะเกิดหลังจากเราทำงาน และเราก็ได้เห็นมันเกิดขึ้นในชีวิตเราจริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ”

ไนท์ซองค์ส เป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมระหว่างเอซี/ดีซีกับแกล็มเมทัล พูดถึงในด้านดนตรียังไม่ค่อยมีอะไรน่าประทับใจในความโดดเด่นมากนัก แต่ทางด้านภาพลักษณ์พวกเขากินขาดหลายวง

และเมื่องานชุด ลองโคลวินเทอร์ (Long Cold Winter) ออกมาในปีค.ศ. 1988 พวกเขาก็ได้รับทั้งคำชม และยอดจำหน่ายมหาศาล กับงานเมทัลที่มีรากฐานมาจากดนตรีบลูส์ ชุดนี้คือความลงตัวที่หาได้ยาก จัดอยู่ในระดับมาสเตอร์พีซได้สบายๆ

พอถึงงานชุดที่ 3 ฮาร์ทเบรก สเตชัน (Heartbreak Station) ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับคำชมว่าเติบโตและมีพัฒนาการอันยอดเยี่ยม ยอดขายได้เกิดล้านชุด แต่กระแสดนตรีได้เปลี่ยนไป รวมทั้งพวกเขาเองก็มีความขัดแย้งกันภายใน

เฟร็ดดี คูรี มือกลองลาออกในช่วงทัวร์ ฮาร์ทเบรก สเตชัน เพื่อไปร่วมงานกับวงอาเขต (ของสตีเฟน เพียร์ซีนักร้องนำวงแรตต์) ทางวงได้ เควิน วาเลนไทน์ มาเป็นมือกลองแทน

และช่วงนั้นเองที่ ทอม คีย์เฟอร์มีปัญหาเรื่องหลอดเสียง ทำให้ไม่สามารถร้องเพลงต่อไปได้ การทำงานในอัลบั้มถัดมาต้องเสียเวลาและมีการเปลี่ยนมือกลองเป็น เคนนี อโรนอฟ

“หลังจากเราออกงานชุดที่ 4 สตีล ไคล์มบิง (Still Climbing) ในปี 1994 ทาง Mercury ก็เขี่ยเราทิ้ง” ทอม คีเฟอร์ เล่าเหตุการณ์ต่อมา ชีวิตที่น่าเศร้าที่ไม่เพียงแต่ซิลเดอเรลลาต้องประสบพบเจอแต่มันหมายถึงวงดนตรีแฮร์แบนด์ ทั้งหลายที่ดูเหมือนว่าร้านจำหน่ายซีดีจะไม่มีที่ให้กับดนตรีของพวกเขาไปเสียแล้ว

และด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ซิลเดอเรลลาเงียบหายไปจากวงการดนตรีเป็นเวลานาน วงซิลเดอเรลลาอยู่ในสถานะเงียบงัน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1995 เพื่อให้สมาชิกคนอื่นไปทำงานอย่างอื่นบ้าง ในขณะที่ทอม คีเฟอร์ ใช้เวลาหมดไปกับการบำบัดรักษา ผ่าตัดเส้นเสียงและเรียนรู้การร้องเพลงใหม่

แต่ ทอม คีเฟอร์ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เขาบอกว่าชอบงานของแม็ทชบ็อกทเวนตี้ และ เชอริง โครว์ ในยุคหลัง ๆ นี้

“สิ่งที่ทำให้ดนตรีของวงดนตรีเหล่านี้โดดเด่นขึ้นมาก็คือการเขียนเพลงที่ยอดเยี่ยม และที่สำคัญก็คือมันเป็นงานที่มี ‘สีสัน’ เมื่อผมได้ฟังงานดนตรีใหม่ๆในทุกวันนี้มันเป็นพวกปราศจากแก่นสารเสียเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะในส่วนของกีตาร์หนัก ๆ ถ้าคุณฟังการเล่นของ จิมมี เพจ จากงานของเลดเซพพลินคุณจะพบการการเล่นกีตาร์ที่แตกต่างหลากหลายในเพลงหนึ่งเพลง ซึ่งมันสร้างมิติเข้าไปในเพลง และผมก็คิดถึงสิ่งนี้มากในเพลงที่ผมได้ฟังในปัจจุบัน มันเหมือนกับว่านี่เป็นโลกของพวกพังก์และการาจซึ่งบางวงในพวกนี้ทำได้ดีและมีสไตล์ แต่ว่านอกนั้นแล้วมันขาดสีสันและความลุ่มลึก ซึ่งมันจะเก่าเร็ว”

หลังจากแน่ใจว่ารักษาเรื่องกล่องเสียงได้เรียบร้อยแล้ว ทอม คีเฟอร์ก็ระดมพรรคพวกร่วมวงซิลเดอเรลลาให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในช่วงปีค.ศ. 1997 เพื่อออกทัวร์

“เราห่างกันมากหลังจากแยกย้ายกันไปตอนที่บริษัทเดิมบอกเลิกสัญญา และสิ่งนี้ช่วยกระตุ้นให้เรากลับมาเขียนเพลงและเริ่มทำงานอัลบั้มใหม่อีกครั้ง” ทอม คีเฟอร์ เล่าถึงสถาการณ์ขณะนั้น ที่เหนืออื่นใดก็คือทางโซนีให้โอกาสซิลเดอเรลลากลับมาออกงานชุดใหม่โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีสมาชิกในยุคโด่งดังมาร่วมงานกัน ซึ่งนั่นทำให้มีการพูดคุยกับเฟร็ดดี คูรี่ ถึงความเป็นไปได้ ซึ่งเฟร็ดดี คูรีก็ไม่ขัดข้อง

แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่อะไรคืบหน้ามากเท่าใดนัก ได้แต่ปล่อยงานรวมเพลง วัน อัพพอน…(One Upon…) กับ บันทึกการแสดงสด ไลฟ์ แอท เดอะ คีย์ คลับ (Live at the Key Club) ซึ่งยอดจำหน่ายไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ งานลำดับถัดไปจึงชะงัก

“หลังจากที่บริษัทอนุมัติงบประมาณให้เราสำหรับทำงานชุดใหม่เพียงแค่สัปดาห์เดียว พวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะไม่มีอัลบั้มใหม่” คีเฟอร์ รำลึกความหลังอย่างขมขื่น เมื่อ Sony ตัดสินใจตัดหางปล่อยวัด

สภาพปัจจุบันของ ซิลเดอเรลลา ก็คือการทัวร์  ซึ่งก็ไปได้สวยทีเดียว อย่างทัวร์ในปี 2006 ร่วมกับวง Poison นั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง แต่ในปี 2008 ปัญหาเรื่องเสียงของคีเฟอร์ก็ตามมาเล่นงานจนต้องพักรักษาตัว จนกระทั่ง ปี 2010  ซิลเดอเรลลา ก็เริ่มออกแสดงสดอีกครั้ง

ส่วนอัลบั้มใหม่ ยังไม่มีอะไรคืบหน้า….

Discography

Studio Album

  1. Night Songs (1986)
  2. Long Cold Winter (1988)
  3. Heartbreak Station (1990)
  4. Still Climbing (1994)

Live Album

  1. Live Train to Heartbreak Station (1991)
  2. Live at the Key Club (1999) (15,000+ in the US)
  3. In Concert (2004)
  4. Extended Versions (2006)
  5. Gypsy Road: Live (2006)
  6. Authorized Bootleg: Live at the Tokyo Dome – Tokyo, Japan Dec. 31 1990 (2009)
  7. Live at the Mohegan Sun (2009)

Compilations

  1. Looking Back (1997)
  2. Once Upon A… (1997) (140,000+ US)
  3. 20th Century Masters – The Millennium Collection: The Best of ซิลเดอเรลลา (2000)
  4. Rocked, Wired & Bluesed: The Greatest Hits (2005)
  5. Gold (2006)
  6. Best Ballads (2008)
Advertisements

One thought on “Cinderella

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s