Vains of Jenna: Reverse Tripped


อัลบั้ม The Art of Telling Lies เป็นหนึ่งในงานที่ชอบที่สุดในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เพราะมันเป็นงานที่สกปรกตามแบบสลีซที่ไม่ได้ฟังมานานแล้ว  แต่ออกมาได้ไม่นานก็มีข่าวว่า ลิซซี่ เดวีน (Lizzy DeVine) นักร้องนำหน้าตามอมแมม ลาออกจากวงไปเสียแล้ว

ใจหาย และได้แต่ลุ้น

มันเคยมีตัวอย่างมามากมายหลายคณะ อย่าง Van Halen พอเปลี่ยนจากเดวิด ลี ร็อธ (David Lee Roth) เป็น แซมมี่ ฮาการ์ (Sammy Hagar) สไตล์ดนตรีก็เปลี่ยน แต่ก็ยังไปได้สวย แต่พอเปลี่ยนจากฮาการ์ มาเป็น แกรี่ เชอโรน (Gary Cherone) กลับแป้กไม่มีชิ้นดี

บางทีก็เป็นเรื่องยากจะทำนายว่ามันจะไปได้สวยหรือว่าดิ่งลงเหว

พอ เจสซี่ ฟอร์เต้เข้ามาทำหน้าที่เป็นนักร้องนำให้กับวง ก็มีการบันทึกเสียงบางเพลงกันใหม่

ลองฟังกันเป็นตัวอย่างมั้ย?

ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ Vains of Jenna มันค่อยๆ ลดลงไปพร้อมๆ กับความสะอาด ละเมียดสายตาของสมาชิกวง

ดนตรีกลายเป็นคลาสสิคร็อกไปแล้ว ไม่เหลือคราบไคลสลีซให้แปดเปื้อนมลทิล

จากวงยุค 80s กลับถอยลึกไปสู่วงยุค 70s ในสมัยที่ร็อกแอนด์โรลยังผูกติดกับบูลส์ร็อก

น้ำตาหลั่งรินอยู่ข้างใน  พร้อมกับถ้อยคำสบถที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้!

Reverse Tripped เป็นการแนะนำตัวเจสซี่ ฟอร์เต้ อย่างเป็นทางการ โดยหยิบยืนบทเพลงที่คุ้นหูในอดีตเป็นสะพานเชื่อมนักร้องนำคนใหม่ต่อแฟนเพลงเก่าๆ บทเพลงบรมครูได้รับการขัดเกลาให้กลายเป็นฮาร์ดร็อกอย่างใจหายใจคว่ำ

พวกเขา อ้างว่าบทเพลงเหล่านี้เป็นอิทธิพลสำคัญของวง  แต่พวกเขา “กล้า” (หรือไม่ก็สิ้นคิดขนาดหนัก) ในการที่จะดัดแปลงให้บทเพลงเหล่านั้นเป็นบทเพลงของพวกเขาอย่างแนบเนียน

อย่างเช่น “Wish You Were Here” ของ Pink Floyd นี่ถ้าแฟนเพลง Pink Floyd ได้ยินอาจจะนึกว่าบทเพลงโดนกระทำชำเราจากมือสมัครเล่น

แน่นอน สไตล์กีต้าร์ที่โคตรจะใสเนียนของ เดวิด กิลมอร์ ไม่ใช่เรื่องที่จะเลียนแบบได้ง่ายๆ และ Vains of Jenna ก็คงไม่คิดจะเลียนแบบอยู่แล้ว  พวกเขายังคงเก็บโมทีฟของกีต้าร์ตามต้นฉบับเอาไว้ แต่พอฟังแล้ว อารมณ์โปรเกรสซีฟ ร็อกละเมียดละไม ทำไมมันกลายเป็นอารมณ์บลูส์ ร็อกกร้านชีวิตกึ่งๆ เมา?

หรือคนฟังกำลังเมา?

แม่ง ครับ ยอมรับว่าฟังไปกรึ่มไป โคตรจะได้อารมณ์ล่องลอย แต่ไม่เวิ้งว้างอย่างต้นฉบับ นึกถึงพวกไซคีเดลิค ร็อกที่ตัดเอาส่วนรุงรังและเพ้อฝันออกไป แล้วจับมาทุบๆ ด้วยความติดดินของชนชั้นแรงงาน

เสียงร้องของฟอร์เต้มันเหมาะกับอารมณ์สไตล์นั้น  ถ้าให้ร้องพวกคลาสสิคร็อกเก่าๆ อย่าง Aerosmith ฉบับลดทอนความกวนตีนลงไปมากๆ ก็คงจะเข้ากันได้

อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “Smoke on the Water” ที่ไม่รู้ว่ามีการคัฟเวอร์มาแล้วกี่ร้อยเวอร์ชั่น แต่ไม่ว่าเวอร์ชั่นไหนก็ต้องพยายามเก็บท่อนริฟฟ์อมตะเอาไว้ (ถึงจะดัดแปลงไปบ้างก็ตามแต่สไตล์)

Vains of Jenna แม่ง ทิ้งริฟฟ์นี้ไปเลย!

บทเพลงกลายเป็บบลูส์ร็อกโคตรจะเก๋า เนิบช้า เหมาะกับการนั่งจิบน้ำชาประสาผู้สูงวัยระหว่างฟังเพลง ยิ่งเพลง  “The Sound Of Silence” ที่ดูจะเคารพต้นฉบับเกินกว่าที่คาด เรียบเรียงบทเพลงได้รื่นรมย์ตามต้นฉบับ แม้ว่าจะมีเรียบเรียงใหม่ในแบบของพวกเขาก็ตาม ท่อนโซโล่กีต้าร์งดงามได้น้ำได้เนื้อทีเดียว

เสียงร้องของ ฟอร์เต้มันสากระคายตามแบบบลูส์ร็อก ไม่ได้ตะโกนโหวกเหวกให้รำคาญใจแบบเดวีน

แต่…คิดถึง เดวีน จนน้ำตาไหล…

วงโปรดลดน้อยถอยจำนวนลงไปอีกหนึ่งชื่อ…

ถ้าไม่คิดอะไรมาก กับความประทับใจแบบเดิมๆ ที่ลาร้างห่างหายไปแทบหมดสิ้น  นี่ก็เป็นฮาร์ดร็อก บนพื้นฐานบูลส์ที่ฟังแล้วใช้ได้  มีหลายเพลงที่ทำออกมาเข้าท่าเหมือนกัน เช่น “Blowin’ in the Wind” ของ บ็อบ ดีแล่น เสียงร้องของฟอร์เต้ลงตัวกับสไตล์คลาสสิคร็อก กีต้าร์ฟิลกำลังได้อารมณ์ ไม่หนักเกินไป  ท่อนโซโล่ก็ไม่ถึงกับบาดหู อย่างเพาว์เวอร์บัลลาด เป็นสโลว์ร็อกที่ค่อนข้างสมบูรณ์

อีกเพลงที่เยี่ยมมากในงานชุดนี้ “Hey Hey, My My” ของ นีล ยัง ไม่หนัก แต่ไม่วังเวง เป็นเพราะต้นฉบับดีอยู่แล้วด้วย เพราะในเพลงนี้ Vains of Jenna ไม่ได้แตะอะไรมาก เพียงแต่เสริมดนตรีให้มันออกมาเต็มๆ เท่านั้น  พอๆ กับ “Get Back” ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นประหลาดใจ

บางเพลงฟังแล้วน้ำตาไหล สงสารต้นฉบับโดนย่ำยี ตามประสาคนฟังใจแคบคนหนึ่ง “California Dreaming” ของ The Mama and the Papas ที่เคยรื่นหู (เพราะเสียงประสาน กับการเรียบเรียงดนตรีโปร่งบาง) กลายเป็นร็อกดาดๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น  “Yellow Brick Road”  ก็หักอารมณ์ไปเลย มันขาดอารมณ์ละเมียดแบบต้นฉบับไปอย่างน่าเสียดาย

ก็เข้าใจในพื้นฐานดนตรีของพวกเขาอยู่ว่าไม่อยากจะดำเนินรอยตามของเดิมเป๊ะๆ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดมากๆ คือพวกเขาละทิ้งความเป็นสลีซ ออกไปจนหมดสิ้น จนต้องทำใจไว้ล่วงหน้าสำหรับงานจากมันสมองของพวกเขาล้วนๆ ในชุดหน้าว่าคงต้องปรับความคิดกันใหม่ก่อนจะหามาฟัง…

อยากให้เข้าใจ ก่อนจะจบเรื่องนี้  ไม่ใช่ว่างานชุดนี้เลวร้ายแต่อย่างใด ถ้าคุณต้องการฟังคลาสสิคร็อกที่สะอาดๆ

แต่สำหรับคนที่เคยชอบความโสมม แหกปากโวยวาย สุดมันส์ตามแบบฉบับสลีซที่เคยมีในงานเก่าๆ คงต้องทำใจมากๆ ตั้งนะโมสามจบทำใจรับความเปลี่ยนแปลงก่อนหยิบมาฟัง

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.