ข้ามไปยังเนื้อหา

Jani Lane


ศิลปินหลายรายจบชีวิตก่อนวัยอันควร อย่างเช่น เจนี เลน อดีตนักร้องนำวงวอแรนต์เป็นต้น

ช่วงเย็นวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2011 มีข่าวว่าพบศพเจนี เลนที่โรงแรมคอมฟอร์ตอินน์ ในวู้ดแลนด์ฮิลส์, แคลิฟอร์เนีย ห่างจากบ้านของเขาในรีดอนโดบีชประมาณ 27 ไมล์

ในห้องที่พบศพมีสุราและยาบางชนิดที่จะใช้ได้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น เมื่อตำรวจค้นศพเขาแล้วไม่พบเอกสารระบุตัวตนใดใดทั้งสิ้น มีเพียงกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่เขียนว่า “ผมคือเจนี่ เลน” และเบอร์โทรติดต่อคนใกล้ชิด

ภายหลังได้มีการพิสูจน์เอกลักษณ์ลายมือแล้วพบว่าไม่ใช่ลายมือของ เจนี่ เลน คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งของเขาเอาใส่กระเป๋ากางเกงเขาเอาไว้ เพราะรู้ว่าเขามักจะหมดสภาพช่วยตัวเองไม่ได้

ผลการชันสูตรศพ สรุปว่าเขาเสียชีวิตเนื่องจากภาวการณ์ดื่มสุราในปริมาณมาก

เป็นข่าวที่ชวนใจหาย แต่ไม่ไกลเกินความคาดคิด เพราะในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา เจนี เลน ได้แสดงปัญหาส่วนตัวออกมาเด่นชัดในเรื่องสุราจนน่าเป็นห่วงมาแล้วหลายครั้ง เคยโดนจับข้อหาเมาแล้วขับถึงสองครั้ง ในปีค.ศ. 2009 และ 2010 ซึ่งครั้งที่สองนั้นเขาต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำนาน 120 วัน เมื่อออกมา ก็ต้องเข้ารับการบำบัด (ครั้งที่เท่าไหร่ไม่ทราบ) เขาแถลงการณ์ถึงความรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำ และเหมือนว่าจะทำตัวเองให้ดีขึ้น แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 เขาก็ประกาศยกเลิกการทัวร์ของเขาทั้งหมดก่อนหน้าจะเริ่มต้นทัวร์เพียงแค่ 2 วัน โดยไม่บอกเหตุผล

แต่แฟนเพลงจินตนาการถึงสาเหตุไปในทิศทางเดียวกัน…พิษสุราเรื้อรังเล่นงานเขาอีกแล้ว!

“การติดเหล้าไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาต้องต่อสู้ทุกวันเพื่อจะเอาชนะมัน…” วิกกี ออสวาลด์-ลี พี่สาวของเขาให้สัมภาษณ์ RadarOnline.com และย้ำว่าน้องชายของเธอไม่ได้ข้องแวะกับยาเสพติดใด ๆ นอกจากสุรา

“ยังไม่ได้ผลการชันสูตรใดใดทั้งสิ้น แต่ว่าเขาดื่มหนักมาก และฉันก็เดาได้เลยว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับเหล้าแน่ ๆ”วิกกี ออสวาลด์-ลี ได้พูดคุยกับน้องชายของเธอครั้งสุดท้ายวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2011 ก่อนที่ เจนี เลนจะเข้าโปรแกรมบำบัด 3 วัน ซึ่งไม่เป็นผล และเขาก็หายหน้าไป แม้ว่าเธอจะพยายามติดต่อเขาก็แต่ตามตัวเขาไม่เจอ

warrant 20xx

มันเป็นสิ่งที่เธอวิตก แต่ เจนี เลน ก็หายตัวไปแบบนี้หลายครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา และเธอก็ได้รับรู้ว่าเขาเองก็พยายามจะเข้ารับการบำบัดอาการติดสุราหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการเข้าร่วมโปรแกรมกับ ด็อกเตอร์ ดรู พินสกี ผู้มีชื่อเสียงในการบำบัดอาการติดสุราให้กับคนดังหลายต่อหลายคน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีครั้งใดประสบความสำเร็จ และพี่สาวของเขาเชื่อว่าที่เขาหายไปเพราะรู้สึกโดดเดี่ยวและรำคาญอาการติดสุราของตัวเอง…แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

“ทำไมเขาถึงไปอยู่ในโรงแรม? ทำไมเขาถึงไม่อยู่กับภรรยาของเขา? ทำไมเขาถึงแยกตัวไปอยู่คนเดียว? มีคำถามมากมายแต่ไม่รู้ว่าคำตอบที่แท้จริงคืออะไร” วิกกี บอก

ข่าวสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเก็บตัวเงียบก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไม่นาน (23 กรกฎาคม) ก็คือ เจนี เลน เปิดตัวในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมรายการ แดตเมทัลโชว์ ทาง วีเอชวัน (มีกำหนดเผยแพร่เดือนตุลาคม) ร่วมกับ ไมเคิล สวีต แห่งสไตร์เปอร์ และเทมมี ดาวน์ แห่งฟาสเตอร์พุซซีแคต

เจนี เลน หรือ จอห์น เคเนดี ออสวาลด์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1964 เป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องนำวง วอแรนต์ หนึ่งในแฮร์แบนด์ที่มีชื่อเสียงมากช่วงปีค.ศ. 1989 – 1991 สองอัลบั้มแรก เดอร์ตีร็อตเทนฟิลธีสติงกีริช กับ เชอรีพาย ประสบความสำเร็จทำยอดจำหน่ายได้หลายล้านแผ่น มีเพลงฮิตมากมายอย่าง “เชอรี พาย”, “ดาวน์บอยส์” และเพลงบัลลาดสุดฮิต “เฮฟเวน”

ในช่วงแรกเขาเริ่มอาชีพนักดนตรีในฐานะมือกลองของวง ไซเรน ก่อนจะย้ายจากโอไฮโอมาฟลอริดา ร่วมงานกับวง ดอเรียน เกรย์ ซึ่งในช่วงนี้เองที่เขาเริ่มหัดร้องนำบ้าง และได้ย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิส เป็นนักร้องนำให้กับวง เพลนเจน ในราวๆปีค.ศ. 1985 ซึ่งวงนี้มีมือกลองชื่อ สตีเวน สวีต ที่กลายมาเป็นมือกลองวอแรนต์

วง เพลนเจน มีชื่อเสียงพอสมควรในลอสแอนเจลิส จนเตะตา อีริก เทอร์เนอร์ แห่งวงวอแรนต์ก็เลยชวนให้เจนีมาเป็นนักร้องนำวงแทน อดัม ชอร์ และพ่วง สตีเวน สวีต มาเป็นมือกลองของวงด้วย

และนั่นคือจุดเริ่มต้นความสำเร็จของวอแรนต์

วอแรนต์ ก่อตั้งวงในลอสแอนเจลิส โดย เจอร์รี ดิกสัน (มือเบส) กับ อีริก เทอร์เนอร์ (มือกีตาร์) ในปี ค.ศ. 1984 โดยมี อดัม ชอร์ เป็นนักร้องนำ โจช เลวิส เป็นมือกีตาร์อีกคน และ แม็กซ์ แอสเชอร์ เป็นมือกลอง พวกเขาวนเวียนอยู่ในลอสแอนเจลิส ถิ่นของแกล็มเมทัลอยู่ประมาณ 2 ปีก่อนที่เจนีจะเข้ามาเป็นนักร้องนำ

ซึ่งนั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของวอแรนต์เมื่อเจนีแสดงความสามารถด้านการแต่งเพลงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะชนเดือนมีนาคม ค.ศ. 1987 โจอี แอลเลน เข้ามาเป็นมือกีต้าร์แทน โจซ เลวิส และสมาชิกยุคนี้กลายเป็นสมาชิกที่แฟนเพลงจดจำมากที่สุด

warrant-1989

ในงานแผ่นแรกที่มีชื่อยาวเหยียด เดอร์ตีร็อตเทนฟิลธีสติงกีริช ประสบความสำเร็จจากเพลงบัลลาด ที่บาดใจสาวอย่าง “ซัมไทม์ชีครายส์” และอีกเพลงที่โคตรฮิตจนหลายคณะหมั่นไส้… “เฮฟเวน” มันกลายเป็นเพลงฮิตที่เอ็มทีวีเปิดจนถึงขั้นใครไม่ชอบเพลงของพวกเขาก็ต้องเคยได้ยิน ก่อนหน้านั้นพวกเขาได้เปิดตัวด้วยเพลง “บิ๊ก ทอล์ก” และ “ดาวน์บอยส์” ด้วยกะจะขายเพลงที่เน้นไปทางปาร์ตี้และความสนุกสนาน ตามแบบฉบับวงร็อก มากกว่า แต่ว่ามันก็ทำได้เพียงระดับธรรมดา แต่พอปล่อย “เฮฟเวน” ออกมา กลายเป็นเพลงฮิตทำให้ผู้เกี่ยวข้องประหลาดใจในความสำเร็จระดับนั้น

เฮฟเวน

พวกเขาตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งใน เชอร์รี่พาย ความทะลึ่งตึงตังในแบบ เซ็กซี่ทำให้งานชุดนี้ทำยอดขายไม่น้อยหน้าแผ่นแรก  อย่างมิวสิควิดีโอเพลง “เชอร์รี่ พาย”คงจะถูกใจหนุ่มๆ ไม่น้อย

เชอรีพาย

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะไปได้ดี แต่ว่าบางเรื่องมันก็ไม่เป็นไปพวกเขาตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งใน เชอรีพาย ความทะลึ่งตึงตังในแบบเซ็กซี่ทำให้งานชุดนี้ทำยอดขายไม่น้อยหน้าแผ่นแรก อย่างมิวสิกวิดีโอเพลง “เชอรีพาย”คงจะถูกใจหนุ่ม ๆ ไม่น้อย ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะไปได้ดี แต่ว่าบางเรื่องมันก็ไม่เป็นไปดังหวัง

ในปีค.ศ. 1992 อัลบั้ม เนเวอร์มานด์ ของเนอวานากลายเป็นปรากฏมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนดนตรีไปตลอดกาล และกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่กลบทับกระแสดนตรีป็อปเมทัลไปหมด อีริก เทอเนอร์ มือกีตาร์ให้สัมภาษณ์ในปี ค.ศ. 2004 รำลึกถึงช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ให้ฟังว่า “ในตอนที่ เชอรีพาย ออกมานั้น เจนีได้ไปพบกับประธานบริษัทแผ่นเสียงต้นสังกัดของเรา ปรากฏว่าในห้องทำงานของท่านประธานมีโปสเตอร์โปรโมตอัลบั้มของเราเต็มผนังทั่วห้อง” อีริกเล่าให้ฟังอย่างนั้น แต่ว่าหลังจากนั้นหนึ่งปี อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป “พออัลบั้ม ด็อกอีตด็อก (อัลบั้มที่สามของวอแรนต์) กำลังจะออก เจนีต้องไปพบท่านประธานก่อน ปรากฏว่ามีโปสเตอร์ของวงอลิซอินเชนส์ ประดับอยู่เหนือโต๊ะเขาเลย” พูดจบอีริกก็หัวเราะ

เขาหัวเราะได้เพราะมันผ่านมานานเกิน 10 ปี แต่ขณะที่หัวเราะนั้นไม่รู้ว่าในใจจะมีน้ำตาตกบ้างหรือเปล่า…

งานชุด ด็อกอีตด็อก ล้มเหลวทางยอดจำหน่ายไม่ประสบความสำเร็จอย่าง 2 อัลบั้มแรก “อัลบั้ม เนเวอร์มายด์ ออกมาในช่วงเดียวกับอัลบั้มของเรา มันออกมาผิดจังหวะไปหน่อย” อีริกบอก “ไม่ว่ายังไง ผมก็ยังยืนยันว่า ด็อกอีตด็อก เป็นงานที่ดีที่สุดของวอแรนต์”

แมชีนกันส์

ถึง อีริก เทอร์เนอร์จะบอกว่า ด็อกอีตด็อก เป็นงานที่ดีที่สุด แต่มันเป็นงานที่ทำให้สถานะของวงวอแรนต์ดิ่งลงเหวจนน่าใจหาย เจนีลาออกจากวงเพื่อเป็นศิลปินเดี่ยวในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 แต่ย้อนกลับมาร่วมวงใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1994 แต่งานที่ออกหลังจากนั้นไม่เป็นที่จดจำเท่าใดนัก ไม่มีเพลงฮิตในวงกว้าง มีเพียงแฟนเพลงเฉพาะกลุ่มที่ติดตามให้กำลังใจ

“เราไม่ได้แค่โดนตัดหรือว่าปลดจากบริษัท เราหมดตัว เราถูกฟ้อง,มันมีอะไรหมากมายที่ต้องเรารับมือและจัดการกับกระแสของดนตรีที่เปลี่ยนไป มันน่ารังเกียจจริง ๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 90 เราเรียกว่าเป็นยุคมืด ถ้าคุณไม่ได้มีผ้าสักหลาดและมาจากแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ (เขาหมายถึงพวกกรันจ์) – คุณตายแน่ ๆ”

ในช่วงนั้นทางวงมีการเปลี่ยนสมาชิกหลายครั้ง อย่างริก สเตียร์ มาเป็นมือกีตาร์ และ เจมส์ ค็อตแท็ก มาเป็นมือกลอง แทน โจอี อัลเลน กับ สตีเวน สวีต ที่ออกไปในช่วงปีค.ศ. 1994

ในช่วงตกต่ำของทางวงนี้มีการเปลี่ยนสมาชิกหลายครั้งหลายหน จนกระทั่งทางวงมาลงตัวสมัยได้ เจม เซนต์ เจมส์ (อดีตนักร้องนำวงแบล็กแอนด์บลู) มาเป็นนักร้องนำพร้อมด้วยสมาชิกจากยุคคลาสสิคกลับมารวมตัวกัน (ยกเว้นเจนี นักร้องนำ) สมาชิกในยุคนี้ได้ออกงานชุด บอร์นอะเกน ซึ่งพอจะเรียกความคาดหวังจากแฟนเพลงเก่า ๆ กลับคืนมาได้บ้าง

สำหรับ เจนี เลน เขาออกจากวงช่วงต้นปีค.ศ. 2004 ก่อนหน้าที่เขาจะออกจากวง ก็ลองเชิงด้วยการออกงานเดี่ยวชุด แบ็กดาวน์ทูวัน ในปี ค.ศ. 2003 แต่อัลบั้มไม่ได้รับการพูดถึงมากเท่ากับข่าวว่าเขาต้องเข้ารับการบำบัดอาการติดสุราและยาเสพติด ซึ่งต่อมาเขาได้ไปร่วมโชว์ เซเลบริตีฟิตคลับ ทางวีเอ็ชวัน เพื่อจะโฆษณาตัวเองว่าสะอาดปราศจากเรื่องเหล่านั้นแล้ว

แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่การแสดง

ในการทัวร์ แบดบอยส์ออฟเมทัลทัวร์ ปีค.ศ. 2004 ร่วมกับ เควิน ดูโบรว์ สตีเวน แอดเลอร์ และแบงแทงโก ในการแสดงรอบแรกที่ซานดิเอโก เจนีก็พูดบนเวทีว่า “เฮ้ ทุกคน ผมอยากจะถามหน่อยว่า มันโอเคมั้ยที่จะปาร์ตีกับสตีเวน ผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เขายังโอเคมั้ย? ในตอนนั้นสตีเวนก็มีปัญหาทางยาเสพติดทำให้ทำตัวไม่คงที่ แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา เจนีก็หายตัวไปจากทัวร์เสียเฉย ๆ เควินขึ้นเวทีและแจ้งข่าวกับคนดูว่า “ผมมั่นใจว่าพวกคุณคงสงสัยว่าเจนี เลนหายไปไหน เราก็สงสัยเหมือนกัน”

เพราะในทัวร์รวมดาราที่สนับสนุนโดยวีเอ็ชวันเมื่อปีค.ศ. 2005 เขาก็ส่อแววหมดสภาพบนเวที เมาเละและเดินออกจากเวทีไปเฉย ๆ คิป วิงเกอร์ ซึ่งร่วมทัวร์และต้องขึ้นเวทีหลังเจนีต้องออกมาขอโทษคนดูแทน “เขาเป็นคนดี, เขาแค่มีปัญหาที่เขาจะต้องจัดการกับมัน แต่เขาเป็นคนดี…” คิปบอก และหลังจากทัวร์จบลงเขาจึงให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า “น่าสงสารเจนี มันเป็นเรื่องเศร้า เจนีเป็นคนที่มีพรสวรรค์ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถเอามันมาใช้ได้เลย เขาแสดงบนเวทีได้ดี เป็นนักร้องที่ดี และเป็นนักแต่งเพลงที่ดี แต่เขาเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยว่ายาเสพติดและสุราจะนำคุณตกต่ำลงนรกได้ยังไง เขาอยู่บนเวที เล่นเพลงไปได้ 3 เพลง ก็ขว้างไมก์ลงพื้นและตะโกนว่า ‘ไอ้***, ผมไม่อยู่แล้ว’ นั่นมันข้อห้ามอันดับแรกของผมเลยนะ การแสดงจะต้องดำเนินต่อไปจนจบ ไม่ใช่ทิ้งไปกลางคัน สุดท้ายเราต้องแยกเขาออกจากรถบัสให้ไปอยู่ในรถตู้ แต่เวลาปกติที่เขาไม่เมาเขาเป็นคนดีมาก ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะยาและสุรานั่นแหละ ดังนั้นอยู่ห่าง ๆ มันไว้ แม้แต่นิกกี ซิกซ์ก็ต้องพูดแบบนี้ เชื่อเถอะ”

นอกเหนือจากงานเดี่ยวที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จ ก็มีโปรเจ็คต์รวมดารา หรือที่เรียกว่า ซูเปอร์กรุ๊ป ที่น่าสนใจคือ เซ็นต์ออฟอันเดอร์กราวนด์ ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 2006 โดยมี บ็อบบี บล็อตเซอร์ (มือกลองวงแรตต์) เคอรี เคลลี (มือกีตาร์ให้กับแอลเอกันส์, แรตต์, อลิซ คูเปอร์ และอีกหลายวง) บ็อบบี เครน (มือเบสวง แรตต์, วินซ์ นีล)

โปรเจ็คท์นี้ได้รับความสนใจพอสมควร และงานก็ออกมาดีด้วย แต่ เจนีตัดสินใจกลับไปรียูเนียนกับเพื่อนร่วมวงหลังจากออกอัลบั้มแรกได้ไม่กี่เดือน ทำให้โปรเจ็กต์นี้ต้องหยุดชะงักลงไป

แต่การรียูเนียนก็ไปได้ไม่ไกล หลังจากร่วมงานกันได้เพียง 6 เดือน เขาก็ต้องออกจากวงอีกครั้ง โดยมีเหตุผลว่า “ขัดแย้งกันมากเกินไป” (แต่เจอร์รี ดิกสัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นทำนองว่าเจนีมีปัญหาเรื่องสุราจนไม่สามารถคุยกับเพื่อนร่วมวงได้รู้เรื่อง)

หลังจากออกจากวอแรนต์ เขาก็ทำวงเซนต์ออฟอันเดอร์กราวนด์ต่อ และออกทัวร์ในฐานะศิลปินเดี่ยว และในปีค.ศ. 2010 เขารับหน้าที่นักร้องนำวงเกรตไวต์ แทน แจ็ก รัสเซล นักร้องนำของวงที่ต้องเขารับการผ่าตัดและบำบัดอาการป่วย

แต่ไม่นาน เขาก็โดนจับข้อหาเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 และเขาต้องรับโทษในเรือนจำถึง 120 วัน ครั้งนั้นเขาแถลงการณ์ถึงความรู้สึกเสียใจในสิ่งแย่ ๆ ที่ได้ทำลงไป และในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 เขายกเลิกทัวร์ของเขาทั้งหมด ก่อนจะเริ่มทัวร์เพียง 2 วันเท่านั้น โดยไม่แจ้งสาเหตุใดใดทั้งสิ้น

วันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ช่วงเวลาเย็น ก็มีข่าวว่าพบศพเขาที่ โรงแรมคอมฟอร์ตอินน์ ในวู้ดแลนด์ฮิลส์ แคลิฟอร์เนีย

1 ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: