George Harrison: My Sweet Lord


วัฒนธรรมจากอินเดียเผยแพร่สู่หนุ่มสาวยุคบุปผาชนไม่น้อย แม้แต่สมาชิกวงเดอะบีตเทิลส์ยังดั้นด้นไปพบคุรุที่อินเดีย แต่คนที่ดูจริงจังกับปรัชญาฮินดูมากที่สุดคือจอร์จ แฮร์ริสันที่ซึมซับวัฒนธรรมอินเดียตั้งแต่หัดเล่นซิตาร์ในปีค.ศ. 1965 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเคลื่อนไหวของกลุ่มฮาเร กฤษณะ มูฟเมนต์ (Hare Krishna movement)

ช่วงที่เขาบันทึกเสียงอัลบั้ม ออลธิงส์มัสต์พาส (All Things Must Pass) ก็มีหลายเพลงที่แสดงความเชื่อทางฮินดู เช่นเพลง “โกปาลา กฤษณะ” เพื่อสดุดีเพระกฤษณะตามความเชื่อทางฮินดูโดยมีเนื้อร้องเป็นภาษาสันสกฤต แต่เพลงนี้ไม่ได้นำมารวมไว้ในอัลบั้ม แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะหันไปนับถือพระกฤษณะแทนความเชื่อทางคริสต์ศาสนาเพราะในเพลง “เฮียร์มายลอร์ด” ยังเป็นเพลงกอสเปลสรรเสริญพระเจ้าอยู่

ดูเหมือนว่าเขาพยายามหาทางผสมผสานความเชื่อจากโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกเข้าหากัน และได้ผลลัพธ์สมบูรณ์แบบใน “มายสวีตลอร์ด”

จอร์จ แฮริสันเริ่มเขียนเพลง “มายสวีตลอร์ด” ในช่วงที่เขาเป็นแขกรับเชิญให้กับวงเดลานีแอนด์บอนนี (Delaney & Bonnie) ช่วงตระเวนแสดงสดแถบยุโรป  และระหว่างอยู่ที่เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์คเขาก็ได้ประกายความคิดทำเพลงนี้ เริ่มจากร้อง “ฮาเลลูยา” สลับกับ “ฮาเร กฤษณะ” พร้อมกับเล่นกีตาร์ไปเรื่อย

ในหนังสือ ไอ, มี, มายน์ (I, Me, Mine) ของจอร์จอธิบายว่าเขาใช้คำ “ฮาเลลูยา” กับ “ฮาเร กฤษณะ” เพื่อบอกว่าความเชื่อทั้งสองอย่าง (รวมทั้งความเชื่ออื่น ๆ) สุดท้ายแล้วคือสิ่งเดียวกัน

เขามอบเพลงนี้ให้บิลลี เพรสตันบันทึกเสียงในอัลบั้ม เอนคูเรจจิงเวิร์ดส (Encouraging Words) ซึ่งนอกจากเพลงนี้แล้วก็มีเพลง “ออลธิงส์ (มัสต์) พาส” อีกเพลง ด้วยเหตุผลว่าไม่มีความคิดจะทำอัลบั้มเดี่ยวแม้แต่น้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานเดอะบีตเทิลส์ประกาศแยกวงไปคนละทาง จอร์จจึงคิดทำอัลบั้มเดี่ยวออกมา เขานำเพลงที่เขียนไว้ในช่วงก่อนวงเดอะบีตเทิลส์แยกวงมาบันทึกเสียงใหม่ และสำเร็จออกมาเป็นอัลบั้ม ออลธิงส์มัสต์พาส

เพลง “มายสวีตลอร์ด” กลายเป็นเพลงฮิต (และช่วยฉุดเวอร์ชันของบิลลี เพรสตันให้ดังขึ้นมาด้วย) แต่ก็มีคนสังเกตว่าเพลงนี้ไปคล้ายเพลงอื่น โดยอลัน สมิธนักวิจารณ์ได้เขียนถึงอัลบั้มนี้ในนิตยสารเอ็นเอ็มอีระบุว่า “มายสวีตลอร์ด” เป็นหนี้เพลง “ฮีส์โซไฟน์” ไม่น้อย

เพลง “ฮีส์โซไฟน์” เป็นผลงานของวงเดอะชีฟฟอนส์ วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1962 และขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษถึง 4 สัปดาห์ บริษัทไบร์ทจูนส์ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลง “ฮีส์โซไฟน์” ยื่นฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1971 แต่เหตุการณ์ทางกฎหมายดูจะวุ่นวายกว่าที่ควรเพราะปัญหาของอดีตสมาชิกเดอะบีตเทิลส์หลังแยกวงก็คาราคาซังไม่น้อย กว่าจะจบปัญหาทางกฎหมายก็ใช้เวลาร่วมสิบปี โดยจอร์จ แฮริสันจ่ายเงินเป็นจำนวน 587,000 เหรียญสหรัฐ (ที่น่าเจ็บใจคือ อัลเลน ไคล์นอดีตผู้จัดการของแฮร์ริสันซื้อบริษัทไบร์ทจูนส์ทั้งที่เขาเคยอยู่ข้างจอร์จตอนโดนฟ้องใหม่ ๆ ด้วยซ้ำ นายคนนี้แสบจริง ๆ มีเรื่องราวอื้อฉาวมากมายกับหลายวง)

ความจริงถ้าพิจารณาโครงสร้างทางดนตรีจะเห็นว่ารายละเอียดทางดนตรีของ “มายสวีตลอร์ด” มีความซับซ้อน ถึงจะอยู่ในคีย์อีเมเจอร์แต่มีการปรับเข้าซีชาร์ปไมเนอร์ซึ่งเป็นรีเลทีฟคีย์กันอยู่ (มีโน้ตเหมือนกัน แต่โทนิคโน้ตคนละตัว) แถมด้วยท่อนลิกจากสไลด์กีตาร์เฉียบขาดมาก และตัวจอร์จ แฮริสันก็เอ่ยอ้างถึงเพลง “โอ แฮปปีเดย์ ” ของเอ็ดวิน ฮอว์กินส์ ซิงเกอร์ส ในฐานะแรงบันดาลใจ ลองฟังทางเดินคอร์ดท่อนอินโทรก็จะได้ยินแรงบันดาลใจแว่วมาทันที…

ผลจากคดีนี้จอร์จเล่าว่าทำเอาเขาขยาดเวลาทำเพลงไปเลย ส่วนจอห์น เลนนอนภายหลังในสัมภาษณ์นิตยสารเพลย์บอยปีค.ศ. 1980 (ก่อนเสียชีวิตไม่นาน) เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เขา (หมายถึงจอร์จ แฮร์ริสัน) น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร น่าจะฉลาดกว่านั้นสักน้อยแค่เปลี่ยนไม่กี่บาร์ก็ไม่มีใครแตะเขาได้แล้ว…” ส่วนริงโก สตาร์ ถนอมน้ำใจเพื่อนมากกว่า ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีนี้ว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพลงมันคล้ายกัน แต่ว่ามีเพลงตั้งกี่เพลงที่เขียนโดยมีทำนองเพลงอื่นอยู่ในหัว? เวอร์ชันของจอร์จมันแรงกว่าที่เดอะชิฟฟอนส์ทำ เขาอาจจะทำโดยที่มีเพลงนั้นอยู่ในหัว แต่เขาโชคร้ายตรงที่มีบางคนเอาเรื่องนี้ไปขึ้นศาล”(จากหนังสือเดอะบีตเทิลส์ไดอารีวอลลุม 2: อาฟเตอร์เบรกอัป 1970 – 2001 (The Beatles Diary Volume 2: After the Break-Up 1970–2001) โดย คีธ แบดแมน)

สงสัยเพียงอย่างเดียวว่า ความคล้ายคลึงของบทเพลงนี้น่าจะสะดุดหูคนรอบข้างจอร์จตั้งแต่ทำเพลงแล้ว ทำไมไม่มีใครทักท้วงเขาเลยว่าเพลงนี้มีความคล้ายคลึงกับ “ฮีส์โซไฟน์” แม้แต่ตัวฟิล สเป็คเตอร์ โปรดิวเซอร์ของอัลบั้มนี้? เรื่องนี้เขาบอกว่า “ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยนะ ตอนที่เขียนเพลงนี้ แต่พอเพลงนี้ดังมาก ก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้ให้ผมได้ยิน แล้วผมก็มาคิดว่า ทำไมผมถึงไม่ตระหนักถึงความคล้ายคลึงแบบนี้ คือมันง่ายมากถ้าผมจะเปลี่ยนโน้ตตรงนั้นตรงนี้โดยที่ไม่กระทบกับอารมณ์เพลง”

แต่จอร์จ แฮริสันก็ยังมีอารมณ์ขัน เขาไปเป็นแขกรับเชิญรายการรูตแลนด์วีกเอนด์เทเลวิชันทางช่อง บีบีซี 2 โดยทำท่าเหมือนจะเล่น “มายสวีตลอร์ด” แต่เปลี่ยนไปเล่น “ไพเรทบ็อป” แทน

เรื่องอื่น ไม่เกี่ยวเท่าไหร่ แต่น่าบันทึกเป็นหมายเหตุไว้

โจดี มิลเลอร์นักดนตรีคันทรีนำเพลง “ฮีส์โซไฟน์” มาทำใหม่ วางจำหน่ายเดือนสิงหาคมค.ศ. 1971 โดยใช้การเรียบเรียงดนตรีคล้ายที่จอร์จทำ แถมยังเอาท่อนสไลด์กีตาร์ที่น่าจดจำจาก “มายสวีตลอร์ด” มาใส่เข้าไปในเพลง

เดอะชีฟฟอนส์นำเพลง “มายสวีตลอร์ด” มาบันทึกเสียงใหม่ในปีค.ศ. 1975

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.