Youtube: the Chronicle of Mötley Crüe


Mötley Crüe เล่นเพลง Public Enemy #1 ที่คลับ Starwood เมื่อปี 1981 จะเห็นว่าสมัยนั้น The Crüe ยังไม่ได้แต่งหน้าแต่งตา

ในปี 1981 The Crüe ได้ออกอัลบั้มแรก Too Fast for Love โดยตั้งบริษัท Leathür Records ของตัวเองเพื่อจัดการทำอัลบั้มนี้เอง

ลองดูในวิดีโอ “Live Wire” ก็จะเห็นว่ายังไม่ได้แต่งหน้าแต่งตาเท่าไหร่ แต่การแต่งตัวเริ่มจะ glam แล้ว

ปี 1983 The Crüe ออกอัลบั้ม Shout at the Devil เป็นอัลบั้มแรกที่ออกกับบริษัท Elektra และได้ขึ้นเทศกาล US Festival (1983) จะเห็นว่าเป็น glam metal เต็มตัว (เพลง “Look That Kill”)

แสดงสดในปี 1984 “Shout at the Devil”

ปี 1985 ออกอัลบั้ม Theatre of Pain เป็นงานที่ดูอ่อนกว่างานที่ออกก่อนหน้าและงานที่ตามหลังมา เพราะปัญหาส่วนตัวของสมาชิกวง แต่อัลบั้มนี้มีเพลงอมตะของทางวงคือ “Home Sweet Home”

ปี 1987 ออกอัลบั้ม Girls, Girls, Girls ภาพพจน์หนีห่าง glam ไปเป็นแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ ดูติดดินและ”ข้างถนน”
เพลง Girls, Girls, Girls

ปี 1989 ออกอัลบั้ม Dr. Feelgood ขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ตเป็นครั้งแรก งานชุดนี้พวกเขาบอกว่าทำขึ้นโดยปราศจากสิ่งเสพติดทั้งหลาย….แต่ใครจะเชื่อ?
Same Ol’ Situation

หลังจากประสบความสำเร็จจาก Dr. Feelgood แล้วแทนที่พวกเขาจะต่อยอดไปอีกไกล กลับสะดุดลงเมื่อ วินซ์ นีลลาออกจากวงไป และทางวงได้จอห์น คอราบี้มาเป็นนักร้องนำแทน
อัลบั้ม Mötley Crüe ออกมาในปี 1994 ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวงเหมือนกับจะบอกว่านี่คือการเกิดใหม่ บทเพลงในอัลบั้มดูหนักแน่นมีเนื้อมีหนัง แต่แฟนเพลง The Crüe แทบจะหันหลังให้กับงานชุดนี้
Smoke the Sky

หลังจากนั้น วินซ์ นีล ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จกับงานของตัวเองเท่าไหร่ก็กลับมาร่วมวงกันอีก
ออกอัลบั้ม Generation Swine ในปี 1997 ซึ่งแฟนเพลงคาดหวังกันมาก และผิดหวังกันมากเพราะแนวทางที่เละเทะไม่เป็นเอกภาพ
“Find Myself”

หลังจากนั้น ทอมมี่ ลี ก็ลาออกไป ทางวงได้ แรนดี้ คาสทิลโล มาแทน ออกอัลบั้ม New Tattoo ในปี 2000 งานชุดนี้ใครๆ ก็ว่าดีกว่างานก่อนหน้านั้น แต่เทียบกับงานในยุคคลาสสิคคงไม่ได้
แต่ แรนดี้ คาสทิลโล ป่วย (และเสียชีวิตในเวลาต่อมา) การออกทัวร์ได้ ซาแทนต้า มาโลนี่ อดีตมือกลองวง Hole มาเป็นมือกลองช่วงออกทัวร์
Hell On High Heels

ปลายปี 2004 The Crüe ก็บอกข่าวว่าสมาชิกยุคดั้งเดิมสุดแสนคลาสสิคจะกลับมารวมตัวกัน เพื่อทำเพลงใหม่บรรจุในอัลบั้มรวมเพลง
“If I Die Tomorrow”

และอัลบั้ม Saints of Los Angeles ก็ออกมาในปี 2008 งานนี้ว่ากันว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของ The Crüe นับจาก Dr. Feelgood เป็นต้นมา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s