ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Vivian Campbell’s Last In Line


วิเวียน แคมป์เบลล์รวมสมัครพรรคพวกสมัยที่ทำงานในนาม Dio สามอัลบั้มแรกคือ วินนี อะพิซี (มือกลอง) จิมมี เบน (มือเบส) คล็อด ชเนลล์ (คีย์บอร์ด) สมาชิกทีมเดียวกับที่เคยทำงานสามชุดแรก ส่วนนักร้องนำเป็นแอนดี ฟรีแมน (เคยเป็นนักร้องนำให้กับวง Lynch Mob มาก่อน) ใช้ชื่อวงว่า Last In Line ตามชื่ออัลบั้มลำดับที่ 2 ของวง Dio

แต่เขาคนนี้เคยทำให้แฟนเพลงอึ้งมาแล้ว เมื่อประกาศว่าช่วงเวลาที่อยู่กับรอนนี เจมส์ ดีโอ ไม่ได้มีความหมายอะไร เขาไม่ชอบดนตรีฮาร์ดร็อก แต่ที่เด็ดที่สุดอยู่ที่การบอกว่าดีโอเป็นคนที่สนใจแต่เรื่องเงิน

“คืนแล้วคืนเล่าที่เขาสนใจแต่เรื่องเงิน เขามีเสียงที่ยอดเยี่ยมทรงพลังเหลือเชื่อกับแนวดนตรีที่เล่าเรื่องป้อมปราการ มังกร สายรุ้ง คนแคระ มันเป็นเฮฟวีเมทัลแบบดั้งเดิม เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แต่เขาเป็นนักธุรกิจด้วยเช่นกันและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นทุกที เขาเป็นหนึ่งในคนที่เลวร้ายที่สุดในธุรกิจนี้”

วิเวียน แคมป์เบลล์ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างนั้นเมื่อปี 2003 และบทสัมภาษณ์นี้เผยแพร่ในเว็บไซท์ของวง Def Leppard (ปัจจุบันหายไปแล้ว) และกลายเป็นบทสัมภาษณ์ที่เป็นหัวข้อกล่าวถึงในหมู่แฟนเพลงกันมากมาย หลังจากนั้นวิวาทะระหว่างวิเวียน แคมป์เบลล์กับรอนนี เจมส์ ดีโอ ก็ปะทะเป็นระยะ

เชื่อว่าหลายคนคงผิดหวังที่แคมป์เบลล์เข้าร่วมวง Def Leppard โดยไม่แสดงฝีมืออะไร แถมช่วงที่เขาเข้าไปร่วมวงก็เป็นช่วงที่ Def Leppard ลด ละ เลิกดนตรีฮาร์ดร็อกไปสู่เมนสตรีมป็อปร็อกธรรมดาสามัญ

พูดง่ายๆ ไม่ต้องใช้วิเวียน แคมป์เบลล์ก็ได้ เอาใครที่ไหนมาเล่นก็ได้แบบนี้ทั้งนั้น

หลังจากดีโอเสียชีวิตไปสามปี เขาก็ทำวง Last In Line เพื่อเล่นเพลง Dio สมัยแรก และครั้งนี้เขาเริ่มพูดจาถึงดีโอในแง่ดีขึ้นจากเดิมบ้าง

“รอนนีกับผมมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นเรื่องของดนตรีล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ดังนั้นมันก็เลยยุ่งยากนิดหน่อย” แคมป์เบลล์หยอด

“ผมเสียใจที่เคยพูดถึงเขา (ในด้านไม่ดี) เอาไว้เยอะแยะ…” วิเวียน แคมป์เบลล์พูดเหมือนจะขอโทษ แต่ประโยคที่ตามมาคือ “…ผมแน่ใจว่าถ้ารอนนียังมีชีวิตอยู่ เขาคงเสียใจกับหลายเรื่องที่พูดถึงผมเหมือนกัน…”

สรูปแล้วเขารู้สึกเสียใจจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

 “ผมโดนไล่ออก แต่กลับโดนทำเหมือนว่าผมเป็นคนที่ลาออกจากวง ซึ่งมันไม่จริง…” แคมป์เบลล์รำลึกความหลัง

“ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ผมอยากทำดนตรีที่แตกต่างไปจากเดิม นั่นอาจจะทำให้รอนนีเข้าใจผมผิด บางทีสิ่งนั้นอาจจะทำให้เขาคิดว่าผมไม่ต้องการที่จะอยู่ร่วมวงอีกต่อไป แต่จริงๆ แล้วผมไม่เคยคิดที่จะออกจากวง…

…เราเขียนเพลงพวกนั้น เราไม่ใช่แค่มือกีต้าร์ เบส กลอง รับจ้างนะ แต่เราไม่ได้อะไรจากอัลบั้ม รายได้จากทัวร์หรือสินค้าที่ระลึกอะไรเลย เราได้ค่าจ้างน้อยกว่าลูกทัวร์เสียอีก”

เรื่องนี้ วินนี อะพิซี่ก็ให้สัมภาษณ์ทำนองเดียวกัน “มันเป็นเรื่องของธุรกิจ มันมีการตัดสินใจทางธุรกิจหลายอย่างที่ไม่ค่อยดีกับวง เราโดนตัดอะไรหลายอย่างทำให้วิฟ (วิเวียน แคมป์เบลล์) มีปัญหากับเรื่องนี้ และเขาก็ต่อสู่เพื่อสิ่งที่เขาต้องการ ทำให้เรื่องมันแย่ลงทุกทีจนรอนนีบอกว่า ผมต้องให้วิฟออกแล้วนะ ผมจะหาคนใหม่มาแทน ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยดีนักเพราะว่าวิฟก็เป็นส่วนหนึ่งของวง มีส่วนร่วมในความมหัศจรรย์ เป็นมือกีต้าร์ที่ยอดเยี่ยม แต่นั่นมันวงของรอนนี…”

บางทีอาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ ผลงานอัลบั้มชุดที่ 3 Sacred Heart จึงออกมาเละเทะไม่คลาสสิกเหมือนสองชุดแรก

“งานชุดนั้นแทบไม่มีความเป็นวงดนตรีเหลืออยู่ ไม่เหมือนงานสองชุดแรก เราแค่เข้าไปเล่นในส่วนของเราแล้วก็รีบออกมา แต่สองชุดแรกเราอยู่กันในห้องบันทึกเสียงทั้งวันทั้งคืน” แคมป์เบลล์บอก และมันก็ตรงกับที่ดีโอเคยพูดถึงงานชุดนี้ว่า แคมป์เบลล์ไม่ค่อยอยู่ทำอัลบั้มนี้สักเท่าไหร่

หลายเรื่องที่ผ่านมาระหว่างแคมป์เบลล์กับดีโอ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่ต่างฝ่ายต่างปกป้องตัวเอง สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก เราคนนอกคงได้เพียงแต่ติดตามด้วยความกระเสือกกระสน…

ก็ได้แต่ติดตามวง Last In Line ว่าจะเป็นแค่วงทำทัวร์หาเงินใช้ หรือจะมีอะไรอื่นออกมาให้แปลกใจ

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: