เมื่อ Queensrÿche มีรอยร้าว


การแยกทางระหว่างเจฟฟ์ เทท และเพื่อนร่วมวง Queensrÿche เป็นเรื่องที่แฟนเพลงจับตามองกันด้วยใจระทึก

ระทึกเพราะการสาวไส้ของเททมันแรงอย่างไม่น่าเชื่อว่าอดีตเพื่อนร่วมวงของเขาจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้น

ย้อนกลับไปปลายเดือนพฤษภาคม ๒๐๑๒ ไมเคิล วินตั้น, เอ็ดดี้ แจ็คสัน, สก็อต ร็อคเคนฟิลด์ และ ปาร์กเกอร์ ลันเกรน สมาชิกวง Queensrÿche ประกาศออกทัวร์ในชื่อวงว่า Rising West โดยให้ ท็อดด์ ลา ตอเร นักร้องนำวง Crimson Glory เป็นนักร้องนำ ในขณะที่ เจฟฟ์ เทท กำลังวางแผนทำงานและออกทัวร์ในนามของตัวเขาเอง

ลา ตอเร บอกว่า “เจฟฟ์ เททเป็นหนึ่งคนที่ยอดเยี่ยมและสร้างแนวทางการร้องเป็นแบบอย่างเอาไว้ คนส่วนใหญ่ร้องตรงโน้ต แต่ว่ามันยังมีสิ่งอื่นๆ อีกอย่างโทน และเนื้อเสียง ผมจะพยายามทำให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้”

ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยสำหรับลา ตอเร เพราะว่าทัวร์ครั้งนี้นำเพลงเก่าๆ ตั้งแต่อีพีแผ่นแรกมาจนถึงอัลบั้ม Empire มาเล่น และเป็นช่วงที่เสียงของเจฟฟ์ เททกำลังอยู่ในช่วงเปล่งประกายเจิดจ้ามากที่สุด

หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทันควันก็คือสื่อในนาม Queensrÿche ทั้งเว็บไซท์และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ช่วยประชาสัมพันธ์เจฟฟ์ เททเต็มที่โดยทำราวกับว่าไม่มีวงดนตรีชื่อ Rising West อยู่ในโลก มิหนำซ้ำเฟซบุ๊คของวงยังแบนสมาชิกวง Rising West อีกด้วย ทำให้สมาชิกวงไม่ค่อยพอใจในความเหลื่อมล้ำครั้งนี้พอสมควร และมีการออกมาโจมตีฝั่งเจฟฟ์ เทท จนถึงว่าเป็นทรราชย์ของวง ใช้อำนาจในการสั่งแบนพวกเขาเพราะ ซูซาน ภรรยาของเททก็คือผู้จัดการวง นอกจากนี้ยังมีการขุดคุ้ยว่าเททไม่ค่อยทำงานร่วมกับสมาชิกวงคนอื่นๆ เขียนเพลงโดยใช้คนนอกมากกว่าจะทำงานร่วมกับสมาชิกวง

มิแรนดา เทท ลูกเลี้ยงของเทท ต้องออกแถลงการณ์ ตอบโต้แทนเจฟฟ์ โดยเธอบอกว่า Rising West ไม่เคยติดต่อแอดมินของเฟซบุ๊คหรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในขณะที่เททส่งข่าวและติดต่อด้วยตัวเองตลอด และยังกล่าวพ่อของเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเว็บไซท์หรือโซเชียลมีเดียในนามของวง เหตุที่พวกเขาโดนแบนจากเว็บและโซเชียลมีเดียก็มาจากทางฝ่าย Rising West ได้แสดงความเห็นอย่างไม่ค่อยดีนัก ส่วนกรณีที่เททร่วมเขียนเพลงกับคนนอกวง เพราะตั้งแต่ คริส เดอกาโม ออกจากวงไป ดูเหมือนว่าจะมมีสมาชิกคนใดอยากมีส่วนร่วมในการทำเพลงมากนัก

หลังจากประกาศตั้งวง Rising West ไม่ถึงสามสัปดาห์ ในวันที่ ๒๐ มิถุนายน พวกเขาก็ประกาศว่าพวกเขาคือ Queensrÿche และท็อดด์ ลา ตอเร คือนักร้องนำคนใหม่ของ Queensryche โดยสก็อตต์ ร็อคเคนฟิลด์อ้างว่า ในช่วงเดือนหลังๆ พวกเขารู้สึกว่าแนวคิดของเททไปกับสมาชิกคนอื่นๆในวงไม่ได้ “เราอยากให้แฟนเพลงรู้ว่าเราหวังว่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ แต่มันจบลงที่การแยกทางกับเจฟฟ์เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าในทิศทางที่ดีขึ้น”

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน Queensrÿche มีกำหนดจะเล่นเป็นวงเปิดให้ Scorpions แต่สมาชิกคนอื่นๆ ของวงปฎิเสธจะขึ้นเล่นเพียงหนึ่งวันก่อนการแสดง เททจึงเล่นในฐานะศิลปินเดี่ยว

เทท สวนกลับว่า ไม่ใช่เรื่องความคิดไม่ตรงกันหรอก มันเป็นเรื่องเงินล้วนๆ! โดยให้สัมภาษณ์นิตยสารโรลลิ่ง สโตนว่า “การบอกว่าแนวคิดไม่ตรงกัน มันต้องมีสองความคิดที่แตกต่างถึงจะเรียกว่าความคิดไม่ตรงกัน แต่สำหรับ Queensrÿche งานทุกอย่างมาจากความคิดของผมคนเดียว เพลงจำนวน  ๑๔๔ เพลงที่ออกมา ผมเขียน ๑๑๖ เพลง ผมนำเสนอเพลงเหล่านั้นสู่คนอื่นๆ ที่จะพูดเพียงว่า โอ้ มันเยี่ยม เสียงออกมาดีสำหรับเราเลย”

เคยมีข่าวลือว่าเททใช้มีดขู่สมาชิกบางคนขณะที่อยู่ในบราซิลเมื่อเดือนเมษายน แต่เขาปฏิเสธโดยบอกว่าไม่เคยใช้มีดแต่มีปัญหากันจริง เพราะตอนนั้นเขาได้ข่าวว่าสมาชิกวงกำลังมองหานักร้องนำคนใหม่ และขณะนั้นพวกเขาก็ไล่ผู้จัดการ, ผู้ช่วย และกีต้าร์เทคนิค ซึ่งทุกคนที่โดนไล่ออกล้วนเป็นสมาชิกในครอบครัวเทททั้งสิ้น

“ผมนั่งเตรียมตัวจะขึ้นแสดง สก็อตต์มองมาที่ผมแล้วยิ้มเยาะ พูดว่าเราไล่ครอบครัวคุณออกไปหมดแล้ว ต่อไปก็ตาคุณ ผมก็เลยคุมตัวเองไม่อยู่ปรี่เข้าไปจะชกเขา และจะต่อยวินตั้นด้วย…นั่นล่ะที่เกิดขึ้น”

“ผมได้เงินส่วนแบ่ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ในบริษัทของเรา พวกเขาตัดผมออกเพื่อไม่ต้องจ่าย ๒๕ เปอร์เซ็นต์แล้วไปเอาคนใหม่เข้ามาเพื่อพวกเขาจะได้เงินส่วนแบ่งมากขึ้น…นั่นล่ะเหตุผลจริงๆ”

แน่นอนว่าร็อคเคนฟิลด์ต้องปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ โดยบอกว่าที่เททกล่าวหาว่าเขาพูดประโยคว่าเขาไล่ครอบครัวเขาและจะไล่เขาออกจากวงนั้นไม่เป็นจริง เททพูดโกหกทั้งหมด รวมทั้งกล่าวหาว่าเททเคยใช้ความรุนแรงมากก่อนหน้านั้นหลายครั้ง

พอล การ์กาโน ผู้บริหาร Century Media Record และ InsideOut Music (และหนึ่งในกองบรรณาธิการ Metal Edge) ออกมาแสดงความเห็นว่า เขาเชื่อว่า เจฟฟ์ เทท คือ Queensrÿche คงจะหาคนอื่นมาแทนที่ได้ยาก “ผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเดียวกับ Queensrÿche มาหลายครั้งที่วงดนตรีพยายามเปลี่ยนนักร้องนำ อย่าง Warrant, Skid Row และ LA Guns และอีกมากมาย วงเหล่านั้นต้องวุ่นวายกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในอาชีพและชื่อเสียงของพวกเขา”

“ผมเชื่อว่า Queensrÿche คงจะเสียแฟนไปจำนวนหนึ่ง และบรรดาโปรโมเตอร์คงสนใจพวกเขาน้อยลง มันจะทำให้ชื่อวงต้องหม่นหมองและเป็นอันตรายต่อศักยภาพในอนาคตทั้งทางด้านการแสดงสดและการบันทึกเสียง ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะหยุดดำเนินการในนาม Queensrÿche จนกว่าปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลาย”

เรื่องนี้น่าจะเป็นจริง เพราะ ลา ตอเร นักร้องนำคนใหม่โดนแฟนเพลงตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีศักยภาพเพียงพอเท่าเทท  ลือกันถึงขนาดว่าทางวงต้องใช้เทปเสียงของเททเปิดช่วยในการแสดงสด ซึ่งเรื่องนี้ ลา ตอเร ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดยบอกว่าเสียงร้องที่ได้ยินบนเวทีเป็นเสียงของเขากับ เอ็ดดี้ แจ็คสันเท่านั้น

“มีหลายๆ คนเชื่อว่าเขาได้ยินเสียงของเทท ในการแสดงสดของเรา ผมยืนยันว่าไม่มีเสียงของเขาเลย เสียงแบ็คอัปที่คุณไดยินมาจากเสียงของผมกับเสียงของเอ็ดดี้เท่านั้น”

เจสัน สเลเตอร์ โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานในสามชุดหลังสุดของวงบอกว่า สก็อตต์ ร็อคเคนฟิลด์, ไมเคิล วินตั้น และ เอ็ดดี้ แจ็คสัน มีส่วนร่วมทำงานกับทางวงเพียงเล็กน้อยในอัลบั้ม Operation: Mindcrime II ซึ่งเป็นชุดแรกที่เขาร่วมงานกับทางวง

“ตอนที่ผมได้พวกสมาชิกวง ทุกคนเหมือนว่ากระตือรือร้นในการทำซีดีมาก แต่พอเราเริ่มงานกันจริงๆ ไม่มีใครมีไฟเลยยกเว้นเจฟฟ์ เทท ที่มีส่วนร่วมในการทำงานบันทึกเสียงและทุกๆ กระบวนการทำงาน หลายๆ ครั้งที่เราเตรียมตัวทำงานอย่างดีแต่ไม่มีสมาชิกคนไหนโผล่มาเลย มีเพียงผม เจฟฟ์ เทท และ ไมค์ สโตนที่เขียนและบันทึกเสียงบทเพลงเหล่านั้น สมาชิกคนอื่นๆ จะได้รับเทปบันทึกเสียงที่เราทำกันเสร็จแล้วว่าต้องบันทึกเสียงอยางไร เราวางแผนว่าจะเตรียมสตูดิโอไว้สองสัปดาห์สำหรับไมเคิล วินตั้น แต่พอเขาโผล่มา เหมือนว่าเขาไม่ได้ฟังเทปหรือพยายามจะหัดเล่นเลย เราต้องเสียเวลาสอบเขาว่ามันต้องเล่นยังไง สุดท้ายเราก็พบว่าเสียงกีต้าร์ที่เขาเล่นมันใช้ไม่ได้ เสียงกีต้าร์ในงานชุดนั้นที่คุณได้ยินมาจากไมค์ สโตน ผม และมือกีต้าร์รับจ้างในสตูดิโอ

สก็อตต์ ร็อคเคนฟิลด์ ก็ไม่ได้มีส่วนร่วมใดใดในการบันทึกเสียง เราใช้มือกลองรับจ้างมาบันทึกเสียงในงานชุดนั้น ผมคิดว่าเขาคงไม่ได้ฟังเทปที่เราส่งให้ด้วยซ้ำ จนกระทั่งเราบันทึกมันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว

เอ็ดดี้ แจ็คสันมาหาเราที่เบย์ แอเรีย (ซาน ฟรานซิสโก) เมื่อ เจฟฟ์กับผมทำงานบันทึกเสียงร้องเสร็จและกำลังมิกซ์เพลงกันอยู่ เขาพยายามจะบันทึกเสียงเบสส แต่เหมือนคนอื่น เขาไม่ได้เรียนรู้เพลงมาก่อนเลย เราต้องเสียเวลาร่วมสิบวันเพื่อสอนเขาเล่นเบส แต่ว่าบันทึกไปก็ใช้ในเพลงจริงไม่ค่อยได้มากนัก ผมเลยต้องเล่นเบสส่วนใหญ่ในอัลบั้มนั้น”

“สมาชิกในวงพูดถึงงานชุดนี้ไม่ดีต่อพวกสื่อมวลชนและคนใหญ่โตในบริษัทแผ่นเสียง จนกระทั่งเขาเห็นว่างานชุดนี้ได้รับการตอบสนองที่ดีจากบรรดานักวิจารณ์ ตอนนั้นล่ะที่พวกเขาอยากจะเรียกร้องเครดิตเอาหน้าทั้งๆที่พวกเขาหายไปในตอนที่เราทำงานกัน”

“งานชุดต่อมา ผมทำงานกับพวกเขาในชุด American Soldier ตอนแรกพวกเขาทำเหมือนว่าจะส่งเพลงให้เราก่อนที่จะบันทึกเสียง แต่ก็อีกนั่นแหละ พอเริ่มทำงานจริงๆ พวกเขาก็หายหัวไป ทิ้งภาระไว้กับเจฟฟ์ เทท ไม่มีใครส่งเพลงมาให้พวกเราเลย ผมกับเจฟฟ์ต้องเขียนเพลงเองทั้งหมดยกเว้นเพียงแค่สองเพลงที่เราใช้คนเขียนเพลงอื่นมาช่วยเขียน งานนี้สมาชิกวงคนอื่นช่วยบันทึกเสียงแต่ก็ทำแบบขอไปที ไม่มีอะไรสร้างสรรค์แตกต่างไปจากที่ผมและเจฟฟ์บันทึกส่งไปให้พวกเขาฟังเลย”

สำหรับมือกีต้าร์ที่เข้ามาทำงานกับวง Queensrÿche นั้น เปิดเผยว่าคือ มิทช์ ดอแรน อดีตสมาชิกวง Snake River Conspiracy (วงนี้ สเลเตอร์เคยร่วมวงด้วย) โดยเขาบอกว่า สุดท้ายแล้วเขาต้องบันทึกเสียงริธึ่มกีต้าร์ใหม่เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ในอัลบั้ม Operation: Mindcrime II และเพื่อนเขาชื่อ แม็ท ลูซิล เป็นคนตีกลองในงานชุดนั้น

สรุปแล้วในงานชุด Operation: Mindcrime II แม็ท ลูซิซ มือกลอง กีต้าร์ โดย มิทช์ ดอแรน, อชิฟ แฮกิก, ไมค์ สโตน เบสโดน เจสัน สเลเตอร์ ทั้งนี้  ไมเคิล วินสตั้น กับ เอ็ดดี้ แจ็คสัน ร่วมเล่นบ้าง แต่ สก็อตต์ ร็อคเคนฟิลด์ไม่ได้ตีกลองเลย

งานนี้ยังอีกยาว…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.