The Beatles: Love Me Do


ซิงเกิลแรกของเดอะบีทเทิลส์

“Love Me Do” เป็นซิงเกิลแรกของเดอะบีทเทิลส์ วางจำหน่ายในอังกฤษเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๑๙๖๒ ขึ้นถึงอันดับที่ ๑๗ แต่เมื่อไปวางจำหน่ายในอเมริกาเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๑๙๖๔ เพลงนี้ขึ้นไปถึงอันดับ ๑

เพลงนี้พอล แม็คคาร์ทนีย์เขียนตั้งแต่ปี ๑๙๕๘ ตอนนั้นเขาอายุเพียง ๑๖ ปี แม็คคาร์ทนีย์บอกว่ามันอาจจะมาจากสมองของเขาแต่บางส่วนก็มาจากการเขียนร่วมกันระหว่างเขากับเลนนอนครึ่งครึ่ง แต่เลนนอนให้สัมภาษณ์ในปี ๑๙๘๐ ว่าเพลงนี้เป็นของแม็คคาร์ทนีย์เกือบทั้งหมด เขาช่วยเขียนช่วงกลางเพลงนิดหน่อยเท่านั้น

สมัยที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาทำอัลบั้ม เดอะบีทเทิลส์จะเล่นเพลงของนักดนตรีริธึมแอนด์บลูส์จากฝั่งอเมริกาอย่าง เรย์ ชารลส์, ชัค เบอร์รี, ลิตเติล ริชาร์ด, โบ ดิดด์ลีย์ ไม่ค่อยมีเพลงของตัวเองเท่าไหร่ แต่ก็มีเพลงของพวกเขาอยู่บ้างคือ “Love Me Do” เป็นต้น

original_beatles.jpg

เมื่อพวกเขามีโอกาสได้ทดสอบฝีมือและบันทึกเสียงที่แอ็บบีโรดสตูดิโอ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๑๙๖๒ พวกเขาเล่น “Love Me Do” “Besame Mucho” (เป็นเพลงเม็กซิกันประพันธ์โดย คอนสเวโล  เวลาสเคส), “P.S. I Love You” และ “Ask Me Why”

“ไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง ตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้แต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมอะไรเลย…” จอร์จ มาร์ตินเล่า “…สิ่งที่ผมประทับใจพวกเขาก็คือบุคลิกส่วนตัว มันจะเกิดขึ้นเมื่อคุณได้คุยหรือได้ดูพวกเขาเล่น”

และมาร์ตินก็ขอร้องให้เดอะบีทเทิลส์เปลี่ยนมือกลองเพราะเขารู้สึกว่าพีท เบสต์ฝีมือยังห่างมือกลองอาชีพอีกเยอะ “จอร์จ มาร์ตินคุ้นเคยกับมือกลองที่เล่นตรงจังหวะ เพราะว่าบรรดามือกลองจากวงบิกแบนด์ที่เขาเคยใช้บริการเสมอต่างก็เล่นตรงจังหวะเป๊ะมาก” แม็คคาร์ทนีย์เล่า “แต่ มือกลองชาวลิเวอร์พูลของเราเต็มเปี่ยนด้วยจิตวิญญาณ อารมณ์ หรือแม้แต่เรื่องทางธุรกิจ แต่ตายสนิทเรื่องจังหวะ จอร์จดึงเราไปด้านหนึ่งแล้วบอกกับเราว่า ‘ผมไม่ชอบมือกลอง พวกคุณยอมเปลี่ยนมือกลองมั้ย?’ เราบอกว่า ไม่ เราทำไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องเลวร้ายมากสำหรับพวกเราในวัยนั้น เราจะทรยศเขาเหรอ? ไม่เด็ดขาด แต่อาชีพของพวกเรารออยู่ ถ้าเราไม่ทำอะไรบางทีพวกเขาอาจจะยกเลิกสัญญาที่ทำกับเราก็ได้”

ดูเหมือนว่าเรื่องราวของพีท เบสต์ในช่วงนั้นจะดูคลุมเครือว่าใครจัดการอย่างไร หรือเขาลาออกเอง หรือโดนใครไล่ออก แต่เป็นที่รู้กันว่าไบรอัน เอปสไตน์ก็ไม่ค่อยชอบพีท เบสต์เท่าไหร่ในเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่น ตั้งแต่เรื่องทรงผมที่ทั้งวงตัดแบบเดียวกัน แต่พีท เบสต์ไม่ตัด เรื่องนี้เบสต์เคยบอกว่าไม่มีใครมาขอให้เขาตัดผมแบบคนอื่นเลย

ไบรอัน เอปสไตน์นำเดอะบีทเทิลส์จากลิเวอร์พูลมาลอนดอนในวันที่ ๔ กันยายน ๑๙๖๒ พร้อมด้วยริงโก สตารร์มือกลองคนใหม่ เพื่อบันทึกเสียงและซ้อมเพลง ๖ เพลง ที่อีเอ็มไอสตูดิโอ ณ เวลานั้นจอร์จ มาร์ตินยังไม่มั่นใจว่าซิงเกิลแรกของเดอะบีทเทิลส์จะเป็นเพลงของพวกเขาหรือว่าเอาเพลงของคนอื่นมาทำใหม่

พวกเขาบันทึกเพลงไว้สองเพลงคือ “How Do You Do It” กับ “Love Me Do” พยายามบันทึกเสียงเพลง “Please Please Me” ด้วยแต่ว่าการเรียบเรียงเพลงยังไม่ถูกใจมาร์ตินจึงยกเลิกไป

เพลง “How Do You Do It” ประพันธ์โดยมิทช์ เมอร์เรย์ ตั้งใจทำไว้ให้อดัม เฟธ แต่เฟธไม่เอาเพลงนี้ จึงส่งมาให้เดอะบีทเทิลส์บันทึกเสียง  (แต่เพลงนี้ไม่ได้รวมอยู่ในอัลบั้มของเดอะบีทเทิลส์ ต่อมาเวอร์ชั่นที่บันทึกไว้นี้ได้เอามารวมในอัลบั้ม Anthology ๑)

เดอะบีทเทิลส์ตั้งใจจะบันทึกเพลงที่พวกเขาประพันธ์เอง ส่วนมาร์ตินไม่ค่อยมั่นใจกับ “Love Me Do” เพราะเขารู้สึกว่าเพลง “How Do You Do It” น่าจะฮิตไม่ยาก สมัยนั้นการใช้บริการจากนักประพันธ์เพลงมืออาชีพเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เดอะบีทเทิลส์อยากนำเสนอตัวตนของพวกเขา

“ผมตัดสินใจเลือก ‘How Do You Do It?” แต่สุดท้ายก็กลับมาเลือก ‘Love Me Do’ มันเป็นเพลงที่ดีเหมือนกัน” มาร์ตินอธิบาย แต่เขาก็ยังไม่ชอบเสียงกลองอยู่ดี ถึงแม้ทางวงจะเปลี่ยนมือกลองคนใหม่แล้วก็ตาม (ณ เวลานั้นสตารร์เพิ่งเข้าร่วมวงหมาด ๆ อาจยังซ้อมร่วมกับวงไม่มากพอ) หลังจากสตารร์บันทึกเสียงไป ๑๕ รอบ มาร์ตินก็ยังไม่พอใจ เขาตัดสินใจให้รอน ริชาร์ดไปหามือกลองอาชีพมาเล่นเพลงนี้ ซึ่งริชาร์ดก็ติดต่อแอนดี ไวท์มาตีกลอง

แอนดี ไวท์เล่าว่ารอน ริชาร์ดเป็นคนติดต่อ และเขาก็เป็นคนควบคุมการผลิตในตอนที่เขาตีกลองเพราะมาร์ตินติดงานอื่น แต่ไม่อยากให้เวลาในสตูดิโอเสียไปเปล่าๆ กว่ามาร์ตินจะเข้ามาเขาก็บันทึกเสียงเสร็จไปแล้ว

เมื่อเดอะบีทเทิลกลับมาสตูดิโอในวันที่ ๑๑ กันยายน ๑๙๖๓ เขาก็พบมือกลองรับจ้างกำลังทำงานอยู่ทำให้ริงโก สตารร์รู้สึกช็อกไปเลย

 “ผมเสียความมั่นใจย่อยยับเมื่อจอร์จสงสัยในความสามารถของผม” ริงโก สตารร์ บอก “ผมมาถึงสตูดิโอแล้วก็ได้ยินพวกเขาพูดว่า ‘เรามีมือกลองอาชีพ’ เขาขอโทษผมหลายครั้งหลังจากนั้น แต่ความมั่นใจของผมเสียไปแล้วสิ้นเชิง”

เพื่อไม่ให้เสียกำลังใจมาก สตารร์จึงได้รับเกียรติ์ให้เล่นแทมโบรีน (ซึ่งแทบจะไม่ได้ยินเสียง)

“เขาไม่เคยอภัยให้ผมเลย…” จอร์จ มาร์ตินหัวเราะ เขาขอโทษสตารร์อย่างเป็นทางการผ่านสื่อสาธารณะหลายหนเกี่ยวกับเรื่องนี้

love-me-do.jpeg

สรุปเวอร์ชันต่าง ๆ ของ “Love Me Do”

เพื่อไม่ให้สับสนว่าที่ได้ฟังเป็นเวอร์ชั่นที่ใครเป็นคนตีกลอง สรุปดังนี้

ซิงเกิลที่วางจำหน่ายในอังกฤษ และที่อยู่ในอัลบั้ม Rarities กับ Past Masters ตีกลองโดยริงโก สตารร์

ซิงเกิ้ลที่วางจำหน่ายในอเมริกา และที่อยู่ในอัลบั้ม Please Please Me,  The Beatles’ Hits และ ๑ ตีกลองโดยแอนดี ไวท์ มีริงโก สตารร์เล่นแทมโบรีน

ในอัลบั้ม Anthology ๑ ตีกลองโดยพีท เบสต์ เป็นเวอร์ชันแรกที่บันทึกเสียง

เดโมเทปเพลงนี้มีคนนำมาปล่อยในอีเบย์ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๐๑๓ ในราคาเริ่มต้น ๑๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณสามแสนบาท)  เป็นแผ่นที่ทำมาเพียง ๒๕๐ แผ่นเพื่อแจกจ่ายให้สถานีวิทยุเปิดเมื่อปี ๑๙๖๒ และในแผ่นนั้นให้เครดิตผู้ประพันธ์เพียงแค่แม็คคาร์ทนีย์เพียงผู้เดียว ก่อนหน้านี้มีคนนำแผ่นในชุดนี้มาประมูลได้ในราคาถึง ๑๗๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ

ตามกฎหมายของกลุ่มสหภาพยุโรปได้กำหนดลิขสิทธ์บทเพลงไว้ที่ ๕๐ ปีทำให้เพลง “Love Me Do” และ “P.S. I Love You” เพลงหน้าบีของซิงเกิลนี้ ตกเป็นสมบัติสาธารณะตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๐๑๓ (แต่ปัจจุบันได้ต่ออายุเป็น ๗๐ ปี)  ส่วนในอเมริกากฎหมายคุ้มครองถึง ๙๕ ปี

หลังจากนั้น

เดือนมกราคม ๑๙๖๓ ปล่อยซิงเกิลที่สอง “Please Please Me” ขึ้นถึงอันดับ ๑ ในอังกฤษ และเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสคลั่งบีทเทิลส์…

ในช่วง Get Back sessions (ปี ๑๙๖๙) เดอะบีทเทิลส์นำเพลง “Love Me Do” มาเล่นใหม่ ให้ช้ากว่าเดิม ออกบลูส์กว่าเดิม

หมายเหตุ อดัม เฟธ เป็นนักร้องดังของอังกฤษในช่วงต้น ๑๙๖๐s ก่อนเดอะบีทเทิลส์จะดัง เขาเป็นคนแรกที่มีเพลงท็อป ๕ ถึง ๗ เพลง

สำหรับเพลง “How Do You Do It” กลายเป็นซิงเกิลแรกของ Gerry & the Pacemakers ปี ๑๙๖๓ และขึ้นอันดับ ๑ นาน ๓ สัปดาห์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.