Black Sabbath: 13


หมายเหตุ: การเขียนครั้งนี้อ้างอิงจากการฟังอัลบั้มผ่าน https://itunes.apple.com/us/album/13-deluxe-version/id633814827 หากได้ฟังอัลบั้มเต็มอาจจะมีความคิดเห็นเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่รอคอยยาวนาน ตั้งแต่กลับมารวมตัวกันเมื่อปีค.ศ. 1997 แฟนเพลงคาดหวังว่าจะได้ฟังอัลบั้มใหม่ของพวกเขามาโดยตลอด แต่ความขัดแย้งภายใน ทั้งเรื่องที่ออซซี ออสบอร์นฟ้องเพื่อนร่วมวงเพื่อเรียกร้องค่าลิขสิทธิ์เก่า ๆ จนทำให้โทนี ไอออมมีกับผองเพื่อนทนไม่ไหวต้องไปทำวงเฮฟเวนแอนด์เฮล ซึ่งจะว่าไปก็คือแบล็กซับบาธจำแลงร่างนั่นเอง

ก่อนที่งานชุดนี้จะออกมา มีความกังวลส่วนตัวเล็กน้อยว่าเพลงจะออกมาแบบไหน เพราะ “ไซโค แมน” กับ “เซลลิง มาย โซล” ที่อยู่ในอัลบั้ม รียูเนียน นั้นไม่ได้แสดงความพิเศษอะไร เหมือนรีบเอาเพลงใหม่ออกมาเป็นตัวโฆษณาส่งเสริมการขายมากกว่าจะตั้งใจทำเพลงจริงจัง

พองานชุดใหม่ที่ลงมือทำกันจริงจัง ออกข่าวว่าได้ริค รูบินมาเป็นโปรดิวเซอร์ก็รู้สึกระทึกพอควร ถึงแม้ว่ารูบินจะจับงานที่ยอดเยี่ยมมาหลายชุด แต่ด้วยสไตล์การดูแลการผลิตแบบไม่ดูแลการผลิต ที่ปล่อยดนตรีเปลือยตัวตนออกมาบางครั้งก็ไม่ได้ผลลัพท์ที่ดี ยิ่งหลัง ๆ เหมือนว่าเขาปล่อยให้งานออกมาโดยขาดความสวยงามในเรื่องไดนามิกของเสียงเอาดัง ดิบ เข้าว่า ก็ยิ่งหวั่นใจ

ทว่าเมื่อพวกเขาปล่อยซิงเกิล “ก็อด อิส เดด ?” ออกมา แฟนเพลงเริ่มมีความหวังว่าจะได้ยินบทเพลงระดับคลาสสิกที่ห่างหายไปนานกว่าสามสิบปี ไล่มาตั้งแต่ท่อนริฟฟ์ที่คุ้นเคยของโทนี เสียงเบสของกีเซอร์ เสียงร้องของออสซี ส่วนเสียงกลองของแบร็ด วิล์คอาจจะไม่คลาสสิคเท่าบิล วอร์ด แต่ก็ไม่ได้ทำให้บทเพลงเสื่อมเสีย

ด้วยความยาวเกือบเก้านาที “ก็อด อิส เดด ?” ได้แสดงตัวตนของแบล็กซับบาธในฐานะผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับดูมเมทัลอย่างไร้ข้อกังขา เป็นเพลงที่ฟังได้เรื่อย ๆ แม้ว่าบทเพลงเกือบจะไร้จุดไคลแม็กซ์ (มีท่อนริฟฟ์ที่เข้ามากระชากวิญญาณช่วงท้ายเล็กน้อย) การสร้างดนตรีแบบนี้ต้องอาศัยบารมีและโชคชะดา…ฝีมืออย่างเดียวเอาไม่อยู่!

พอได้ฟังอัลบั้มเต็ม (ฟังตอนประมาณตีสาม เพิ่งทำงานเสร็จกำลังเอนกายสะลึมสะลือ) รอบแรกยังไม่ทันจบดี เออ มันก็เพลงของแบล็กซับบาธไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลยแฮะ…แล้วก็หลับไปกับเพลงของแบล็กซับบาธ

แต่ ณ เวลานี้ เริ่มคิดได้ว่าไม่ได้ฟังงานแบบนี้มานานแล้ว นี่คืออัลบั้มของแบล็กซับบาธแบบยุคแรก ดนตรีเกือบทุกอย่างเหมือนกับการย้อนกลับไปช่วงสามหรือสี่อัลบั้มแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนเพลงโหยหาที่สุด

ยกตัวอย่างที่เพลงแรก “เอนด์ ออฟ เดอะ บิกินนิง” แสดงตัวตนของแบล็กซับบาธได้ดีที่สุดในอัลบั้ม เพียงแค่ท่อนอินโทรริฟฟ์เสียงต่ำ เชื่องช้า ดึงอารมณ์แบบอัลบั้มแรกของพวกเขาเมื่อปีค.ศ. 1970 ถ้าจะให้เจาะจงลงไปก็ต้องบอกว่า ฟังเพลงนี้ครั้งแรกนึกถึงเพลง “แบล็ก ซับบาธ” ขึ้นมาทันควัน ที่สำคัญคือโครงสร้างเพลงที่วางริฟฟ์ไว้หลายท่อนสลับสับเปลี่ยนความเร็ว เปลี่ยนฟิลไปโดยไม่ทันตั้งตัว สไตล์แบบนี้ลางเลือนไปตั้งแต่แบล็กซับบาธเข้าสู่ยุคของรอนนี

ไม่ใช่ว่ายุครอนนีจะไม่ดี มันเป็นแค่สไตล์ดนตรีที่เปลี่ยนไป

ส่วนฝีมือกลองของแบร็ด วิล์ค ทำหน้าที่ของตัวเองได้เยี่ยมมาก ถึงในใจจะอยากให้บิล วอร์ดกลับมาตีกลองเหมือนเดิม เพราะไม่มีบิลเสียคน ความคลาสสิกมันไม่ครบถ้วน เพราะเขามีเอกลักษณ์ในการใช้แฉ/ฉาบได้พอเหมาะกับเพลงของแบล็กซับบาธ (ก็แน่ล่ะเขาคือหนึ่งในผู้กำหนดรูปร่างของเพลง) สิ่งที่เขาทำมันเป็นต้นแบบ ตอนฟัง “เอ็นด์ ออฟ เดอะ บีกินนิง” นี่รู้สึกว่าวิล์คเคารพสไตล์ของบิล วาร์ดอยู่มาก ทั้งลูกเล่นฉาบต่าง ๆ แต่สังเกตอีกนิดรู้สึกว่าเขาตีมากไป คือบิลจะตีให้เข้ากับอารมณ์เพลงเท่าที่จำเป็น ส่วนแบร็ด วิล์คจะแทรกลูกเล่นเข้าไปด้วยความเคยชิน อย่างใน “โลนเนอร์” เพลงนี้เขาทำให้ดนตรีที่มีสำเนียงแบบแบล็กซับบาธยุครอนนีอยู่แล้วได้บรรยากาศเมทัลร่วมสมัย

เสียงร้องของออสซีไม่ได้กลับไปเป็นแบบสมัยแบล็กซับบาธยุคแรก ยังคงมีความเป็นออสซีในยุคทำงานเดี่ยว คือไม่ค่อยจะหม่นมืด แล้วด้วยความชราเสียงร้องก็เริ่มต่ำลง ไม่ใสเหมือนเมื่อก่อน แต่ฟังรวมแล้วเขาก็พยายามดึงตัวเองให้กลับมาสู่ความหม่นมืดอย่างสมัยทำวงแบล็กซับบาธยุคแรกเท่าที่จะทำได้แล้ว

บางเพลงก็ให้อารมณ์แบบเพลงเก่าๆ อย่าง “ซิทจีส” ให้สำเนียงคล้าย “แพลเน็ต คาราวาน” มีเสียงอคูสติกกีตาร์ใสใส กับเสียงร้องที่ทำให้แตกพร่า เพลงนี้แสดงความชาญฉลาดในการเล่นคอร์ดกับเมโลดี้ของโทนีได้เด่นมาก แถมท่อนโซโลติดบูลส์แจ๊ส

คิดว่าการเล่นที่เข้าขาระหว่างกีตาร์กับเบสในสไตล์บลูส์ร็อกซึ่งเป็นรากฐานของทางวง เช่น “ดาเมจด์ โซล” เข้ากันได้เยี่ยมมาก ในบางช่วงเบสถือโอกาสขโมยความเด่นขึ้นมาเล็กน้อย เป็นอีกเพลงที่คิดถึงบิล วอร์ด ต้องขอโทษแบร็ด วิล์ค ถึงจะเก่งขนาดไหน…มันก็อดคิดถึงคนเก่าไม่ได้

ยกเว้นแต่เรื่องที่บิล วอร์ดไม่ได้กลับมาในงานชุดนี้ไว้เรื่องหนึ่ง นอกนั้นงานชุดนี้ทำให้คนชราอิ่มเอมอารมณ์

ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่างานนี้โคตรจะคลาสสิก!

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.