Cathedral: The Last Spire


อัลบั้มสั่งลาที่ลี ดอเรียนเคยประกาศไว้ว่าทำอัลบั้มอีกหนึ่งชุด คาธีดราลก็จะหายสาบสูญไปให้แฟนเพลงคิดถึง

ในเมื่อมันเป็นอัลบั้มสุดท้าย (อย่างน้อยก็ ณ เวลานี้) ความคาดหวังก็มีพอประมาณ และนึกไม่ออกว่ามันจะออกมาอย่างไร จะออกแนวทดลองไปทางไซคีเดลิค/โปรเกรสซีฟอย่างในชุดก่อนๆ หรือเปล่า? หรือว่าจะกลับไปทำดูมเมทัลอย่างยุคแรก

สรุปแล้ว ลี ดอเรียนทำทั้งสองแบบ แต่เน้นไปที่ดูมเมทัลอย่างที่เขาเคยนำเสนอในยุคแรก แค่อินโทรอัลบั้ม “เอนทรานซ์ ทู เฮล” ที่ใช้เอ็ฟเฟ็คท์เป็นตัวดำเนินเรื่อง พอมีเสียงระฆังดังขึ้นมาแล้วคิดถึงแบล็กซับบาธมาทันควันมาทันควันพอจบก็เข้าเพลง “พอลเบียเรอร์” ความยาวเกือบ 12 นาที ลีลาที่แปรเปลี่ยนไปเรื่อยจากริฟฟ์หนักหน่วงก็เบรคด้วยท่อนอคูสติกใสวิ้ง สไตล์เดียวกับแบล็กซับบาธยุค 70s ความขลังยังเทียบกันไม่ค่อยได้ ลองฟังอัลบั้มล่าสุดของแบล็กซับบาธ (13) เทียบกันดูก็ได้ จะได้ยินความขลังและเก๋าของโทนี ไอออมมีในแบบที่ใครก็อยากเลียนแบบแต่ทำได้ไม่เหมือน แต่คาธีดราลมีดีในแบบของตัวเอง ไม่ได้เลียนแบบไปเสียทุกอย่าง แม้แต่ในเพลงที่เร็วขึ้นหน่อย เช่น “คาธีดราล ออฟ เดอะ แดมนด์” กับ “ทาวเวอร์ ออฟ ไซเลนซ์” ก็ยังมีความเป็นดูมเมทัลหม่นมืด พร้อมกับลูกเล่นเล็กน้อยในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดนตรีเพื่อสร้างสีสันไม่ให้น่าเบื่อ

สำหรับแฟนเพลงที่ชอบซาวนด์แบบยุคหลัง ก็มีให้ฟังใน “แอน ออฟเซอเวชัน” สำเนียงไซคีเดลิค/เอซีดร็อก เข้ามาปะปนพอให้อรรถรส กีตาร์ทำได้ยอดเยี่ยมได้อารมณ์ยุค 70 มากทั้งการเล่นริธึมและโซโล  ไม่จัดจ้านหวือหวา แต่หน่วงได้ใจมาก

 เดอะลาสต์สไปร์ใกล้เคียงกับคำจำกัดความของคาธีดราลในยุคแรกที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในรอบสิบกว่าปีโดยที่ยังมีซาวนด์ในยุคหลังแทรกตัวแบบเนียน ๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.