มุ่งหน้าสู่อนาคตใน Futurology


วันแรกที่ได้อัลบั้มนี้มา ก็เอามาลูบคลำลายเซ็นที่หน้าปกด้วยความรัก เปิดดูข้างในทีละหน้า

ออกแนวโรคจิตนิดหน่อย

ตอนแรกว่าจะไม่เขียนถึงอัลบั้มนี้  เพราะเป็นแฟนเพลงของเดอะมานิกส์ ยังไงก็เขียนถึงในแง่ดีอยู่แล้ว ขนาดอัลบั้มที่แล้ว รีไวนด์เดอะฟีล์ม พวกเขาย้อนวัยชรายังชื่นชมเลยทั้งที่ใจจริงชอบเดอะมานิกส์ยุคแรกที่ยังมีริชชี เอ็ดเวิร์ดอยู่มากกว่า แต่ก็รู้ว่าจะให้พวกเขากลับไปทำอัลบั้มดิบแบบเดิมคงไม่ได้แล้ว ความพยายามจะใส่อารมณ์ดิบล่าสุดคือ เจอร์นัลฟอร์เพล็กเลิฟเวอร์ส ก็ไม่ได้ออกมาอย่างที่หวัง เราในฐานะแฟนเพลงต้องเติบโตไปพร้อมกับพวกเขา อย่างที่พวกเขาเดินก้าวไปข้างหน้าสม่ำเสมอ

futurology

ตอนที่ รีไวนด์เดอะฟีล์ม ออกมา พวกเขาบอกว่าจะทำอัลบั้มคู่ หมายถึงจะทำเป็นสองชุดติดกัน โดยให้ รีไวนด์เดอะฟีล์ม รวมเพลงทางอคูสติก และอีกอัลบั้มที่ตามมาจะเป็นร็อกหนักหน่อย ก็ตั้งหน้าตั้งตารอ ใช้จินตนาการไปว่าพวกเขาจะออกมาแนวไหน  อาจจะใกล้เคียง เซนด์อะเวย์เดอะไทเกอร์ส แต่พออ่านเรื่องราวการทำงานอัลบั้มนี้บอกว่าพวกเขาฟังเพลงคราฟต์เวิร์ก นู! คาบาเรต์โวลแตร์ ก็สงสัยว่าพวกเขาจะเอาซินธ์มาใช้ หรือว่าจะใกล้เคียงไลฟ์บลัดหนอ? ปักหลักบันทึกเสียงกันที่ฮันซาสตูดิโอที่ศิลปินระดับตำนานอย่างเดวิด โบวี ลู รี้ด เคยใช้บันทึกเสียงอัลบั้มสำคัญของพวกเขามาแล้ว (และพวกเขาก็ใช้ที่นี่บันทึกเสียงอัลบั้มชุดที่แล้ว)

The future does seem to rely on the past for inspiration

อนาคตยังต้องใช้แรงบันดาลใจจากอดีต เดอะมานิคส์บอกไว้แบบนั้น

ในเพลงแรก “ฟิวเจอร์โรโลจี” มีเค้าลางของดนตรีนิวเวฟต้นทศวรรษ 1980 นึกถึงสมัยที่เดอะมานิกส์ยังเป็นแค่แฟนเพลง ไม่ได้ทำเพลงเอง ดนตรีที่พวกเขาซึมซับในยุคนั้นคือนิวเวฟ เอาเสียงสังเคราะห์มาปรับแต่งซาวน์ดคล้ายของเก่า “มิสไกดด์มิสไซล์” นี่ก็คล้ายคราฟต์เวิร์กงานนี้ อเล็ก ซิลวา โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานกับเดอะมานิกส์มาหลายอัลบั้มฝากฝีมือในการทำซาวน์ดออกมากำลังพอดี คือไม่ได้ฟังแล้วให้อารมณ์เรโทร หรือพวกหวนรำลึกความหลัง ถึงแม้ว่าย้อนกลับไปสู่ซาวน์ดโบราณ แขกรับเชิญ คีน  คีราน จากซูเปอร์เฟอรีแอนิมอลส์ เพิ่มซาวน์ดอิเล็คโทรนิกาให้เพลงฟังล้ำสมัยไม่ใช่ย้อนยุค แถมด้วยเนื้อหาที่สับสนและเศร้าราวกับคนที่ผิดหวังกับชีวิต ตอนแรกออกจะหลอนนิดนึงว่าพวกเขากลับมาทำงานแบบไลฟ์บลัดแต่ผ่านไปสักหน่อยก็วางใจว่ามันไม่ซ้ำรอยเดิม

ในครั้งนี้รู้สึกว่าเอาอิทธิพลทางดนตรีในอดีตสอดแทรกสำเนียงของเดอะมานิกส์แบบไม่ขัดเขิน อย่าง “ยูโรปาเกต์เดิร์ชมิช” อารมณ์คล้ายแกลมร็อกยุค 70 ฟังอีกทีก็ไม่เหมือน…หรือว่าจะเป็นเพลงของเดวิด โบวี ฟังอีกทีมันก็เดอะมานิกส์…เอ๊ะ หรือว่ามันเป็นซิมเปิลไมนด์ปลอมตัวมา แต่ว่านี่ก็เป็นเดอะมานิกส์นี่นา…

อารมณ์แบบนี้กระจายอยู่ทั่วอัลบั้ม คือจะบอกว่ามันไม่ใช่เดอะมานิกส์ มันก็คือเดอะมานิกส์ พวกเขาเดินหน้าสู่ทิศทางใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะเดียวกันก็ยังมีสำเนียงส่วนตัวที่แทรกซึมอยู่ทุกอณู หรือจะเอาเพลงที่ให้อารมณ์แบบอัลบั้มแรกของพวกเขาเองเลยก็มี “เซ็กซ์, เพาเวอร์, เลิฟแอนด์มันนี” แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว “มายาคอฟสกี” เพลงปิดท้ายอัลบั้มบรรเลงสไตล์เดอะบีชบอยส์ แต่ก็มีอารมณ์พังก์ปะปน

เนื้อหาของเดอะมานิกส์ก็เป็นผู้ใหญ่มาหลายอัลบั้มแล้ว จิตวิญญาณขบถหัวรุนแรงอย่างยุคแรกเปลี่ยนเป็นมองโลกอย่างสุขุมรอบคอบขึ้น ในอีกมุมหนึ่งก็เสียดาย เพราะสมัยนั้นชอบพวกเขาเพราะความดิบแบบนั้นซึ่งมันหายสาบสูญไปในช่วงหลัง  เป็นธรรมดาเมื่อคนเขียนเพลงอายุมากขึ้น มุมมองโลกและชีวิตก็เปลี่ยนไป ถ้าเจาะไปในเนื้อหาก็ยังสัมผัสถึงมุมมองต่อโลกในฐานะขบถอยู่ เพียงแต่เข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้นไม่มุทะลุดุดันอย่างเมื่อก่อน

ถ้าไลฟ์บลัดคือความพยายามที่จะค้นหาหนทางใหม่ แล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (น่าจะเป็นอัลบั้มที่แฟนเพลงชอบน้อยที่สุดในบรรดาอัลบั้มทั้งหลายของเดอะมานิกส์) อัลบั้ม ฟิวเจอโรโลจี แสดงถึงการสั่งสมประสบการณ์ รสนิยม จนทำมันออกมาสำเร็จ เป็นซาวน์ดของเดอะมานิกส์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.