นครเอลโดราโดของวอลแตร์


เอลโดราโด (El Dorado) เป็นนครในตำนาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่ามีอยู่จริง (หรือว่ามีอยู่จริง แต่ยังหาไม่เจอ?) 

เอลโดราโดเป็นภาษาสเปนแปลตรงว่าว่ามนุษย์ทองคำ ชาวอินเดียนแดงเผ่าชิบชาเชื้อสายมูอิสกา (Muisca  tribe) เล่าสืบต่อกันมาว่าชายาของกษัตริย์มูอิสกาฆ่าตัวตายในทะเลสาบกัวตาวีตา (Guatavita) กษัตริย์จึงบวงสรวงดวงวิญญาณพระนางผู้กลายเป็นเทวีประจำทะเลสาบทุกปีด้วยการใช้ยางไม้มาทาตัวแล้วโรยผงทองคำเคลือบ จากนั้นนั่งเรือไปกลางทะเลสาบ โยนอัญมณีและทองคำเพื่อสักการะ แล้วกระโดดลงทะเลสาบเพื่อชะล้างผงทองคำ

คนจึงเรียกนครนั้นว่า นครมนุษย์ทองคำ

ตามที่อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเอลโดราโดในหนังสือ เปิดโลกอดีต โดย ไดโนเสาร์ (แก่) สำนักพิมพ์พี วาทิน หรือเครือต่วยตูน / ต่วยตูนพิเศษ กล่าวว่า ทะเลสาบกัวตาวีตาอยู่ห่างจากโบโกดา เมืองหลวงของโคลัมเบียไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ๕๐ กม.

ตำนานนครทองคำเริ่มเข้าสู่หูชาวยุโรป เมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เดินทางกลับจากการค้นหาโลกใหม่เมื่อปี ค.ศ. ๑๔๙๓ เล่าว่าได้พบเห็นทองคำมากมาย และกลายเป็นยุค “ปล้นชิง” ทรัพย์สินและดินแดนสร้างความหายนะให้ชาวแอซแทกในเม็กซิโกและชาวอินคาในเปรู

และต่อมากลายเป็นนครทองคำมีนักสำรวจหลายคนในศตวรรษที่ ๑๕ ถึง ๑๗ อย่างเช่น

เซบาสเตียน เดอ เบลาลกาซาร์ ผู้ทำลายเผ่าอินคาในเปรู และตั้งเมือง ควิโตขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๕๓๕ (เมืองหลวงของประเทศเอควาดอร์ในปัจจุบัน) เขาได้รับคำบอกเล่าถึงนครที่ใช้ทองคำทำถนน อัญมณีเกลื่อนกลาดดาษดา

ในปีค.ศ. ๑๕๓๐ ฟรังซิสโก ปิซาร์โร นักแสวงโชคชาวสเปนได้นำทหารเพียง ๑๕๐ คนบุกอาณาจักรอินคาแห่งเปรู แล้วจับองค์จักรพรรดิ อตาฮวลปา เป็นตัวประกัน โดยที่จักรพรรดิคิดว่าฟรังซิสโกเป็นเทพตามตำนานอินคา จึงยอมแพ้ และขอใช้ทองคำแลกอิสรภาพ โดยกล่าวว่าจะใช้ทองคำปริมาณเต็มห้องขนาดยาว ๒๒ ฟุต กว้าง ๑๗ ฟุตสูง ๘ ฟุต แต่เหล่าอินคานำทองคำมาช้า ฟรังซิสโกจึงประหารจักรพรรดิ อตาฮวลปา พอชาวอินคาทราบข่าวจึงนำทองคำที่เตรียมไว้ไปซ่อน คาดว่าทองคำเหล่านั้นมาจากนครเอลโดราโด

อย่างไรก็ตาม ตามประวัติศาสตร์จริง เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้มีบันทึกไว้ สิ่งที่บันทึกตามประวัติศาสตร์คือการวางแผนเข้าจู่โจมจับตัวจักรพรรดิ ฮตาฮวลปา อย่างแยบยล ผนวกกับความชะล่าใจของจักรพรรดิอินคาที่ไม่คิดว่ากองกำลังไม่ถึงสองร้อยคนจะลอบโจมตี เมื่อจับกุมตัวได้แล้วจักรพรรดิ ฮตาฮวลปา เสนอทองคำปริมาณเท่าห้องที่โดนขัง โดยขอเวลา ๒ เดือน (ไม่ใช่ ๒วันอย่างเรื่องเล่า)

ปีค.ศ. ๑๕๓๗ กอนซาโล จิเมเนซ เดอ คิวเซดา นายทหารสเปนพร้อมกองกำลัง ๘๐๐ นายเดินทางถึงพรมแดนเปรูมุ่งหน้าสู่ดินแดนชาวเผ่ามูอิสกาเป็นครั้งแรก ได้พบชาวพื้นเมืองและทองคำจำนวนมาก ทำให้เชื่อว่านครเอลโดราโดน่าจะมีอยู่จริงใกล้ ๆ นั้น

ปีค.ศ. ๑๕๔๐ กอนซาโล ปิซาร์โร เดินทางมาถึงจักรวรรดิอินคาในเปรู ได้รับรู้เรื่องราวของนครทองคำจึงนำกำลังทหาร ๓๔๐ คน เพื่อค้นหานครแห่งนี้ พบเพียงทองและเครื่องประดับแปลก ๆ แต่ไม่พบนครทองคำ

และอีกหลายเรื่อง

จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครพบนครทองคำ จึงสรุปกันว่าคงไม่มีอยู่จริง เอลโดราโด กลายเป็นคำที่ใช้แทนดินแดนทองคำร่ำรวยอุดมสมบูรณ์ แบบเดียวกับนครยูโทเปีย

ในก็องดิดของวอลแตร์ กล่าวถึงนครเอลโดราโดในเชิงอุดมคติ บรรยายว่าก็องดิดเดินทางถึงเมืองเอลโดราโด เมืองในฝันที่ปราศจากความเลวร้าย ปกครองโดยราชาผู้ทรงสติปัญญา เมตตา กรุณา ประชาชนล้วนแล้วแต่ตั้งตัวอยู่ในความดีงาม ทุกคนพอใจในชีวิตของตัวเอง เมืองมีทองคำและอัญมนีเกลื่อนกราดราวก้อนกรวด ทุกคนอยู่กันอย่างสันติ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง

กล่าวได้ว่าชาวเมืองเอลโดราโดคือผู้บริสุทธิผุดผ่อง ประหนึ่งเหล่าสัตบุรุษทางคติพุทธศาสนา

ในทางพุทธศาสนาบอกว่า เราควรประพฤติเป็นสัตบุรุษ (สัดบุหรุด) แปลว่า คนดี คนสงบ คนที่พร้อมมูลด้วยธรรม

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?book=1&bookZ=45&name=%A8%D9%CC%BB%D8%B3%B3%C1%CA%D9%B5%C3

สรุปความว่า

สัตบุรุษ หมายถึงคนที่มีคุณธรรม คนที่เป็นสัมมาทิฐิ คนที่ประพฤติธรรมเป็นปกติ

สัตบุรุษ ในทางปฏิบัติคือคนที่ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ ประการ คือ ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา

และยังต้องคบหาผู้มีสัปปุริสธรรม ๗

รวมทั้งต้อง คิดอย่างสัตบุรุษ ปรึกษาอย่างสัตบุรุษ พูดอย่างสัตบุรุษ ทำอย่างสัตบุรุษ คือ คิด ปรึกษา พูด ทำ มิใช่เพื่อเบียดเบียนตนและผู้อื่น มีความเห็นอย่างสัตบุรุษ คือเห็นชอบว่า ทำดีมีผลดี ทำชั่วมีผลชั่วเป็นต้น และสุดท้ายคือแม้แต่ให้ทานก็ให้ทานอย่างสัตบุรุษ คือให้โดยเคารพ เอื้อเฟื้อแก่ของและผู้รับทาน

หากคนทั้งโลกนี้เป็นสัตบุรุษ โลกคงน่าอยู่มากกว่านี้

แต่ก็องดิดก็ไม่ยอมอยู่ในเอลโดราโด เขานำเพชรพลอยและทองคำซึ่งคนในเมืองตีค่าเพียงก้อนกรวดติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ไถ่ตัวกุเนก็องด์คนรักที่โดนจับตัวไว้

ใครได้อ่านก็องดิดจะรู้สึกว่าวอลแตร์ไม่ศรัทธาศาสนามากนัก โดยเฉพาะความเชื่องมงายไร้สาระบางอย่าง รวมถึงพระไร้คุณธรรมและจริยธรรม อย่างจับพวกนอกรีตมาไต่สวนและตัดสินลงโทษโดยการจับคนมาทรมานและเผาทั้งเป็นโดยไม่ยุติธรรม ไร้เหตุผล หรือเมื่อเมืองลินบอนน์เกิดแผ่นดินไหวเสียหายหนัก ชนชั้นปกครองโดยผู้นำทางศาสนาแก้ไขปัญหาด้วยการเผาคนทั้งเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผ่นดินไหวอีก

วอลแตร์ส่งก็องดิดไปยังดินแดนในฝันหลายแห่งเพื่อนำเสนอความเห็นของเขาว่าทัศนคติที่ดีแต่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานความจริงไม่สามารถอยู่ในโลกของความจริงได้ อย่างเอลโดราโดเป็นเมืองในฝันได้เพราะเป็นเมืองปิด มีทรัพยากรธรรมชาติที่เพียงพอ มีปราการธรรมชาติ ไม่เคยต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากและการเบียดเบียน เมื่อทุกคนได้รับสิ่งที่ตัวเองต้องการเพียงพอ หล่อหลอมให้รู้จักการแบ่งปันและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเมืองเอลโดราโดจึงเป็นเมืองที่งดงาม

แต่ก็องดิดอยู่ในเมืองในฝันแบบนั้นไม่ได้ เพราะเขาเกิดจากโลกภายนอกที่ช่วงชิงแก่งแย่ง มีความรัก ความโลภ เขาไม่อาจหลุดพ้นภาระในใจได้ จึงออกจากเมืองในฝันมาสู่โลกเดิม

นั่นคือใจของเขาไม่สงบ ได้ลิ้มรสอารมณ์หลากหลาย ประหนึ่งอีฟได้ลิ้มรสผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดนทำให้ขาดสภาวะ “ไร้เดียงสา”

ก็องดิดไม่อาจชำระจิตใจของเขาให้ไร้เดียงสาได้ จึงต้องดิ้นรนเดินทางไปต่อ

อย่างไรก็ตาม วอลแตร์วาดภาพสวยงามในตอนท้ายว่า ทุกคนไม่ต้องสนใจศาสนาหรือสังคม เพียงแค่รับผิดชอบตัวเอง โดยทำงานของตัวเอง (ในเรื่องคือเกษตรกรรม) ไป ไม่ต้องสนใจการถกปัญหาทางการเมือง เพราะเหตุผลใช้กับการเมืองไม่ได้ตราบใดที่การเมืองยังเป็นเรื่องการแสวงหาอำนาจ และไม่ต้องแสวงหาสังคมที่สวยงามตามอุดมคติเพราะมันไม่ทางเกิดในโลกความเป็นจริง

การหนีจากโลกเลวร้ายไปแสวงหาโลกตามอุดมคติในฝัน สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ เพราะความทุกข์ไม่ได้เกิดจากโลกภายนอกอย่างเดียว (พายุ แผ่นดินไหว โรคระบาด ฯลฯ) มนุษย์ยังต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองที่ยังมีความโลภ โกรธ หลง ซึ่งไม่ว่าจะหนีไปที่ใดก็ไม่มีทางหนีพ้น

การประพฤติตนประหนึ่งสัตบุรุษเป็นไปได้ยาก จนดูเหมือนว่าสัตบุรุษทั้งหลายล้วนอาศัยอยู่ในเอลโดราโด

ไม่มีอยู่จริงในสังคมเรา…

Advertisements

2 thoughts on “นครเอลโดราโดของวอลแตร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.