John Lennon: Rock and Roll (ความเป็นมา)


ย้อนกลับไปค้นเทป/ซีดีดูว่างานประเภทคัฟเวอร์ ค้นแล้วเจออัลบั้ม ร็อกแอนด์โรล ของ จอห์น เลนนอนเป็นงานคัฟเวอร์ทั้งอัลบั้ม ช่วงเวลาใกล้กันมีอัลบั้ม พินอัป ของเดวิด โบวี กับ อนัธเธอร์ไทม์อนัธเธอร์เพลส ของ ไบรอัน เฟอร์รี  สามงานนี้ออกในช่วงปี 1973 – 1975 แต่ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันมาก

อัลบั้ม ร็อกแอนด์โรล ให้บรรยากาศเก่า ๆ ของร็อกแอนด์โรลในยุค 50 เท่มาตั้งแต่หน้าปกอัลบั้มที่เป็นรูปจอห์น เลนนอนสมัยยุค 50 เสียด้วย

ว่าด้วยหน้าปกอัลบั้มร็อกแอนด์โรล

หน้าปกอัลบั้ม เป็นภาพถ่ายของจอห์น เลนนอน สมัยที่เล่นดนตรีอยู่ที่ฮัมบรูก เยอรมัน ในช่วงราวปี 1960 ภาพนั้นถ่ายโดย เจอเกน โวลล์เมอร์ ซึ่ง เมย์ แปงไปพบเข้าในงานชุมนุมเกี่ยวกับเดอะบีตเทิลส์ในเยอรมัน ถ้าสังเกตเงาคนเลือนรางในฉากหน้าที่เห็นก็คือ พอล แม็คคาร์ทนีย์, จอร์จ แฮรริสัน และสตู ซัทคลิฟฟ์ เพื่อนร่วมวงเดอะบีตเทิลส์นั่นเอง

ว่าด้วยเรื่องคดีความที่ทำให้เกิดร็อกแอนด์โรล

อัลบั้มร็อกแอนด์โรล มีที่มาในเรื่องเงินล้วน ๆ เพราะ มอร์ริส เลวี ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลง “ยูแคนท์แคทช์ มี” (ของ ชัค เบอร์รี่) ยื่นฟ้องจอห์น เลนนอน ข้อหาเอาบางส่วนของเพลงไปใช้ในเพลง “คัมทูเก็ตเตอร์” โดยไม่ขออนุญาต

มอร์ริส เลวี่ ผู้บริหารบริษัทบิ๊กเซเว่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์เพลงได้ยื่นฟ้องจอห์น เลนนอน รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง (เช่นแอ็ปเปิลและนอร์ธเทิร์นซองส์) ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1973 แต่เรื่องนี้ตกลงกันได้นอกศาล โดยจอห์นตกลงทำสัญญาว่าจะนำเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของบิ๊กเซเว่น 3 เพลง มาบันทึกเสียงลงอัลบั้มถัดไป ซึ่งเขาตั้งใจจะทำอัลบั้มคัฟเวอร์อยู่แล้วในชื่อ โอลดีส์

ว่ากันว่า สาเหตุที่จอห์น เลนนอนอยากให้เรื่องจบนอกศาล เพราะ ณ เวลานั้น เขามีชีวิตที่ยุ่งยากครั้งใหญ่ในชีวิต โดนโยโกะ โอโนะผลักไสไล่ส่งให้มาแอลเอ (พร้อมกับเมย์ แปง คู่รักของเขาในตอนนั้น) ชีวิตกำลังวุ่นวายด้วยการใช้ชีวิตแบบเสเพล (ที่เรียกกันว่าช่วง “เดอะลอสท์วีกเอนด์”) แถมยังมีทีท่าว่าถ้าปล่อยให้ฟ้องร้องไปก็น่าจะแพ้ เลยตัดไฟแต่ต้นลมจะดีกว่า

จอห์น เลนนอนทำงานร่วมกับ ฟิล สเป็กเตอร์ โปรดิวเซอร์อัจฉริยะผู้สร้างซาวนด์ได้ลึกล้ำและเคยร่วมงานกับเขามาหลายครั้ง  แต่ว่าตอนนั้นดูเหมือนว่าฟิล สป็คเตอร์จะมีอาการหนักไม่แพ้กัน (มีครั้งหนึ่งเขายิงปืนใส่เพดานห้องบันทึกเสียง) สุดท้ายเขาก็หายตัวไปจากห้องบันทึกเสียง แถมยังเอามาสเตอร์เทปไปอีกด้วย (และเขา “หาย” ไปจริง ๆ มาปรากฏตัวอีกทีตอนทีเขาประสบอุบัติเหตุในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1974)

เมื่ออยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยปกติ แถมโปรดิวเซอร์หอบมาสเตอร์เทปหนีไปอีก ทำให้จอห์นหยุดการทำงานอัลบั้มนั้นไปโดยปริยาย จนกระทั่งเดือนพฤษภาคมค.ศ. 1974 จอห์น เลนนอนกลับนิวยอร์ค และเริ่มลงมือทำอัลบั้มใหม่จากวัตถุดิบของเขาเองล้วน ๆ จนสำเร็จเป็นอัลบั้ม วอลส์แอนด์บริดจส์

การออกอัลบั้ม วอลส์แอนด์บริเจส์ จะเป็นการผิดสัญญาที่ทำไว้กับมอร์ริส เลวี (เพราะในอัลบั้มนี้ไม่มีเพลงลิขสิทธิ์ของบิ๊กเซเว่น 3 เพลงตามสัญญา) ทำให้จอห์น เลนนอนต้องไปเจรจากับมอร์ริส เลวีด้วยตัวเองในวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1974 ที่คลับคาวาเลลโร ในนิวยอร์ก ขณะที่บริษัทแคปปิตอลเร็คคอร์ดสเจรจาขอซื้อมาสเตอร์เทปจากฟิลกลับคืนมา (ในที่สุดต้องยอมจ่ายเงินให้ฟิล สเป็คเตอร์เป็นจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แลกกับมาสเตอร์เทปที่ได้ทำเอาไว้กลับมา)

จอห์น เลนนอนอธิบายถึงสาเหตุและปัญหาที่มีกับฟิล สเป็คเตอร์ และพยายามหาทางออกทางอื่นกับมอร์ริส เลวี ซึ่งผลการตกลงคือ จอห์นต้องยอมโฆษณาทางโทรทัศน์และจำหน่ายอัลบั้มผ่านทางระบบขายตรงผ่านไปรษณีย์กับบริษัทบิ๊กเซเว่น ซึ่งมอร์ริส เลวีจูงใจว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งผลกำไรสูงกว่าจำหน่ายผ่านบริษัทตามปกติ แถมยังยกหัวข้อทางกฎหมายว่าสัญญาที่จอห์น เลนนอนทำกับทางบริษัทแคปปิตอลไม่ผูกพันถึงการจำหน่ายผ่านระบบขายตรงทางไปรษณีย์ในอเมริกา ส่วนทางอีเอ็มไอนั้น มอร์ริส เลวี่จะจัดการเอง

จอห์น เลนนอนรับข้อเสนอของมอร์ริส และยอมรับคำเชิญให้ไปซ้อมดนตรีในฟาร์มของมอร์ริสด้วยโดยใช้นักดนตรีชุดเดียวกับที่ทำอัลบั้ม วอลส์แอนด์บริดจส์ และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1974 เขาก็เอาเทปที่ซ้อมกันให้มอร์ริสฟัง

เดือนธันวาคม บริษัทแคปปิตอลเริ่มขยับตัวจัดการกับปัญหาที่จอห์นต้องทำกับมอร์ริส โดยเฉพาะเรื่องที่จะนำอัลบั้มไปจำหน่ายผ่านระบบขายตรงทางไปรษณีย์เป็นเรื่องที่แคปปิตอลไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด และดำเนินการทางข้อกฎหมายอย่างจริงจัง

มอร์ริสแก้เกมส์โดยการเอาเทปมิกซ์หยาบ ๆ ที่จอห์น เลนนอนนำมาให้ฟังออกจำหน่ายผ่านระบบขายตรงทางไปรษณีย์ใช้ชื่ออัลบั้มว่า รูทส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ค.ศ. 1975 ทำให้แคปปิตอลต้องรีบนำอัลบั้ม ร็อกแอนด์โรลวางจำหน่ายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ค.ศ. 1975 เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด แถมยังต้องลดราคาลงจากปกติเสียด้วย และพยายามใช้ข้อกฎหมายดึงอัลบั้ม รูทส์ ออกจากตลาด

มอร์ริส เลวีฟ้องบริษัทแอปเปิ้ลและแคปปิตอลเรียกค่าเสียหายในมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเขาหยิบสัญญาระหว่างแอ็ปเปิ้ลและอีเอ็มไอซึ่งมีข้อยกเว้นว่า ไม่รวมการจำหน่ายผ่านไปรษณีย์โดยตรงมาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ บวกกับสัญญาที่จอห์น เลนนอนทำกับเขาว่าอัลบั้ม “ถัดไป” จะต้องมีเพลงในลิขสิทธิ์ของบิ๊กเซเว่น 3 เพลง ซึ่งใน วอลส์แอนด์บริดจส์ นั้นไม่มีเลยสักเพลง หมายถึงทางเลนน่อนเป็นฝ่ายละเมิดสัญญา และในอัลบั้ม ร็อกแอนด์โรล ที่ออกกับแคปปิตอลมีเพลงในลิขสิทธิ์ของบิ๊กเซเว่นเพียงแค่สองเพลง คือ “ยูแคนท์แคทช์มี” กับ “ยาย่า” ส่วนเพลง “แองเจิลเบบี” โดนตัดออกไป ทำให้อัลบั้มนี้ก็มีเพลงไม่ครบตามสัญญา

ส่วนทางฝ่ายแคปปิตอลต่อสู้กลับในเรื่องการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงจากการนำงานที่ยังไม่สำเร็จในขั้นตอนสุดท้ายไปขาย และทำให้ขายงานของจอห์น เลนนอนได้น้อยลง) แต่ความเป็นจริงคือยอดจำหน่าย ร็อกแอนด์โรล เทียบกับ วอลส์แอนด์บริดจส์ ห่างกันราวแสนแผ่นเท่านั้น (ในปีค.ศ. ๑๙๗๕ ขณะพิจารณาคดี) แสดงว่าอัลบั้มรูทส์มีผลกระทบต่อยอดจำหน่ายไม่มากนัก และถ้านำเอาไปเทียบกับงานของเลนนอนในอดีตอย่าง ทูเวอร์จิน หรือ อันฟินิชด์มิวสิค ซึ่งทำยอดจำหน่ายไม่ถึงแสนแผ่น หรือ ซัมไทม์อินนิวยอร์คซิดี้ กับ มายด์เกมส์ เองก็ทำยอดจำหน่ายได้น้อยกว่าวอลส์แอนด์บริดจส์เกือบครึ่งอยู่แล้ว…

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.