TNT: My Religion


อัลบั้มนี้ออกเมื่อปีค.ศ. 2004 ผ่านไปสิบปีก็ยังมองว่านี่คืองานที่ดีที่สุดของพวกเขา

ต้องบอกเล่าเท้าความเล็กน้อยสำหรับคนไม่คุ้นเคยกับวงทีเอ็นที วงนี้เป็นวงจากนอร์เวย์ออกอัลบั้มมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 80 อัลบั้มแรกร้องเป็นภาษานอร์เวย์ เลยไม่ค่อยประสบความสำเร็จนอกประเทศเท่าไหร่ แต่พอมาอัลบั้มที่ 2 ได้โทนี ฮาร์เนลล์มาเป็นนักร้องความสำเร็จก็ไหลมาท่วมท้น

Knights of the New Thunder กับ Tell No Tales เป็นอัลบั้มคลาสสิกของวงการเฮฟวีเมทัล ด้วย ท่อนริฟฟ ท่อนโซโลมหาประลัยของ รอนนี เล เทโคร จับคู่กับ โทนี ฮาร์เนลล์ที่มีช่วงเสียงกว้างมาก โหนเสียงได้สูง มีทุกอย่างที่นักร้องนำวงเมทัลควรจะมี ทั้งคู่เป็นจุดเด่นที่วงอื่นเทียบได้ยาก ในนอร์เวย์บ้านเกิดพวกเขาขายอัลบั้มได้มากกว่าวงเฮฟวีเมทัลที่กำลังดังระดับโลกตอนนั้นเสียด้วยซ้ำ

แต่หลังจากนั้นดนตรีก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป กลายเป็นทดลองบุกเบิกแนวทางสรรพเสียงใหม่ อาจจะด้วยวัยวุฒิหรือมุมมองดนตรีเปลี่ยนก็แล้วแต่จะว่ากัน หลังจาก Realize Fantasies ออกมามีแต่งานที่น่าผิดหวัง จนกระทั่งปี 2004 พวกเขาออกอัลบั้ม My Religion ถึงได้กลับมาทำดนตรีแบบยุคแรกอีก

ความรู้สึกแรกที่จำได้คือพวกเขาพยายามเอางานของตัวเองมาทำซ้ำโดยใส่ความร่วมสมัยลงไป) เพราะยังไงพวกเขาก็ไม่คิดจะกลับไปทำซ้ำแบบเดิมทุกกระเบียดนิ้ว) พวกเขากลับไปหาสำเนียงแบบ Tell No Tales และ Intuition (ซึ่งชุดนี้ออกทางฮาร์ดร็อกมากกว่าเมทัล พวกเขาหาจุดสมดุลระหว่างการทำงานดนตรีแบบเก่า (ที่คนแก่ประทับใจ 😉 จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขากลับมาพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นการทำดนตรีแบบเมโลดิกยูโรเมทัลอันรื่นหู ฮาร์เนลล์ยังลากเสียงร้องอันโหนสูงได้  มีท่อนคอรัสติดหู เสียงกีตาร์ของเล เทโครทั้งท่อนริฟฟ์ และการโซโลยังมีการเล่นรัวกระตุก ๆ ที่เขาเคยใช้บ่อยมากในช่วงแรก มาในงานชุดนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ว่าหายไป  แต่ก็ถือว่าเป็นวงทีเอ็นทีไม่เหมือนสมัยที่เขาไปทำวงเวกาบอนด์

เสียงร้องของฮาร์เนลล์ ไม่ได้เน้นที่ช่วงเสียงกว้างอย่างสมัยแรก อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงในช่วงสามหรือสี่อัลบั้มก่อนหน้าอัลบั้มนี้ทำให้เขาหันไปใช้เสียงต่ำมากขึ้น ดังนั้นในแง่นักร้องนำ เขากลายเป็นนักร้องนำที่ครบเครื่อง รู้จักใช้เสียงให้เข้ากับเพลงมากกว่าสมัยแรกที่เน้นที่เสียงสูง

ท่อนริฟฟ์กลับมาหนักเหมือนเดิม เช่น “She Needs Me” ท่อนริฟฟ์หนักและหม่นมืดอย่างที่ไม่ได้ยินจากพวกเขามานานพอสมควร พอเข้าท่อนคอรัสกลับมาด้วยท่วงทำนองติดหู บวกกับเสียงร้องโหนสูง ส่วนริธึมเซ็คชันออกหนักหน่วงมืดหม่น เพลงอื่นเช่น “Everybody’s Got A Secret”, “Lonely Nights” และ “Give Me A Sign” เป็นดนตรีฮาร์ดร็อกรุ่นเก่าสมัย 80 ถึงแม้ว่าจะมีการปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยบ้างประปราย แต่ในรายละเอียดหลักแล้วต้องบอกว่านี่เป็นการคืนสู่สังเวียนอันเยี่ยมยอดของทีเอ็นทีเลยทีเดียว  ยิ่งเพลงบันลาดอันเป็นของขายขึ้นหน้าขึ้นตาในงานชุดนี้ก็มี “Perfectly” ที่ทำออกมาได้อย่างสวยงาม ใครอยากรู้ว่าเพลงบัลลาดอันงดงามอ่อนหวานปานหัวใจจะละลายเป็นอย่างไรก็ต้องลองฟังเพลงนี้กับ “Song 4 Dianne” ออกแนวเคลติกโฟล์ค งดงามด้วยน้ำเสียงของฮาร์เนลล์และการเรียบเรียงดนตรีอันละเมียดอารมณ์

ยกให้เป็นงานที่ดีมากของวงร่วมกับ Knights of the New Thunder กับ Tell No Tales

เพียงแต่ว่าอัลบั้มนี้ไม่ประสบความสำเร็จทางยอดจำหน่ายเท่ากับสองอัลบั้มที่ว่านั้น…เพราะปี 2004 คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับวงแกล็มเมทัล เฮฟวีเมทัล

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.