Artist and Band Profiles,Glamorous Days

Matthew Trippe


แมตธิว ทริปป์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2014

เชื่อว่าแฟนเพลงมอทลีครูน่าจะเคยได้ยินชื่อ แมทธิว ทริปป์ มาบ้าง ถ้าจำไม่ได้หรือไม่รู้จักขอแนะนำสั้น ๆ ว่านิตยสารเคอแรงค์! ฉบับวันที่ 12 มีนาคม 1988 เคยลงเรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าตัวเองเคยเป็นสมาชิกวงมอทลีครูในฐานะนิกกี ซิกซซ์ช่วงปี ค.ศ. 1983 – 1984

ชายคนนั้นคือแมทธิว ทริปป์ มือเบสวงซิกซซ์แพ็คค์

แมตธิว ทริปป์ในหน้านิตยสาร
แมตธิว ทริปป์ในหน้านิตยสาร

แมทธิวฟ้องศาลฟลอริดาเรียกค่าเสียหายจาก ด็อก แม็กกี เมื่อปีค.ศ. 1988 อ้างว่าเขาเป็นคนเขียนเพลงดังของมอทลีครูหลายเพลง และเป็น “นิกกี ซิกซซ์” อยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ฟ้องมอทลีครู มาฟ้องด็อกซึ่งเป็นผู้จัดการวงทำไม เรื่องนี้นับเป็นหนึ่งในเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับนิกกี ซิกซซ์และวงมอทลีครู

ซิกซซ์แพคค์

โรเจอร์ เฮมอนด์ เด็กอายุ 18 ปี (ณ เดือนเมษายน ค.ศ. 1987) เดินทางจากบ้านเกิดในมิชิแกนไปแทมปา รัฐฟลอริดาเพื่อไขว่คว้าตามหาฝันเป็นร็อกสตาร์ เขาเช่าห้องที่แอบบีอพาร์ทเมนท์ ถนนบุสช์บูลิวาร์ดเป็นที่พำนักอาศัยและได้ยินคำร่ำลือจากเพื่อนร่วมอพาร์ทเมนท์ว่านิกกี ซิกซซ์เคยอาศัยอยู่ที่นี่ หรืออย่างน้อยก็เป็นชายคนหนึ่งที่อ้างว่าตัวเองเคยเป็นนิกกี ซิกซซ์เมื่อนิกกีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเขียนเพลงให้วงมอทลีครูไว้หลายเพลงและกำลังหาทางฟ้องร้องเรียกค่าลิขสิทธิ์อยู่ หลังจากได้ยินข่าวลือ โรเจอร์พยายามหาตัวชาคนนั้น จนกระทั่งรู้ว่าเขาเป็นใครอยู่ที่ไหน และลองไปตามหาตามที่อยู่ที่ได้มา แต่ไม่เจอใคร

ไม่นานหลังจากนั้น คาร์ล ฟิชเชอร์ ก็มาที่แอบบีอพาร์ทเมนท์ ถามหานิกกี ซิกซซ์ มีบางคนบอกเขาว่าโรเจอร์รู้ว่าจะไปหาที่ไหน เขามีรูปนิกกี ซิกซซ์ในชุดลายขาวดำพร้อมแว่นตาอันโตโดดเด่นบนเวที คาร์ลมีคู่หูทางธุรกิจชื่อเวนย์ สปิลเลอร์ ทำงานด้านไนต์คลับและบริหารนักมวยปล้ำ ทั้งคู่ได้ยินเรื่องของแมทธิวที่อ้างว่าเป็นนิกกี ซิกซซ์ และคิดว่าจะสร้างตัวตนของแมทธิวให้ได้

คาร์ลถามโรเจอร์ว่ารู้จักแมทธิวหรือไม่ ทั้งคู่ไปตามหาแมทธิวถึงบ้าน แต่ไม่พบ ทิ้งจดหมายเอาไว้ ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น แมทธิวก็มาหาโรเจอร์ถึงแอบบีอพาร์ทเมนท์ ตอนนั้นเขายังชีพด้วยการทำงานในร้านแซนวิส เพิ่งมีลูกเล็กหนึ่งคน เมื่อคาร์ลและโรเจอร์ ได้พบกับแมทธิวต่างลงความเห็นว่าแมทธิวมีความคล้ายคลึงกับนิกกี ซิกซ์มาก หรืออย่างน้อย ถ้านิกกีปล่อยตัวให้อ้วนฉุหน่อย ผมสั้นหน่อย จะเป็นอย่างที่เขาเห็นในตอนนั้นแน่นอน

“เขาเข้ามามาบ้านผมไม่กี่วินาทีก็ไปหยิบเบียร์จากตู้เย็นโดยไม่ขออนุญาตสักคำ นั่งเอาขาพาดโต๊ะอาหารสบายใจ” โรเจอร์บอก และเขาคิดว่าเรื่องที่แมทธิวบอกว่าเคยเป็นนิกกีน่าจะเป็นจริง “ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาพูดมันจริงหรือโกหก แต่ผมเห็นเอกสารที่รับรองจากทางการว่าสมาชิกของวงมอทลีครูมีชื่อจริง มีเลขประกันสังคมอะไรบ้าง ยกเว้นนิกกี ซิกซซ์ที่ไม่มีชื่อจริง มีแต่เลขประกันสังคม ซึ่งสาบานได้เลยว่าเลขประกันสังคมตรงกับของแมทธิว จอห์น ทริปป์  (หมายเหตุ ที่นิกกีไม่มีชื่อจริง เพราะเขาเปลี่ยนชื่อทางกฎหมายเป็นนิกกี ซิกซซ์ตั้งแต่อยู่วงลอนดอนแล้ว)  นอกจากนี้โรเจอร์ยังบอกว่า “เขามีรอยสักแบบเดียวกับที่นิกกีช่วงเธียเตอร์ออฟเพนมี ซึ่งมันไม่ใช่รอยสักราคาถูก ตอนนั้นเขามีภรรยา ลูกน้อย และไม่มีเงิน ผมคิดไม่ออกว่าเขาจะหาเงินมาจ่ายค่าสักแบบนั้นได้อย่างไร”

mt_ns_march_2015_6

คาลมอบหมายเจอรี อ็อกเลสบีเป็นผู้จัดการส่วนตัวของแมทธิว และเมื่อเจอรีเห็นว่าโรเจอร์เล่นอยู่กับวงเซอคอร์ ซึ่งขณะนั้นกำลังขาดมือเบสพอดี เขาเลยคิดว่านำแมทธิวไปเข้าวงแล้วเปลี่ยนวงให้เป็นวงของแมทธิวเลยจะง่ายกว่าหาคนมาร่วมวงกับแมทธิวทีละคน  แมทธิวเอาเทปเพลง “แบล็ค วิโดว์” ซึ่งอ้างว่าเขียนให้วงมอทลีครูให้สมาชิกวงฟัง  ไม่กี่วันวงเซอคอร์เปลี่ยนชื่อวงเป็นซิกซ์แพ็คค์ (Sixx Pakk) เพราะเรื่องราวของแมทธิวกลายเป็นจุดสนใจของวง สมาชิกคนอื่นนอกจากโรเจอร์ก็มีนักร้องนำชื่อจิม เอช ซึ่งเลียนแบบเดวิด ลี ร็อธแทบทุกอิริยาบถ และมือกลอง โจ ดี

ซิกซซ์แพ็คค์ทำเดโมออกมาสามเพลงที่มอริสซาวนด์สตูดิโอส์ในแทมป้า สตูดิโอแห่งนี้เป็นที่รู้จักของร็อกสตาร์หลายรายรวมทั้งเควิน ดูโบรว์ ซึ่งขณะนั้นกำลังทำงานกับวงจูเลียทอยู่ที่มอริสซาวนด์พอดี เขาแสดงความเห็นว่า… ถ้าแมทธิวเป็นนิกกี ซิกซซ์ เขาก็เป็นลิตา ฟอร์ดในวงเดอะรันอะเวย์

แต่โรเจอร์เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เมื่อเริ่มเขียนเพลงด้วยกัน กลายเป็นว่าเขาเขียนเพลงสองจากสามเพลง ขณะที่จิม เอช เขียนอีกเพลงพร้อมเนื้อเพลงทังหมด แต่โดนเจอรีขอร้องว่าให้บอกว่าเป็นงานของแมทธิว แถมเขาต้องสอนแมทธิวเล่นเพลงของมอทลีครูหลายเพลงที่แมทธิวอ้างว่า “ลืม” ไปแล้ว ไม่รู้เล่นยังไง แมทธิวเขียนริฟฟ์สองหรือสามท่อน “ถ้าเขาเคยเขียนเพลงให้มอทลีครูได้จริงอย่างที่คุย ขาก็ทำไม่ได้อีกแล้ว เขาสนใจดื่มเหล้ามากกว่า” โรเจอร์บอก “หลายสิ่งไม่มีอะไรคืบหน้า เขาสวมเสื้อจากร้านมือสองราคาถูก พวกกางเกงแบบนักกอล์ฟโพลีเอสเตอร์ลายเชียวสลับขาว เสื้อเชิร์ตสีเลือดหมู ดูไม่เป็นร็อกสตาร์ แถมยังไปสนิทสนมกับไมเคิล อคีโน ผู้นำเทมเปิลออฟเซธอยู่บ่อย ๆ” (ไมเคิล อคีโนเคยเป็นผู้ช่วยของแอนตัน ลาวีย์แห่งเชิร์ชออฟซาตานในลอสแอนเจลิส)

ซิกซ์แพ็คทำท่าจะไปได้สวย คาลอ้างว่าได้รับการติดต่อให้ออกทัวร์ร่วมกับวงคริมสันกลอรี บริษัทโรดรันเนอร์กับเมทัลเบลดสนใจเซ็นสัญญากับวง

แต่แมทธิวกลับทำลายโอกาสเหล่านั้นด้วตัวเอง

เล่าว่าขณะที่ที่พวกเขากำลังทดสอบฝีมือเพื่อเซ็นสัญญา แมทธิว เขาเกิดโมโหเลยปาเบสแฮเมอร์ราคา 800 ดอลลาร์ลงพื้นอาละวาด ต่อมาโรเจอร์พบว่าอุปกรณ์พีเอหายไป สืบได้ความว่าแมทธิวเอาไปขายเอาเงินไปซื้อผ้าอ้อมกับเบียร์ เรื่องเหล่านี้ทำให้โรเจอร์เอือมระอา

คาร์ล ฟิลเชอร์กับเวนย์ สปิลเลอร์ ผู้สนับสนุนหลักเริ่มถอยห่างเมื่อตระหนักว่าแมทธิวมีแค่ราคาคุย แต่ทำอะไรไม่ได้ โรเจอร์ จิม และโจ ตีตัวออกห่างไปตั้งวงไบลด์ไซฮ์ท และแมทธิวก็ไม่เคยเหยียบเข้าวงการได้อีกเลย

“ผมคิดว่าคาร์ลอดทนกับพวกเขามาก เพราะเราต่างงี่เงา “โรเจอร์เล่า “แต่เรายังเด็กอยู่เลยตอนนั้น แล้ว แมท..ถ้าเขาไม่มีพฤติกรรมสุดโต่งกู่ไม่กลับแบบนั้น เราคงได้ออกอัลบั้มและออกทัวร์กัน”

เรื่องเล่าของแมทธิว

แมทธิวโดยสารรถบัสเกรย์ฮาวนด์มาลอสแอนเจลิสช่วงฤดูร้อนปี 1982 เด็กหนุ่มอายุ 19 ใฝ่ฝันเป็นร็อกสตาร์ เขาและน้องสาวต้องไปอยู่กับพ่อแม่อุปถัมป์ และมักรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างหายไป เขาซื้อหนังสือเกี่ยวกับลัทธินอกรีต และต่อสู้ขัดแย้งกับพ่อแม่บุญธรรมอย่างหนักเพราะอยากรู้ว่าพ่อแม่แท้จริงเป็นใคร เขาหัดเล่นกีตาร์และยึดจีน ซิมมอนส์ มือเบสลิ้นยาวแห่งวงคีสเป็นต้นแบบ เขาโดนไล่ออกจากโรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพง แต่พอมาอยู่โรงเรียนรัฐก็มีปัญหากับเพื่อนร่วมโรงเรียน ก่อนจะมาลอสแอนเจลิสเขาก็เคยหนีออกจากบ้านมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อมาถึงลอสแอนเจลิสเขาซื้อรถยนต์ราคาถูกเป็นพาหนะและที่หลับนอน ใช้เวลาตระเวนตามคลับดังย่านซันเซตสตริป ซึ่งเขาอ้างว่าได้พบมิก มาร์ส ช่วงต้นปี 1983 และมิกบอกว่าเขากับวงเพิ่งได้เซ็นสัญญากับอิเล็กตราเร็คคอร์ด ตอนนั้นแมทธิวไม่รู้จักวงมอทลีครู เพราะเขาเพิ่งมาถึงลอสแอนเจลิส และมอทลีครูดังเฉพาะในถิ่นลอสแอนเจลิส มิกคุยกับเขาแล้วบอกว่ามือเบสประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเล่นเบสไม่ได้ และถามเขาว่าแม็ทธิวเล่นเบสเป็นหรือไม่

มิกพาเขาไปทดสอบฝีมือต่อหน้าผู้จัดการวง ด็อก แม็คกี เขาเล่นสี่หรือห้าเพลง ด็อกออกมาและนำสัญญาให้เขาเซ็น แต่เมื่อเขาจะเซ็นว่าแมทธิว ทริปป์ ด็อกบอกว่าให้เซ็นว่านิกกี ซิกซซ์

mt_ns_march_2015_5

จากนั้นแมทธิวก็ไปอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เดียวกับทอมมี ลี เขาใช้ชีวิตร่วมกับวงและเขียนเพลงสำหรับทำอัลบั้ม เชาท์แอทเดอะเดวิล เขาอ้างว่าเขาเขียนเพลง “แดนเจอร์” กับ “น็อกแอมเด็ด, คิด” พอมอทลีครูใช้ดาวห้าแฉกประดับเวที (และหน้าปกอัลบั้ม เชาท์แอทเดอะเดวิล) เขาก็เป็นคนแก้ไขให้มันถูกต้อง เขาเป็นคนตั้งชื่ออัลบั้ม และร่วมถ่ายทำวิดีโอ “ลุคส์ แดท คิล”

อัลบั้มวางจำหน่ายเดือนกันยายน 1983 ถึงจะได้รับเสียงวิจารณ์ทางลบ แต่อัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 17 ตารางเพลงฮิตบิลบอร์ด ออกทัวร่วมกับคิส แมทธิวได้พบกับจีน ซิมมอนส์ ขวัญใจของเขา และเมื่อเขากลับบ้านช่วงคริสมาสต์ เขาก็บอกทางบ้านด้วยความภูมิใจว่าเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงหน้าใหม่ที่ยิ่งใหญ่วงหนึ่งในอเมริกา คบหากับสาวชื่อเชอรี คลุกคลีกับคนแปลกหน้าสองสามคน

กลับมาออกทัวร์กับออสซี ออสบอร์นพอวันที่ 1 เมษายน 1984 ริช ฟิชเชอร์ ผู้จัดการทัวร์ของวงก็มาอกเขาว่าให้เขาออกจากวงเพราะนิกกีตัวจริงกลับมาแล้ว ตอนแรกเขาไม่เชื่อ เพราะคิดว่าเป็นมุขอำกันวันเอพริลฟูล’สเดยส์ ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ต้องตระหนักว่าเวลาในวงมอทลีครูหมดแล้ว

เมื่อเขากลับมาอยู่ที่บ้านแม่ของเขา (หลังจากที่เขาอ้างว่าโดนไล่ออกจากวงมอทลีครู) เขามาคลุกคลีกับแชอรีและกลุ่มเพื่อนนักโบกรถอีก ชื่อ เจฟฟ์กับคริส บ่ายวันหนึ่งพวกเขาเฮฮาสังสรรค์กันแต่เบียร์หมด เลยไปขโมยของเล็ก ๆ น้อย ๆ และเริ่มหนักข้อขึ้น จากนั้นแมทและเชอรีไปอยู่ในแคมป์ล่าสัตว์ เจฟฟ์และคริสตามมาในไม่กี่วันต่อมา จากนั้นก็มีคนมากหน้าหลายตา เชอรีเริ่มเบื่อ

ตอนนั้นเริ่มมีเรื่องเล่าลือว่านิกกี ซิกซซ์จากมอทลีครูอยู่ในเมือง สองสามวันต่อมาตำรวจมับเขา เขาติดต่อวงมอทลีครูแต่ตอนนั้นวงออกทัวร์ยุโรป เขาโทรหาด็อกเพื่อขอให้หาทนายแต่ไม่มีใครมา  ระหว่างที่แม็ทธิวมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาล วินซ์ นีล ก็โดนข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ให้ผู้อื่น (แรซเซิล มือกลองฮานอยร็อก) ถึงแก่ความตายและทำให้ลิซา โฮแกนและแดเดนียล สมิทธส์ บาดเจ็บ วินซ์นีลโดนจำคุก 30 วันและติดฑัณฑ์บน 5 ปี

แมทธิวโดนลงโทษให้โดนจองจำในบ้านตัวเอง 2 ปีสำหรับข้อหาลักขโมย พอพ้นคดีเขาก็โดนจับและส่งไปฟลอริดาสำหรับข้อหาอื่น

มอทลีครูออกอัลบั้มเธียเตอร์ออฟเพน และมีบางเพลงที่แมทธิวเป็นคนเขียน อย่างเช่น “เซฟ อาวร์ โซลส์” เขาติดต่อด็อกและได้รับคำตอบว่าเงินค่าลิขสิทธ์จะตามมาในไม่ช้า เขาเริ่มเล่าเรื่องของเขาให้คนอื่น ๆ ฟัง และจบด้วยการต้องเข้าบำบัดที่สถานบำบัดในเวสต์ปาล์มบีช ซึ่งเขาตัดผม และโดนยึดภาพ เนื้อร้องที่เขียนและนิตยสารต่าง ๆ

เขารับการบำบัดและเข้าร่วมเทมเปิลออฟเซ็ท โบถส์ซาตานโดยอดีตนายทหาร ไมเคิล อคีโน ซึ่งแนะนำให้เขาหยุดพูด ไว้ผมยาว ลดน้ำหนัก และหาทนายความที่จะช่วยเขาได้ ช่วงนั้นเขาได้รับการติดต่อจากโรเจอร์และคาลพอดี

เจอรี ออกเลสบีพยายามช่วยหาหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างของแมทธิว และไม่นานนัก จดหมายฉบับหนึ่งก็ถึงมือเจฟฟ์ บาร์ตัน บรรณาธิการเคอร์แรงค์! บอกเล่าเรื่องราวของแมทธิวพร้อมภาพถ่ายและนิตยสารดนตรีเก่า ๆ ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและแตกต่างของนิกกี ซิกซซ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่ง ณ เวลานั้น ถึงแม้เจฟฟ์จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา แต่เรื่องราวดูมีเค้าความจริงอยู่บ้าง และในปีนั้น (1988) ทุกสิ่งยังไม่รวดเร็วสะดวกสบายอย่างทุกวันนี้ การหาข่าวยังต้องใช้โทรศัพท์ แฟกซ์การหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบข้อมูลยังต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีการตกแต่งภาพเท่าไหร่ เคอแรงค์! จึงลงเรื่องราว โดยไม่บอกว่าเป็นเรื่องจริง

เคอแรงค์! พิมพ์เรื่องราวของเขาฉบับวันที่ 12 มีนาคม 1988 เพื่อสัมภาษณ์และลงเรื่องที่เขาฟ้องด็อก แม็กกี โดยอ้างว่าเขาอยู่ในวงช่วงฤดูใบไม้ผลิ 1983 จนถึงเมษายน 1984

ข้อเท็จจริง

ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับวงมอทลีครูยืนยันว่าเป็นเรื่องไม่จริง บางทีแมทธิวอาจจะเล่าเรื่องนี้มานานมาก บวกกับฤทธิยาที่เขาใช้ และการเข้ารับการบำบัดต่อเนื่องยาวนานทำให้เขาเชื่ออย่างจริงใจว่าสิ่งที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริง

เทียบรูปลักษณ์อาจจะคล้ายกันมาก แต่แมทธิวเตี้ยและอ้วนกว่า

อัลบั้มเชาท์แอทเดอะเดวิลทำช่วงปีค.ศ. 1982 จริง แต่ ด็อก แมกกี กับดั้ก เธเลอร์ ยังไม่ได้เป็นผู้จัดการวงจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 1983 ดังนั้นแมทธิวจึงไม่น่าจะเซ็นสัญญาที่สำนักงานของด็อก แม็กกีอย่างที่แมทธิวอ้าง

นิกกี ซิกซซ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จริง แต่เกิดเมื่อเดือนมิถุนายนค.ศ. 1983 หลังจากทัวร์จากคีส ส่วนทัวร์กับออสซี ออสบอร์นเริ่มต้นปี 1984 ซึ่งมีนักข่าวและช่างภาพตามติดทัวร์มากมาย

นิกกี ซิกซซ์มีความสัมพันธ์กับลิตา ฟอร์ด ช่วงปี 1982 – 1983 แต่แมทธิวไม่เคยเอ่ยถึงลิตาเลย

แต่แมทธิวพูดหลายอย่างที่ทำให้คนฟังสงสัยว่า ถ้าเขาไม่ได้มีส่วนร่วม เขารู้ได้อย่างไร เช่นวินซ์ นีลต่อยทหารเรือหญิงคนหนึ่งหน้าคลับทับบาดัวร์ เขาเล่าเรื่องนี้ก่อนเรื่องจะออกสู่สาธารณะชน เขาบอกไอศกรีมรสชาติโปรดของมิก มาร์สได้ถูกต้อง บอกชื่อผู้กำกับวิดีโอที่ทำงานในช่วงนั้น มีภาพถ่ายและรอยสักราคาแพงบนตัว

บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่เคยอยู่กับมอทลีครู (ในฐานะเด็กยกของ หรือทำงานในคลับดังอย่างทับบาดัวร์เลยคลุกคลีกับทางวง

หรือ ฯลฯ

ปีค.ศ. 2010 แมทธิวเปิดกิจการซ่อมนาฬิกา ใช้เวลาว่าทำอาหาร แต่ปีค.ศ. 2014 เขาต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคตับ และเสียชีวิตวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2014

ทุกวันนี้ โรเจอร์ เฮมอนด์ จิม เอช โจ ดี ยังเล่นดนตรีด้วยกันในชื่อวง โธวน์อะไลฟ์ คาร์ล ฟิชเชอร์ ที่ดึงเขามาทำวงซิกซ์แพ็คค์เสียชีวิตหลังแมทธิวไม่นาน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s