Guns N’ Roses: One in a Million


ความเท่าเทียมที่ไม่เคยมีในสังคมอเมริกาโดนตอกย้ำอีกครั้งกับกรณีของไมเคิล บราวน์ หรืออิริค การ์เนอร์ (สำหรับผู้ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน โปรดอ่าน https://medium.com/happy-hypocrite/i-cannot-breathe-c73a29a2321e ประกอบ)

นึกถึงเพลง “หนึ่งในล้าน” จากอัลบั้ม Lies, Lies Lies ของ Guns N’ Roses เพลงนี้สร้างข้อถกเถียงมากมายในเรื่องการแบ่งแยก ทั้ง คนต่างชาติ พวกรักร่วมเพศ และคนผิวดำ

Duff McKagan กล่าวถึงเพลงนี้ในช่วงปลายปี 2010 ว่า

“ผมกับภรรยาไปรับประทานอาหารกลางวันที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในเวเน็ตชี สักเดือนนึงมาแล้ว และมีคนอายุ 20 ปลาย ๆ จำผมได้ว่าเป็นสมาชิกวง Guns N’ Roses เขาหยุดพูดกับเรา เขาดูตื่นเต้นที่ได้พูดคุยว่าเขาฟังอะไรอยู่ คอนเสิร์ตที่เขาได้ไปดูช่วงฤดูร้อน มันดูดีและบริสุทธิใจมาก

จนกระทั่งเขาเริ่มบอกเราว่าแฟนสาวของเขาเพิ่งเข้าสู่โลกของร็อกแอนด์โรล ก่อนหน้านั้นเธอชอบฮิปฮ็อป แฟนเก่าเธอเป็นเม็กซิกัน แต่ตอนนี้เธอเข้าถึงดนตรีร็อกเพราะว่า -ผิวขาวคือสิ่งที่ถูกต้อง- ผมกับภรรยาได้แต่นิ่งเงียบไร้คำพูดใดใด ผมได้แต่คิดว่าคงเป็นเพราะเพลง One in a Million ของ GNR ซึ่งมีคำบางคำเกี่ยวกับการเหยียดผิว เพลงนั้นมันมีความหมายของมัน ในมุมมองของผม มันเกี่ยวกับคนหนึ่งในสังคมอเมริกันที่กำลังเละเทะไปหมดในยุค 80 ผมไม่เคยใช้คำพวกนั้น แต่ Axl กำลังใจกล้าบ้าบิ่นมากในตอนนั้น

ผมคิดว่าตอนปลายทศวรรษ 80 ถึงต้นทศวรรษ 90 GN’R กำลังมองไปที่สิ่งแย่ ๆ รอบตัว รวมทั้งเรื่องเหยียดผิว ผมจำได้ว่าได้ยินเรื่อง KKK หรือว่ากลุ่มที่แตกมาจากพวกนั้นใช้เพลงนี้เป็นเพลงปลุกระดม ศิลปะะมักโดนเข้าใจผิดอยู่ตลอดเวลา แต่ลองจินตนาการถึงการเข้าใจผิดแบบนี้ใหม่ -ผม น้อยชายคนเล็กของพี่สาวที่มีสามีเป็นคนผิวดำ หรือสแลขที่ต้องผ่านอะไรกับเรื่องแบบนี้”

Slash มือกีตาร์ที่มีมารดาเป็นคนผิวดำ เขาบอกว่า “ผมไม่รู้สึกเสียใจที่ทำเพลง One in a Million ผมเสียใจที่เราต้องผ่านอะไรมาเพราะมัน และวิธีที่คนมองมาที่ความรู้สึกส่วนตัวของเรา”

สำหรับ Axl เขาออกตัวไว้ในเพลงแล้วว่า อย่ามาตำหนิอะไรเขา เขามันแค่ “เด็กผิวขาวจากเมืองเล็ก ๆ คนหนึ่งแค่นั้นเอง”

Guess I needed some time to get away
I needed some piece of mind
Some piece of mind that'll stay
So I thumbed it down to Sixth and L.A.
Maybe a Greyhound could be my way

ท่อนแรก Axl เล่าว่าเขานั่งรถเกรย์ฮาวนด์ (เทียบเคียงได้กับรถบขส. ประเทศไทย) จากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาสิ่งใหม่ในแอลเอ

“เพลง One in a Million มันเกี่ยวกับ…ผมเดินทางไปมาระหว่าง อินเดียนา-ลอสแอนเจลิส ถึง 8 ครั้งในปีแรกที่มา ผมเขียนถึงความรู้สึกเมื่อลงที่สถานีรถบัสแล้วทุกสิ่งก็ดูวุ่นวายไปหมด ผมไม่เคยอยู่ในเมื่องใหญ่แบบนี้มาก่อน แล้วก็โชคดีเป็นบ้าที่มีคนผิวดำคนหนึ่งช่วยแนะนำเส้นทางให้ผมไปที่สถานีขนส่งแล้วก็พาผมไปหาว่าต้องขึ้นรถบัสคันไหน เพราะตอนนั้นไม่มีใครให้คำตอบที่กระจ่างกับผมเลย แล้วเขาก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์แอบแฝงอะไร เหมือนกับ ‘อ้าว นี่มันเด็กใหม่เพิ่งเข้าเมือง เหมือนว่ากำลังจะมีปัญหาช่วยให้มันหาทางไปหน่อยดีกว่า’

เชื่อมั้ย คนแถวนั้นมักจะเดินตามผม พยายามขายกัญชาหรือว่าอะไรเทือกนั้น ในเมืองลอสแอนเจลิสมักจะมีกัญชาปลอมมาหลอกขายเสมอ หรือไม่ก็ขายยาที่แรงถึงตายให้คุณ มันช่างเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เพลงนี้เกี่ยวกับเขา แต่เขาเป็นคนที่บอกได้เลยว่ามีแค่ 1 ในล้าน ตอนที่ผมนั่งข้างถนนหลังจากเดินวนอยู่ราวสามชั่วโมง ตำรวจบอกให้ผมออกจากถนน พวกตำรวจเจอพวกเกเรเกะกะเยอะแยะ และมักคิดว่าคนไว้ผมยาวมักจะก่อเรื่อง ส่วนคนผิวดำก็พยายามขายเครื่องประดับหรือไม่ก็ยา ผมถึงเขียนว่า ‘Police and niggers, get out of my way’ ตำรวจและพวกนิโกรไปห่าง ๆ ฉันเลย – ผมเคยเห็นคนผิวดำตัวใหญ่ใช้มีดโบวี่แทงคนเพียงเพื่อแย่งบูมบ็อกซ์ (วิทยุเทป) มันน่าเกลียดมาก”

Police and Niggers, that's right
Get out of my way
Don't need to buy none of your
Gold chains today
I don't need no bracelets
Clamped in front of my back
Just need my ticket; 'til then
Won't you cut me some slack?

ท่อนต่อมา เขาแสดงความไม่พอใจตำรวจและคนผิวดำ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ต้องการซื้อของพวกแก

“ผมใช้คำว่าตำรวจกับนิโกร เพราะว่าตอนนี้มีคนไม่ให้ใช้คำว่านิโกร (เพราะคำนี้ส่อเหยียดผิว) ทำไมคนผิวดำถึงเรียกคนอื่นว่านิโกรได้ แต่พอคนผิวขาวใช้คำนี้กลับกลายเป็นเรื่องหยาบคายที่ต้องเลี่ยง? ผมไม่ชอบให้มีข้อจำกัดไม่ว่าเรื่องใด ผมไม่อยากให้ใครมาบอกว่าผมทำอะไรได้ หรือว่าผมพูดอะไรไม่ได้ ผมใช้คำว่านิโกรเพราะว่ามันเป็นคำที่ใช้บรรยายลักษณะคนที่สร้างความเจ็บปวดให้ชีวิตของคุณ นี่คือปัญหา คำว่านิโกรไม่ได้หมายความถึงการเหยียดคนดำ จอห์น เลนนอนยังมีเพลง Woman Is the Nigger of the World ยังมีวงแร็ป N.W.A. ที่ใช้ Niggers with Attitude นั่นหมายความว่าพวกเขาภูมิใจกับคำนั้น และสร้างพลังให้คำนั้น”

“Bob Goldthwait บอกว่าเหตุผลเดียวที่เราเขียนเนื้อร้องแบบนี้ลงอัลบั้มเพราะรู้ว่าจะทำให้เกิดการโต้เถียงพูดถึงแล้วเราจะขายอัลบั้มได้เป็นล้านชุด ไอ้เหี้ย ทำไมต้องเหน็บแนมถากถางเรา? เราไม่ทำอะไรเพื่อให้เกิดการโต้เถียงเพื่อเหตุผลการตลาด”

Axl Rose ให้สัมภาษณ์ Del James เพื่อนเก่าตั้งแต่ Guns N’ Roses ยังไม่ดังไว้แบบนั้นในนิตยสาร Rolling Stone ตอนที่เพลง “One In A Million” เป็นประเด็นไม่นานนัก แต่เรื่องนี้ Arsenio Hall (นักแสดง นักเขียน พิธีกรรายการทีวีผิวดำ) ให้ความเห็นว่า “ความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก N.W.A ใช้มันเพื่อให้เห็นภาพ ในขณะที่ Guns N ’Rose ใช้มันในทางที่เป็นลบและเสื่อมเสีย – เหมือนกับสมัยที่เจ้านายผิวขาวใช้กับทาสผิวดำ”

You're one in a million
Yeah, that's what you are
You're one in a million, babe
You're a shooting star
Maybe someday we'll see you
Before you make us cry
You know we tried to reach you
But you were much too high
Much too high, much too high,
Much too high, yes, ow!

Immigrants and faggots
They make no sense to me
They come to our country
And think they'll do as they please
Like start some mini Iran,
Or spread some fuckin' disease
They talk so many goddamn ways
It's all Greek to me

ท่อนนี้แรง คือกล่าวถึงพวกอพยพเหมารวมทั้งเข้าเมืองถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เข้ามาเมืองฉันทำไมพูดอะไรฉันก็ไม่รู้เรื่อง แต่ Axl มีคำอธิบายเสมอ

“ตอนที่ผมใช้คำว่าผู้อพยพ ผมพูดถึงเกี่ยวกับการไป 7-Elevin หรือ Village Pantry มีคนจากหลายประเทศ อีหร่าน ปากีสถาน จีน ญี่ปุ่น ได้งานทำในร้านซื้อสะดวกและปั๊มน้ำมันแล้วคนพวกนั้นก็ปฏิบัติกับคุณเหมือนคุณไม่ได้อยู่ที่นั่น คนอีหร่านสูงหกฟุตถือมีดแล่เนื้อวิ่งไล่ผมออกจากร้านพร้อมกับสแลช เพียงเพราะเขาไม่ชอบการแต่งตัวของเรา ทำให้ผมกลัวแทบตาย สิ่งที่ผมมองเห็นภาพในหัวผมก็คือมือผมวางอยู่บนพื้น เลือกท่วม และเมื่อผมกลัว ผมคลั่ง ผมจับถังขยะสีส้มเอามาใช้เป็นโล่ เดินไปหาเขาแล้วตะโกน “เข้ามาเลย “ ผมไม่อยากหนีชายคนนี้ นั่นแหละที่ผมเขียนถึงผู้อพยพ บางทีผมควรเขียนให้เจาะจงลงไป และบอก “โจ ชโมลาดู ที่ร้าน 7-Eleven กับไอ้พวกรักร่วมเพศไม่มีความหมายสำหรับผม แต่มันน่าขันสิ้นดีถ้าเขียนแบบนั้น ผมเลยลดคำเหลือพวกอพยพ

ผมไม่ได้ต่อต้านคนที่มาจากประเทศอื่นแล้วพยายามสร้างชีวิตที่ดีกว่า แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมคนทำงานเซเวนอีเลเวนถึงตั้งท่าเหมือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น หรือทำท่าเหมือนพวกเขาไม่เข้าใจคุณพูดอะไรขณะที่พยายามเอาเปรียบคุณ อะไรนะ ผมไม่เข้าใจคุณ เอ๊า ก็ให้แบ๊งค์ 20 ไปไง และผมต้องการเงินทอน 15 เหรียญของผม ผมต้องทำท่าเหมือนจะระเบิดปั๊มน้ำมันพวกนั้นถึงยอมทอนเงินให้ ผมไม่อยากเจออะไรแบบนั้น”

Axl ให้สัมภาษณ์ Kim Neely ในปี 1992 ว่า “ตอนที่ผมใช้คำว่า faggots ผมไม่ได้หมายถึงเกย์ ผมกำลังพูดถึงองค์ประกอบของเกย์ ผมได้ยินเรื่องคนที่ออกจากเรือนจำในแอลเอพร้อมโรคเอดส์แต่เขาก็ยังแพร่มันต่อไปทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ตัวผมก็เคยเจอการลวนลามจากเกย์ และผมรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้”

อย่าลืมว่า Axl ชื่นชม Freddie Mercury และ Elton John ว่าเป็นวีรบุรุษทางดนตรีของเขา ซึ่งมันออกจะย้อนแย้งแปลก ๆ อยู่เวลาฟังเพลงนี้

Well some say I'm lazy
And others say that's just me
Some say I'm crazy
I guess I'll always be
But it's been such a long time
Since I knew right from wrong
It's all the means to an end, I
I keep it movin' along

ฉันเป็นฉันแบบนี้แหละ ใครจะทำไม?

You're one in a million
Oo, you're a shooting star
You're one in a million, babe
You know that you are
Maybe someday we'll see you, Oo
Oh, Before you make us cry
You know we tried to reach you
But you were much too high
Much too high, Oo, much too high
Yeah,
Much too high, huh, no, no, oh
Ow!
Radicals and Racists
Don't point your finger at me
I'm a small town white boy
Just tryin' to make ends meet
Don't need your religion
Don't watch that much T.V.
Just makin' my livin', baby
Well that's enough for me

ท่อนนี้ออกตัวว่าอย่ามาหาว่าฉันเป็นพวกเหยียดผิวหรืออะไร ฉันมันแค่เด็กผิวขาวจากเมืองเล็ก ๆ

You're one in a million
Yeah that's what you are
You're one in a million, babe
You're a shooting star
Maybe someday we'll see you
Before you make us cry
You know we tried to reach you
But you were much too high
Much too high, ow, much too high,
Much too high, much too high

หน้าปกอัลบั้มนี้มีคำขอโทษของแอ็กเซิลไว้แล้วตรงที่พาดหัว One in A Million ว่าขออภัยถ้าเนื้อหาในเพลงนี้รุนแรงสำหรับสาธารณชน ขอโทษที่หยาบคายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

แต่มันไม่ช่วยอะไร

เมื่อตอนที่ Guns N’ Roses กับ Living Colour ต้องมาเป็นวงเปิดให้กับ Rolling Stones ในปีค.ศ. 1989 เกิดความมึนตึงระหว่างสองวงและตอกย้ำมากขึ้นเมื่อ Vernon Reid พูดถึงเพลงนี้ระหว่างเล่นบนเวที ทำให้ทีมงาน Rolling Stones ต้องคอยกันสมาชิกสองวงนี้ออกจากกัน

Vernon Reid ให้สัมภาษณ์ในปีค.ศ. 2009 ว่า “Axl ยืนหยัดความเป็นคนผิวขาว ซึ่งนั่นประหลาดมาก-ตำรวจกับนิโกร ไปให้พ้นทางฉันซะ- คุณเอาสองอย่างนี้มาเทียบกันได้อย่างไร และคุณมาจากไหนกันนะ แต่ก็อย่างที่รู้ มันคือแบบนั้น เขามันพวกดรามากับตัวเองเสมอ ถ้าคุณฟัง Chinese Democracy เพลงบัลลาดล้วนเกี่ยวกับการสงสารสมเพชตัวเองที่บ้ามาก”

บางทีนี่เป็นการแสดงทัศนคติที่ชัดเจนรวมทั้งจากประสบการณ์ส่วนตัว ทั้งเคยมีผู้ชายบุกเข้าไปพยายามข่มขืนเขาสมัยเป็นวัยรุ่น ตำรวจที่คอยหาเรื่องเขาสมัยอยู่ลาฟาแยต Axl Rose เล่าว่าเขาเขียนเพลงนี้ที่ห้องของ West Arkeens เล่าถึงสมัยที่เขาจากบ้านเกิดมาลอสแอนเจลิสโดยรถเกร์ยฮาวนด์ ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างทางไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ คนต่างชาติที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อ พูดอะไรที่เขาไม่รู้เรื่อง 

ส่วนเรื่องประเด็กคนผิวดำอาจจะตัดทิ้งไปได้ เพราะสแลชมือกีตาร์กันส์แอนด์โรเซสก็เป็นลูกครึ่งผิวดำ-ขาว แต่เมื่อสแลชให้สัมภาษณ์นิตยสารคิว ฉบับเมษายน 2010 ดูเหมือนเขาก็ไม่ค่อยพอใจนัก แต่เขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่

“เราถกเถียงกันใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และดูเหมือนว่ายิ่งผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ เขา (หมายถึงแอ็กเซิล) ก็ยิ่งอยากทำมันออกมาให้ได้ นั่นคงบอกอะไรได้หลายอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรา…”

“…ผมไม่เคยปิดบังว่าผมรู้สึกเสียใจที่ทำเพลงนี้ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับเพลงนี้แต่แรก และยังคิดแบบนั้นอยู่ แต่ไม่มีใครใส่ใจเรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องโชคร้ายที่เกิดขึ้นในเวลานั้น แต่มันก็ทำลงไปแล้ว และสิ่งที่ทำไปแล้วก็คือทำไปแล้ว คุณรู้อะไรมั้ย ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับมันอีกแล้ว มันเป็นปัญหาใหญ่ตอนที่มันออกมา แต่ผมไม่ได้ฟังมันนานแล้ว ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นอันตรายในระยะยาว”

ก่อนอัลบั้มจะออก David Geffen เตรียมให้ GN’R ไปแสดงคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ในนิวยอร์ก แต่โดนต่อต้านจากเพลงนี้

ถ้าลองมองในมุมของเนื้อเพลง นี่คือคนผิวขาวจากบ้านนอก ที่กำลังรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแต่ต้องมาพบกับโลกใหม่ในเมืองใหญ่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีคนหลายสีผิว หลายภาษา และตัวบุคคลนั้นก็อยู่ในสถานะล่างของสังคม มีปัญหากับตำรวจ

แต่ปัญหาคืออย่างนี้ ตอนที่ Guns N’Roses ปล่อยเพลงนี้ออกมาพวกเขาอยู่ในสถานะซูเปอร์สตาร์ เป็นร็อกสตาร์ แล้วดนตรีร็อกก็มีต้นทางมาจากดนตรีของคนผิวดำ ไม่ว่าจะเป็น ลิตเติล ริชาร์ด ชัค เบอรี ย้อนกลับไปถึง โรเบิร์ต จอห์นสัน และก่อนหน้านั้นก็มีร็อกสตาร์หลายคนที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นไบเซ็กชวล โฮโมเซ็กชวล รวมทั้ง เอลตัน จอห์น ซึ่งเป็นหนึ่งในวีรบุรุษทางดนตรีของ Axl Rose ด้วย (อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าสแลช มือกีตาร์ก็เป็นลูกครึ่งผิวสี) แต่แล้ว ดนตรีฮาร์ดร็อก/เมทัล ก็กลายเป็นโลกของคนผิวขาวไปเสียอย่างนั้น

ปรับปรุงล่าสุด 13 มิถุนายน 2563

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: