Queen Forever


อัลบั้มฟอร์เอฟเวอร์ของควีนออกมานานแล้ว (น่าจะประมาณครึ่งปีแล้ว) เพิ่งมาเขียนถึงตอนนี้เพื่อให้อคติในใจเจือจางลงไปบ้าง

มันก็ยังไม่เจือจางนะ

เพลงของควีนนั้นดีอยู่แล้ว ควีนเป็นวงยิ่งใหญ่อยู่แล้ว เฟร็ดดีเป็นอมตะในใจแฟนเพลงแน่นอน ฟังควีนมาตั้งแต่จำความได้ ชอบควีนมาตลอด

แต่ไม่ชอบอัลบั้มนี้

ตอนอัลบั้มออกใหม่ ๆ ได้อ่านที่คนวิจารณ์กันหลายความคิดเห็นอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะชอบ แม้ว่าเพลงที่คัดมาจะเน้นที่เพลงช้าถึงปานกลาง ก็บอกว่านี่คือความตั้งใจของควีน แถมตัวไบรอั้นเคยให้สัมภาษณ์ว่าวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่จะเอามารวมในงานชุดนี้จะมาจากยุค 80 สมัยที่ยังมีพลัง

จ้ะ มันคือความตั้งใจ แต่ฟังติด ๆ กันแล้วเบื่อ มันไม่เหมือนฟังสตูดิโออัลบั้มของควีนที่มีสีสันหลากหลาย จนบางทีเกิดสงสัยว่าการวางจุดขายด้วยการใส่เพลงช้า – ปานกลาง พื่อไม่ให้เพลงไปคล้ายกับงานรวมเพลงอื่นที่ได้ออกมาแล้วเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมหรือไม่

ถึงพยายามจะบอกว่า “นี่ นี่ ชุดนี้มีเพลงที่ไม่เคยออกมาก่อนนะ” แต่สุดท้ายก็จะมีเพลงฮิตดาด ๆ ออกมาประกบให้เพลง “ที่ไม่เคยออกมาก่อน” ราศีหมองลงไปทุกครั้ง แม้แต่เพลงนี้ที่พยายามจะเอาเพลงที่น่าสนใจแต่ไม่ฮิตมานำเสนอ ก็ยังมีเพลงฮิตติดหูใส่เข้ามาอยู่ดี 3 เพลงไม่เคยออกมาก่อน พร้อมด้วยเพลงที่ “ไม่ใช่เพลงฮิต แต่เป็นเพลงที่แสดงการเติบโตของเรา”

โอเค ฟังดูดี เพลงที่แสดงการเติบโตของควีน

แต่ฟังจบแล้วก็เกิดเห็นแย้งว่า ใช่หรือเปล่า? เพลงพวกนี้แสดงพัฒนาการของควีนจริงเหรอ

ตอนที่ฟัง “เล็ท มี อิน ยัวร์ ฮาร์ท อะเกน” (เพลงใหม่) รู้สึกมีความหวังว่าจะได้ฟังอะไรสักอย่างที่พิเศษจากควีน เพลงนี้เล่ากันว่าเดิมเขียนเนื้อร้องไม่สมบูรณ์แก้ไขกันหลายครั้งก็ยังไม่พอใจ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ (แต่อนิตา ด็อบสัน ภรรยาของไบรอัน เอาเพลงนี้ไปทำจนเสร็จ ได้ไบรอันมาเล่นกีตาร์ให้ด้วย)

เพลงนี้เปิดอัลบั้มฟอร์เอฟเวอร์ได้สวยงาม ตามมาด้วย “เลิฟคิล เดอะบัลลาด” เดิมดนตรีออกทางดิสโก้มีเสียงซินธ์เป็นจุดเด่น จังหวะชวนขยับแข้งขา ไบรอันกับโรเจอร์ นำมาดัดแปลงใหม่เป็นบัลลาด

เพลงที่น่าจะทำให้เกิดความตื่นเต้นตื้นตันคือ “แดร์ มัส บี มอร์ ทู ไลฟ์ แดน ดิส” เพลงนี้ทำไว้ตอนควีนกำลังทำอัลบั้ม ฮอตสเปซ แต่สุดท้ายไปอยู่ในอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเฟร็ดดี (มิสเตอร์แบดกาย) เพลงนี้มีราชาเพลงป็อป ไมเคิล แจ็คสัน มาร่วมร้อง  แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ามันเลอค่าสมการรอคอยมาร่วมสามสิบปี ได้ฟังแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมไมเคิลหรือเฟรดดีถึงไม่เอาเพลงนี้ไปรวมไว้ในอัลบั้มไหนตอนที่ยังมีชีวิต มันเป็นงานตกมาตรฐานเฟรดดีมาก แม้แต่ไมเคิลก็ร้องเหมือนร้องเล่น ไม่เอาจริง  ไมเคิลกับเฟรดดีทำเพลงร่วมกันหลายเพลงในช่วงระหว่างปี 1981 – 1983 แต่ไม่มีเพลงออกมาในชื่อไมเคิล-เฟรดดี (หรือควีน) แต่มีที่ออกไปในงานของแต่ละคน

ลองฟัง “สเตท ออฟ ช็อก” ของเดอะแจ็คสัน ซึ่งเป็นเพลงที่ทำออกมาช่วงเดียวกัน ฟังความแตกต่างของเสียงร้อง (ส่วนที่มิก แจ็กเกอร์ร้อง คือส่วนที่เฟรดดีร้องในขั้นแรก แต่ทำไม่เสร็จ)

ลองฟัง “แดร์ มัส บี มอร์ ทู ไลฟ์ แดน ดิส” เวอร์ชั่นไมเคิล แจ็คสัน (

ลองฟังเวอร์ชั่นเอาท์เทค

สามเพลงนี้คือเพลงเก่าเอามาทำใหม่ ไม่เคยฟังมาก่อน ส่วนที่เหลือคือเพลงที่แฟนควีนต้องรู้จักอยู่แล้ว “เพลย์ เดอะ เกมส์” “เลิฟ ออฟ มาย ไลฟ์” “เครซี ลิตเติล ธิง คอลล์ด เลิฟ” “เจลัสซี” ฯลฯ เพลงพวกนี้ฟังแล้วสงสัยถึงคำคุยโม้ของไบรอันที่บอกว่าอัลบั้มจะมีเพลงที่แสดงถึงการเติบโตของควีน

หรือเข้าใจคำว่า “musical growth” ผิดไปก็ไม่ทราบ

แล้วเพลงที่แสดงอัจฉริยะภาพด้านการทำเพลงอิพิคของพวกเขาหายไปไหน เข้าใจนะว่าพวกเขาคงเบื่อ “โบฮีเมียนเเรปโซดี” กันแล้ว ถึงจะใส่ “ซัมบอดี ทู เลิฟ” เข้ามาทดแทนแต่ก็ไม่เพียงพอด้านความหนักหน่วงอย่าง “สโตน โคลด์ เครซี”

เพลงของควีนฟังเพลงแน่นอน อัลบั้มฟอร์เอฟเวอร์ก็ฟังกันได้เพลิดเพลิน

แต่มันเป็นอัลบั้มที่ไม่สุดไปด้านใดด้านหนึ่งสักอย่างจนน่าเสียดายที่ความตั้งใจจะทำอัลบั้มรวมเพลงที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นแค่รวมฮิตสามัญ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.