For Your Information

ถึงเวลาไฟล์เพลงดิจิทัลคุณภาพสูงหรือยัง?


ไฟล์เพลงดิจิทัลคุณภาพสูงเริ่มเป็นที่จับตาในตลาดตั้งแต่โทรศัพท์โซนีรุ่น ซี(แซด) 3 ซัมซุง กาแล็คซีโน้ต 4 ออกมาโดยมีคุณสมบัติรองรับไฟล์เพลงดิจิทัลคุณภาพสูง (ไฮ-เรสออดิโอ)

(…น่าเศร้านะ อนาคตของวงการดนตรีอาจจะต้องขึ้นอยู่กับโทรศัพท์…)

แต่มันก็แค่ใส่มาให้ดูดีมีระดับเพื่อยกตัวเองเป็นผู้นำในตลาดเท่านั้น เพราะไฟล์เพลงดิจิทัลคุณภาพสูงยังแจ้งเกิดไม่สำเร็จ คนที่ใช้โทรศัพท์ที่ว่ามาจะใช้คุณสมบัติข้อนี้สักกี่คน

มาตรฐานคุณภาพเสียงปัจจุบัน (คือซีดี) เป็นไฟล์ 16 – บิท / 44.1 กิโลเฮิร์ตส์

ไฟล์เพลงคุณภาพสูง (Hi-Resolution Audio) จะต้องไม่ต่ำกว่า 24 – บิท / 96 กิโลเฮิร์ตส์

ไฟล์ดิจิทัลคือการจำลองเสียงจากธรรมชาติ ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่บ้างพอสมควร ตอนที่แผ่นซีดีออกมาใหม่ ๆ คนที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงตั้งอคติว่ามันตัดเสียงธรรมชาติออกไป คุณภาพเสียงต่ำกว่าแผ่นเสียงเยอะ ข้างผู้พัฒนาซีดีก็เอาผลวิจัยยืนยันออกมาว่า คนทั่วไปรับฟังเสียงได้ที่ระดับนี้เพียงพอแล้วสำหรับคุณภาพเสียง

ไฟล์สกุลเอ็มพีทรี เริ่มต้นที่ 128 เคบิทต่อวินาที (หมายถึงเริ่มยอมรับว่าเสียงที่ระดับนี้ “พอฟังได้” ในฐานะเพลง) ขณะที่แผ่นซีดีทั่วไป จะอยู่ที่ 1,411.2 เคบิทต่อวินาที เทียบคุณภาพแล้ว เอ็มพีทรี 128 เคบิทต่อวินาที ไม่มีทางดีเท่าแผ่นซีดีได้ แต่เอ็มพีทรีครองโลก เล่นเอาแผ่นซีดีเสื่อมความนิยมลามไปถึงบริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองต้องปิดตัว (อย่างอีเอ็มไอ บีเอ็มจี) รูปแบบธุรกิจดนตรีเปลี่ยนไปหมด เพราะไฟล์ดิจิทัลที่ให้คุณภาพเสียงไม่ดีนี่แหละ

(ตรงนี้คงโทษเอ็มพีทรีไม่ได้ ต้องโทษการดาวน์โหลดและส่งต่อไฟล์เพลงผิดกฎหมายเป็นหลัก แต่การส่งไฟล์ผิดกฎหมายเหล่านั้นรุ่งเรืองเฟื่องฟูเพราะได้ประโยชน์จากขนาดไฟล์เล็กกระทัดรัดของเอ็มพีทรี)

พอเวลาผ่านไป 128 เคบิทต่อวินาทีเริ่มไม่พอ ตอนนี้ส่วนใหญ่จะ 192 หรือ 320 เคบิทต่อวินาทีขึ้นไปทั้งนั้น และดูเหมือนว่าคนฟังเพลงทั่วไปเริ่มสนใจไฟล์คุณภาพสูงมากขึ้น อย่างบริการไทดัล (ที่ทำท่าว่าจะไปไม่รอด) เสนอให้ฟังเพลงด้วยไฟล์คุณภาพสูง

แต่ตลาดฟังเพลงผ่านเน็ททุกวันนี้ยังไม่ใช่ตลาดของไฟล์เพลงคุณภาพสูง

ถ้าตลาดออนไลน์ยังไปไม่ได้ แล้วตลาดออฟไลน์จะไปได้หรือไม่?

โซนีเข้าตลาดเครื่องเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูง ด้วยความหวังว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์วอล์กแมนที่เคยเกรียงไกลในยุคเทปคาสเซตต์กลับมาผงาดได้อีกครั้ง หลังจากโดนไอพอดตีแตกยะย่ายพ่ายจะแจ ต้องหลบเลียแผลอยู่นาน และที่มาแรงก็คือโพโนของนีล ยัง เดอะก็อดฟาเธอร์ออฟกรันจ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เรียกความสนใจในการหาทุนในคิกสตาร์ตเตอร์ จากที่ตั้งไว้แปดแสนดอลลาร์ได้มาหกล้านกว่า และเพราะชื่อเสียงของเขาเองด้วยทำให้โพโนเป็นที่จับตามองว่านักดนตรีมาเล่นเครื่องเสียงน่าจะมีอะไรดี ๆ เด็ด ๆ

แต่ผลตอบรับไม่ค่อยดีเลย เช่น ทดลองให้คนฟังเปรียบเทียบระหว่างโพโนกับไอโฟน (แบบปิดตาไม่รู้ว่าฟังจากไหน) แล้วปรากฏว่าคนชอบเพลงที่ฟังจากไอโฟนมากกว่าเสียอีก!

อ่านได้จาก

https://www.yahoo.com/tech/it-was-one-of-kickstarters-most-successful-109496883039.html

แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อไป เพราะว่ากันตามจริงมันมีรายละเอียดปลีกย่อยอะไรอีกมากมาย อย่างเช่นไฟล์เพลงที่เดวิด โพคใช้เป็นคนละไฟล์ อย่าลืมว่าการออกแบบเครื่องเล่นมาเพื่อแสดงศักยภาพของไฟล์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ไอโฟนออกแบบมาเพื่อไฟล์เพลงทั่วไปอยู่แล้ว หูฟังก็มีส่วนอยู่เหมือนกัน การใช้สวิทช์สับเปลี่ยนก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอาจะมีข้อครหาเรื่องการส่งผ่านสัญญาณไม่สมบูรณ์

แต่การทดสอบของเซ็ธ สตีเวนสันให้ผลทางลบกับโพโนเหมือนกัน

http://www.slate.com/articles/technology/technology/2015/02/ponoplayer_review_neil_young_s_new_streaming_device_sounds_no_better_than.html

มันคืออะไร!!

ย้อนกลับไปสมัยซีดีรุ่งเรือง มีความพยายามเสนอตลาดใหม่ คือซูเปอร์ออดิโอซีดีกับดีวีดีออดิโอ โดยโฆษณาว่าเป็นไฟล์คุณภาพดีกว่าซีดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ (เคยเขียนถึงแผ่นดีวีดีออดิโอด้วยนะ – โฆษณา) แต่ถ้าฟังอัลบั้ม เดธแม็คเนติก ของเมทัลลิกาอาจไม่จำเป็นต้องฟังเสียงคุณภาพสูงอะไรเพราะมิกซ์มาแบบไร้ไดนามิกซ์ เอาดังเข้าว่า (ยังไปแขวะเขาอีกเนาะ)

ทั้งซูเปอร์ออดิโอซีดีและดีวีดีออดิโอไม่อาจตีตลาดได้ แผ่นดีวีดีออดิโอล้มหายตายจากไปร่วม 10 ปีแล้ว

เรื่องราคาเพลงก็เป็นตัวช่วยตัดสิน ลองดูราคาของศิลปินอย่างแอน เมอร์เรย์ http://www.linnrecords.com/recording-brahms-schumann-lieder.aspx

แผ่นซีดี  22 ดอลลาร์

ไฟล์คุณภาพสูง 24 ดอลลาร์

ไฟล์คุณภาพมาตรฐานซีดี 13 ดอลลาร์

ไฟล์เอ็มพีทรี 320 เค 11 ดอลลาร์

และอย่าลืม เอ็มพีทรีเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจดนตรีได้เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ใช่ที่คุณภาพของเสียง ลองนึกถึงคนทั่วไปจะใช้ไฟล์คุณภาพสูงหรือไม่? คิดแบบเฉลี่ย เพลง 1 อัลบั้ม ไฟล์คุณภาพสูงจะกินเนื้อที่ 1 กิ๊กเป็นอย่างน้อย (ดูขนาดไฟล์ได้ในลิงก์ขายอัลบั้มของแอน เมอเรย์ข้างบน) สมมติว่าความจุโทรศัพท์คือ 64 กิ๊กก็จุเพลงได้ 60 อัลบั้ม แต่เอาเข้าจริง คนใช้โทรศัพท์จะต้องกันเนื้อที่ให้บรรดาแอพและรูปภาพอีก เก็บเพลงได้ 40 อัลบั้มก็เยี่ยมแล้ว ยิ่งถ้าใช้ไฟล์คุณภาพสูงสุดคงได้ประมาณ 20 อัลบั้ม

จำนวนอัลบั้มเท่านี้พอหรือไม่? ยิ่งถ้าคิดว่าใช้เอ็มพีทรี 320 เคจะได้ไม่ต่ำกว่า 400 อัลบั้ม เมื่อรวมข้อจำกัดทางเนื้อที่การเก็บและราคา ตลาดไฟล์เพลงคุณภาพสูงน่าจะยังแคบอยู่

คนที่แยกความแตกต่างระหว่างคุณภาพเสียงซีดีมาตรฐานกับไฟล์เสียงคุณภาพสูงจะมีเท่าไหร่ (โปรดย้อนกลับไปอ่านการทดลองเปรียบเทียบเสียงจากโพโนกับไอโฟนตามลิ้งค์ด้านบน) คนทั่วไปน่าจะแยกความแตกต่างระหว่างไฟล์คุณภาพสูงกับไฟล์มาตรฐานซีดียากอยู่เหมือนกัน แผ่นซีดีไม่ได้เลือกมาตรฐาน 16 บิต / 44.1 กิโลเฮิร์ตส์จากความคาดเดาหรือรสนิยมของใคร แต่ใช้การวิจัยและทดลองว่าผลิตเสียงได้ดีที่สุดสำหรับช่วงการฟังของคน (คือคนเราฟังเสียงในช่วงระหว่าง 20 – 20,000 เฮิร์ต) คุณภาพ 16 บิต / 44.1 กิโลเฮิร์ตส์ คือคุณภาพเสียงดีที่สุดเท่าที่คนทั่วไปจะแยกแยะได้

แต่พอคิดเป็นเทคโนโลยีการจำลองเสียง มันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้น อ่านรายละเอียดที่ http://en.wikipedia.org/wiki/44,100_Hz) และโปรดอ่าน http://www.mixonline.com/news/profiles/emperors-new-sampling-rate/365968 ประกอบ

และที่สำคัญที่สุด ไฟล์คุณภาพเสียงสูงจะต้องได้เครื่องเล่น หูฟัง (ลำโพง) สายสัญญาณ คุณภาพดีเพื่อรองรับไฟล์ด้วยถึงจะได้อรรถรสสมบูรณ์แบบ โซนีออกเครื่องเล่นแซดเอ็กซ์ทูด้วยราคาแพงลิบ ยังต้องยุให้คนซื้อเฮดโฟนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโดยเฉพาะเพื่อให้ได้รับสัญญาณไฮ-เรสเต็มรูปแบบ

คนที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งเหล่านี้ต้องมีใจรัก…และมีเงิน

สรุปไว้ ณ ตอนนี้ว่า ตลาดไฟล์เพลงคุณภาพสูงน่าจะยังอีกไกล ตราบใดที่เครื่องเล่นเพลงยังมีราคาแพง ไฟล์เพลงมีราคาแพง และ เนื้อที่จัดเก็บไฟล์มีจำกัด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s