Bon Jovi: Burning Bridges


อัลบั้มเพื่อแฟนเพลงโดยเฉพาะ?

ตอนแรกที่เห็นชื่ออัลบั้มนึกว่าจะหมายถึงริชี แซมโบรา อดีตมือกีตาร์ที่ลาออกไป แต่สุดท้ายจอน บองโจวี เฉลยว่าหมายถึงบริษัทเมอร์คิวรีเร็คคอร์ดที่ร่วมงานกันมายาวนานกว่า 30 ปี สุดท้ายก็ต้องแยกทางและอัลบั้ม เบิร์นนิงบริดจส์ ก็เป็นงานที่ออกมาให้จบ ๆ กันไป

เผาสะพานทิ้ง…นี่คือทางเดินที่ไม่มีการหวนกลับ

แต่ท่ามกลางกระแสธุรกิจดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป บางทีบริษัทดนตรีอาจจะไม่สำคัญเท่าการออกทัวร์ และรายรับจากโฆษณาต่าง ๆ

bon-jovi-burning-bridges

ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร แต่เข้าใจว่าปัญหาความขัดแย้งคงจะหนักเอาการอยู่ ถึงขนาดที่เขียนเพลงด่ากันทิ้งท้ายแบบนี้

Oh, check the box, yeah, mark this day, there’s nothing more to say
After 30 years of loyalty, they let you dig a grave
Now maybe you could learn to sing or even strum along
But I’ll give you half the publishing, you’re why I wrote this song
(Everybody, sing along)

Sayonara, adios, auf wiedersehen, farewell
Adieu, goodnight, guten abend, here’s one last song you can sell
Let’s call it Burning Bridges, it’s a singalong as well
Hope my money and my masters buy a front row seat in Hell

ปากคอเราะร้ายเสียไม่มี นึกถึงตอนไมค์ โอลด์ฟิลด์ใส่รหัสมอร์สด่าริชาร์ด แบรนสันเจ้าของบริษัทเวอร์จินในเพลงของตัวเอง หรือเซ็กซ์พิสตอลส์เขียนเพลง “อีเอ็มไอ” ตอนที่อีเอ็มไอยกเลิกสัญญาพวกเขา หรือพรินซ์ที่เขียนคำว่าทาสบนใบหน้าของเขาเพื่อประท้วงบริษัทในอดีตกาล

บองโจวีเขียนเพลง “เบิร์นนิง บริดเจส” และนำนำเพลงเก่าเหลือทิ้งที่ทำเอาไว้ในช่วงสิบปีหลังมารวมเป็นอัลบั้มเพื่อถีบส่งบริษัทเมอคิวรี (ที่จอนอ้างว่าให้ข้อเสนอที่เกินกว่าจะรับไหว)

แฟนเพลงเก่าแก่บางคนรู้สึกเหมือนโดนถีบเข้าเต็มหน้าไปพร้อมกัน

เท่าที่ติดตามความเห็นของแฟนเพลงส่วนใหญ่ในอินเทอร์เน็ทจะชื่นชมอัลบั้มนี้ แต่ความคิดเห็นส่วนตัวกลับส่วนทางแฟนเพลงส่วนใหญ่ ทั้งที่เตรียมใจไว้นานแล้วตั้งแต่อัลบั้ม คีปเดอะเฟธ เป็นต้นมา บองโจวีหันเหทิศทางไปสู่ป็อปร็อกสุขุมนุ่มลึกแบบผู้ใหญ่วัยกลางคนมากขึ้นทุกทีจาก ดิสเดย์ส มาจนถึง ว็อทอะเบาท์นาว ดีกรีความเข้มข้นเริ่มลดลงทีละน้อย ยิ่งช่วงหลังที่ จอห์น แช็งค์สมาเป็นโปรดิวเซอร์และร่วมเขียนเพลง ยิ่งเป็นช่วงที่ทำใจรับไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะภาคการผลิต (แม้แต่อัลบั้ม อะดิฟเฟอเรนท์ไคนด์ออฟทูธ ของ แวนเฮเลน ก็ไม่มีข้อยกเว้น)

เปิดเพลงแรก “อะ เทียร์ดรอป อินทู เดอะ ซี” “นี่ถ้าไม่ได้ติดตามบองโจวีมานาน อาจไม่คิดว่านี่เป็นเพลงของบองโจวีก็ได้ ช่างเป็นป็อปร็อกที่สุขุมรอบคอบ นุ่มละมุนจนอยากจะหลับ นี่เป็นปัญหาเวลาที่ฟังเพลงที่เอยช้า และมันเป็นปัญหาหลักของงานชุดนี้ที่ไม่อาจดึงความสนใจของแฟนเพลงหลงยุคคนหนึ่งให้ตั้งใจฟังตลอดรอดฝั่ง ทั้งที่บางเพลง เช่น  “ไบล์ด เลิฟ” เพลงกึ่งบัลลาดที่มีเปียโนเป็นตัวนำน่าจะกระชากใจได้ไม่ยาก กลับเป็นเพลงย่ำกับที่ น่าเบื่อ น่าเบื่อ บางเพลงจอนย้ำให้จำว่าเขามีบรูซ สปริงสทีนเป็นแม่แบบ เลยมีเพลง “ฮู วูด ยู ดาย ฟอร์” ได้บรรยากาศของอัลบั้ม ว็อท อะเบาท์ นาว กับ ลอสท์ ไฮเวย์ ดีที่ยังมี “วี ดอนท์ รัน” เป็นร็อกที่พอกล้อมแกล้มไปได้ มีท่อนฮุคติดหูให้แฟนเพลงร้องตามเวลาดูคอนเสิร์ต ท่อนโซโลของ จอห์น ก็ไม่เลว  หรือ “แซทเทอรเดย์ ไนท์ เกฟ มี ซันเดย์ มอร์นิง” (ที่ยังมีเครดิตของริชี แซมโบราประทับอยู่)

บางเพลงออกแนวคันทรี เช่น “ฟิงเกอร์พรินทส”

ได้ฟังหลายเพลงก่อนที่จะซื้ออัลบั้มก็ไม่ได้ชอบใจอะไรอยู่แล้ว ไม่รู้ภูตผีปิศาจตนใดดลใจให้ควักเงินซื้ออัลบั้มนี้มาครอบครองให้เศร้าหมองใจ

เบิร์นนิงบริดจส์ คงไม่ใช่อัลบั้มที่ย่ำแย่ ไม่มีเพลงที่น่าจดจำเอาเสียเลย จอน บอกว่าเพลงเหล่านี้เป็นเพลงเก่าเก็บที่ไม่มีที่ว่างเพียงพอในอัลบั้มที่ออกมาสมัยนั้น เขาเลยรวบรวมเอามาให้แฟนเพลงฟัง เมื่อได้ฟังก็ไม่น่าแปลกใจที่เพลงเหล่านี้โดนคัดทิ้งจากอัลบั้มที่เคยออกมา เคยพยายามคิดว่า ถ้านี่ไม่ใช่อัลบั้มของบองโจวี จะไม่ชอบแบบนี้มั้ย?

อย่ารู้คำตอบเลย…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s