PMRC


19 กันยายน ค.ศ. 1985 มีเหตุการณ์น่าสนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในวงการดนตรี แฟรงก์ แซปปา ดี ชไนเดอร์ และ จอห์น เดนเวอร์ เป็นตัวแทนฝ่ายศิลปินเข้าไปโต้แย้งการติดป้าย “ผู้ปกครองควรแนะนำ” บนหน้าปกอัลบั้มต่อหน้าคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐเกี่ยวกับการพาณิชย์ วิทยาศาสตร์ และการขนส่ง

ชมภาพและเสียงเหตุการณ์วันนั้นได้ที่วิดีโอนี้

https://www.c-span.org/video/?69484-1/rock-lyrics-record-labeling

เรื่องเล่าท้าวความ

ย้อนกลับไปค.ศ. 1984 ทิปเปอร์ กอร์ ได้ยินลูกสาววัย 11 ปีเปิดเพลง “ดาร์ลิงนิกกี” ของพรินซ์แล้วก็ตกใจกับเนื้อหาของเพลง

I knew a girl named Nikki
I guess you could say she was a sex fiend
I met her in a hotel lobby
Masturbating with a magazine

ทิปเปอร์คิดว่าเพลงนี้ไม่ดีต่อเด็ก ถ้าเธอรู้ว่าเพลงมีเนื้อหาแบบนี้คงไม่ซื้อให้ลูกสาวฟัง และถึงเวลาต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อเตือนเหล่าผู้ปกครองว่าสิ่งที่พวกเขากำลังซื้อให้ลูกหลานฟังมีเนื้อหาไม่เหมาะสม เธอลองเปิดเอ็มทีวีและพบว่ามีหลายเพลงที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเซ็กซ์ ความรุนแรง ยาเสพติด

Tipper Gore
Tipper Gore

ถ้าทิปเปอร์ กอร์เป็นแม่บ้านธรรมดาสามัญ กว่าความคิดเห็นของเธอจะมีคนกลุ่มใหญ่ได้ยินคงใช้เวลานาน แต่เธอคือภรรยาของอัล กอร์ วุฒิสมาชิกรัฐเทนเนสซี (และต่อมาคือรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยบิล คลินตันเป็นประธานาธิบดี) เธอปรึกษาหารือกับซูซาน เบเกอร์ (ภรรยาของเจมส์ เบเกอร์ รัฐมนตรีคลังสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน) และรวมกลุ่มสตรีผู้มีอิทธิพลทางสังคมอีกหลายคนก่อตั้งองค์กรศูนย์กลางข้อมูลด้านดนตรีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง Parents Music Resource Center หรือ PMRC ในปีค.ศ. 1985

พีเอ็มอาร์ซีแสดงรายงานว่าการข่มขืนเพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็น และการฆ่าตัวตายของคนช่วงอายุ 16 – 24 ปีเพิ่มขึ้นถึง 300 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสามทศวรรษ โดยอ้างเพลง “ซุไซด์โซลูชัน” ของออสซี ออสบอร์น “ดอนต์เฟียร์เดอะรีปเปอร์” ของบลูออยเตอร์คัลต์ และ “ชูตทูธริล” ของเอซี/ดีซี เป็นตัวอย่าง (แต่เรื่องนี้โดนตีโต้ได้ง่ายมากเพราะปัจจัยความเปลี่ยนแปลงมีหลายอย่างมากกว่าเนื้อเพลงแน่นอน)

งานแรกของพีเอ็มอาร์ซีคือเขียนจดหมายอย่างเป็นทางการถึงสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงอเมริกา (Recording Industry Association of America – RIAA) เพื่อให้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทเพลงแบบเดียวกับการจัดเรตของภาพยนตร์ และจดหมายนี้ทรงพลังเพราะสตรีผู้ลงนามท้ายจดหมายทั้ง 20 คนเป็นภรรยาของนักการเมืองและนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพล

สมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงอเมริกามองว่าถ้าทำตามข้อเรียกร้องของพีเอ็มอาร์ซีหมายถึงมูลค่าทางการตลาดหลายล้านดอลลาร์จะหายไป และยังอ้างถึงธรรมนูญข้อแรกที่ให้เสรีภาพต่อการแสดงงานศิลปะ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเรื่องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับพีเอ็มอาร์ซีก็เป็นประเด็นใหญ่ที่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร รายการโทรทัศน์หยิบยกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ต้องยอมรับว่าพีเอ็มอาร์ซีไม่ใช่กลุ่มแม่บ้านธรรมดา แต่เป็น “แม่บ้านวอชิงตัน” คืออยู่กับศูนย์กลางอำนาจและการเมืองใกล้ชิด เข้าถึงสื่อมวลชนและรู้วิธีเจรจาต่อรอง โฆษณา หาแนวร่วม ตามแบบฉบับนักการเมืองและนักวิ่งเต้นทางการเมือง (ล็อบบี้ยิสต์) จนในที่สุดสมาคมครูและผู้ปกครองสหรัฐอเมริกา (National Parent Teacher Association – PTA) ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่ทรงพลังมากก็แสดงจุดยืนเห็นด้วยกับพีเอ็มอาร์ซี ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงอเมริกา “ต้อง” รับฟังและนำไปปฏิบัติ

ทิปเปอร์ กอร์และซูซาน เบเกอร์ ได้แสดงเจตนารมณ์สำหรับพีเอ็มอาร์ซีว่า

  1. ต้องพิมพ์เนื้อเพลงไว้ในปกอัลบั้ม
  2. ปกที่ “ไม่เหมาะสม” ต้องโดนเก็บไว้หลังเคาเตอร์ ไม่ให้นำมาวางโชว์
  3. จัดเรตแบบเดียวกับภาพยนตร์
  4. จัดเรตสำหรับคอนเสิร์ต
  5. ทบทวนสัญญากับศิลปินที่แสดงออกซึ่งความรุนแรงและพฤติกรรมทางเพศชัดเจนบนเวที
  6. สร้างกลุ่มเฝ้าระวัง บริษัทแผ่นเสียง สื่อกลางทั้งหลาย เพื่อกดดันรายการทั้งหลายไม่ให้เผยแพร่ออกอากาศเนื้อหาที่ “ส่อแววจะมีปัญหา”

ในตอนแรกที่ทิปเปอร์ กอร์เสนอให้ติดเรตเอ็กซ์ สำหรับเนื้อหาทางเพศ เรตโอสำหรับเนื้อหานอกรีตผิดศีลธรรม ดี/เอ สำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและของมึนเมา เรตวีสำหรับเนื้อหารุนแรง ต่อสู้เรียกร้องจนกระทั่งสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงอเมริกาตกลงติดสติ๊กเกอร์ “ผู้ปกครองควรแนะนำ: เนื้อเพลงไม่เหมาะสม” บนหน้าปกอัลบั้มได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีแรงต้านจากเหล่าศิลปิน เช่น แฟรงก์ แซปปา โจอี ราโมน จอห์น เดนเวอร์ เจลโล เบียฟรา ดี ชไนเดอร์ ที่มองว่านี่คือการควบคุมจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก

เดือนสิงหาคม 1985 บริษัทใหญ่ 19 แห่งยอมรับข้อเสมอติดป้ายเตือนบนอัลบั้ม  และวันที่ 19 กันยายน 1985 มีการพูดคุยอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา ฝ่ายศิลปินมีดี ชไนเดอร์ แฟรงก์ แซปปา และ จอห์น เดนเวอร์ อีกฝ่ายมีอัล กอร์ และ พอลลา ฮอว์กกินส์วุฒิสมาชิกรัฐฟลอริดาเป็นตัวแทน

สรุปย่อฝ่ายสนับสนุนดังนี้

พอลลานำเสนอปกอัลบั้ม 3 ชุดคือ ไพโรมาเนีย ของเดฟเลพเพิร์ด ดับเบิลยูโอดับเบิลยู ของเวนดี โอ วิลเลียมส์ และ วอปส์ ของ วอปส์ อีกทั้งเปิดมิวสิกวิดีโอ “ฮอตฟอร์ทีชเชอร์” ของแวนเฮเลนกับ “วีร์น็อตกอนนาเท็กอิต” ของทวิสเต็ดซิสเตอร์ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่ามีผลงานบางชิ้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน ทั้งรุนแรง เซ็กซ์ ยาเสพติด ลัทธินอกรีต และอ้างว่าสิ่งเหล่านั้นสนับสนุนการข่มขืน อัตวินิตบาตกรรม ทารุณกรรม

มิลลี วอเทอร์แมน รองประธานสมาคมครู-ผู้ปกครองด้านกิจกรรมนิติบัญญัติ แนะนำให้ติดสัญลักษณ์ตัว อาร์ บนหน้าปกอัลบั้มที่มีเนื้อหาทางเพศ ความรุนแรง การใช้สุรายาเสพติด หรือเรื่องนอกรีตต่าง ๆ ซึ่งด็อกเตอร์ โจ สตูสซี ศาสตราจารย์ด้านดนตรีจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้แสดงความเห็นว่าดนตรีมีผลต่อพฤติกรรมผู้ฟัง และดนตรีเฮฟวีเมทัลไม่เหมือนกับแจ๊สหรือว่าร็อกแอนด์โรลตรงที่มีแต่ความเกลียดชัง ส่งด็อกเตอร์พอล คิง นักจิตวิทยาเด็กให้การว่า ดนตรีเมทัลเปรียบเสมือนศาสนาสำหรับคนฟัง

ช่างเป็นความคิดเห็นที่น่ารัก! Cos Rock N’ Roll is my religion and my law!!!

จำได้ว่าเมื่ออัล กอร์ลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี คู่กับบิล คลินตัน ทิปเปอร์ กอร์อ้างว่า เธอรักร็อกแอนด์โรล และสนับสนุนเรื่องดนตรี เคยเป็นมือกลองวงร็อกหญิงล้วนด้วยนะสมัยเรียน และเธอก็ลาออกจากพีเอ็มอาร์ซีในปีค.ศ. 1993 เมื่ออัล กอร์รับตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธอหันมาทำงานทางสังคมเรื่องสุขภาพและคนไร้บ้าน

สมัยทศวรรษ 80 โลกยังไม่พร้อมสำหรับอินเทอเน็ต การให้บริการสาธารณะเชิงพาณิชย์เริ่มต้นเมื่อปีค.ศ. 1989 โดยให้บริการอีเมล์เป็นหลัก นักวิทยาศาสตร์จากองค์กรเซิร์นเพิ่งคิดเวิลด์ไวด์เว็บในปีนั้น การเซ็นเซอร์ (หรือการให้คำแนะนำ) ที่เด่นชัดอย่างสติ๊กเกอร์จึงมีผลต่อยอดจำหน่ายอัลบั้มเพราะเครือข่ายร้านค้าปลีกก็อยากมีส่วนร่วมในค่านิยมทางศีลธรรมอันดีพร้อมจะไม่เอาอัลบั้มที่มีสติ๊กเกอร์ประทับอยู่มาวางจำหน่าย (เครือข่ายร้านค้าปลึกวอลมาร์ตจะไม่ขายอัลบั้มที่ติดสติ๊กเกอร์นี้) ซึ่งทางแก้ปัญหาของบริษัทแวดวงดนตรีคือทำเวอร์ชันสะอาดออกมา เซ็นเซอร์หรือเปลี่ยนเนื้อหาเพลงใหม่เพื่อไม่ต้องติดสติ๊กเกอร์

แต่ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียมีอยู่ในโทรศัพท์เกือบทุกเครื่อง สติ๊กเกอร์เหล่านี้มีผลแค่ทำให้เด็กอยากรู้อยากเห็นว่ามีอะไรในนั้นมากกว่าจะมีนัยยะทางการตลาดอย่างเมื่อก่อน

Advertisements

One thought on “PMRC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s