Filthy Fifteen


ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1980 มีองค์กรหนึ่งสถาปนาตัวเองเป็นศูนย์กลางข้อมูลเรื่องดนตรีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง (Parents Music Resource Center – PMRC) โดยมีแกนนำสำคัญคือทิปเปอร์ กอร์

เมื่อเปิดตัวองค์กรครั้งแรก ได้ทำรายชื่อเพลง 15 เพลงที่เห็นว่ามีเนื้อหารุนแรง ส่อเรื่องเพศ การใช้ยาเสพติด ฯลฯ รายชื่อเหล่านั้นเรียกว่า “เพลงหยาบช้า 15 เพลง” หรือ Filthy Fifteen วันนี้มาย้อนอดีตฟังเพลงที่โดนแปะป้ายเตือนว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนกันดีกว่า

“ดาร์ลิงนิกกี” จากอัลบั้ม เพอเพิลเรน ของพรินซ์

เพลงลำดับที่ 1 และเป็นเพลงที่ดลใจให้ทิปเปอร์ กอร์ก่อตั้งพีเอ็มอาร์ซีขึ้น เพลงนี้โดนข้อหาลามกอนาจารจากเนื้อเพลง

I knew a girl named Nikki
I guess you could say she was a sex fiend
I met her in a hotel lobby
masturbating with a magazine

ฉันรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนิกกี้
ฉันคิดว่าคุณอาจจะบอกว่าเธอเป็นปิศาจกระหายเซ็กซ์
ฉันพบเธอที่ล็อบบี้ของโรงแรมกำลังสำเร็จความใคร่กับนิตยสาร…

แฟนเพลงของพรินซ์ถกเถียงกันหลายแง่มุมว่าในเนื้อเพลงนี้ใครกำลังสำเร็จความใครด้วยตัวเอง? พรินซ์หรือนิกกี้? ฝ่ายหนึ่งเสนอว่าน่าจะเป็นนิกกี้เพราะเธอคือปิศาจกระหายเซ็กซ์ อีกฝ่ายแย้งว่าน่าจะเป็นพรินซ์เพราะดูจากรูปประโยค บวกกับคำว่านิตยสาร น่าจะเป็นผู้ชายนะที่ดูนิตยสารแล้วช่วยตัวเอง ก็มีคนบอกว่านิกกี้น่ะบ้าสุดขั้ว เธอคงเอานิตยสารมาม้วนให้เป็นแท่งทรงกระบอก…

แต่ช่างมันเถอะ ไม่ใช่ประเด็น เพราะยังไงพีเอ็มอาร์ซีก็ประทับตราว่าเพลงนี้ลามก แต่พีเอ็มอาร์ซีไม่อาจหยุดความโด่งดังของอัลบั้มเพอเพิลเรนได้ อัลบั้มนี้ขายได้มากกว่า 13 ล้านชุดในสหรัฐอเมริกา และเพลงนี้ก็มีคนนำไปเล่นหลายคน เช่น ฟูไฟต์เตอร์

ปีค.ศ. 2001 พรินซ์ปวารณาตัวเป็นพยานพระยะโฮวา เลยไม่เล่นเพลงนี้ในคอนเสิร์ตอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนหลังก็กลับมาเล่นเหมือนเดิม

“ชูการ์วอลส์” จากอัลบั้ม อะไพรเวตเฮฟเวน ของชีนา อีสตัน

ชีนา อีสตันเคยเป็นสาวใสวัยทีนน่ารัก แต่พอทำอัลบั้มมาได้สักห้าหรือหกชุดก็สลัดภาพกลายเป็นราชินีเพลงป็อปแดนซ์เน้นความเซ็กซีแทน

เพลง “ชูการ์วอลส์” เขียนโดยพรินซ์ (ใช้นามแฝง อเล็กซานเดอร์ เนเวอร์มายน์) โดนข้อหาลามกจากเนื้อเพลงที่ว่า

Come inside my sugar walls
Come spend the night inside my sugar walls

เข้ามาข้างในกำแพงน้ำตาลของฉันสิ
มาใช้เวลาคืนนี้ข้างในกำแพงน้ำตาลของฉันสิ
(ตีความว่ากำแพงน้ำตาล -ชูการ์วอลส์ – คืออวัยวะเพศหญิง)

เพลงนี้ติดท็อป 10 ในอเมริกา และอัลบั้มก็ขายได้เกินล้านชุดในอเมริกา เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของชีนา

“อีตมีอะไลฟ์” จากอัลบั้ม ดีเฟนเดอร์ออฟเดอะเฟธ ของจูดาสพรีสต์

ตอนแรกเห็นชื่อจูดาสพรีสต์นึกว่าจะโดนเรื่องความรุนแรง กลายเป็นว่า “อีตมีอะไลฟ์” โดนเรื่องลามกอนาตารเพราะแสดงออกเรื่องเพศแนวเจ้านายกับทาส (S&M) จากเนื้อเพลง

Sounds like an animal, panting to the beat
Groan in the pleasure zone and gasping from the heat
Gut-wrenching frenzy that deranges every joint
I’m going to force you at gun point

ใช้ปืนบังคับให้อีกฝ่ายใช้ปากกับท่อนเนื้อแข็งแกร่งทรงพลัง…

งานนี้จูดาสพรีสต์ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร แต่ในอัลบั้มถัดมา เทอโบ พวกเขามีเพลงชื่อ “พาเรนทัลไกด์แดนซ์” ที่มีเนื้อหาว่า “Don’t you remember what it’s like to lose control? Put on my jacket before you get too old We don’t need no parental guidance

“สแตรปออน ‘ร็อบบี้เบบี้’” จากอัลบั้ม ไวลด์แอนิมอล ของวานิตี

เด็กปั้นของพรินซ์ และเธอคือต้นแบบของนิกกี้ในเพอเพิลเรน และเพลง “ดาร์ลิงนิกกี้”

Come on and stroke me
Strap this thing on tight If you want to glide down my hallway, it’s open
Strap yourself in and ride

วานิตีเคยอยู่วงวานิตี 6 เมื่อมาออกอัลบั้มเดี่ยว ไวลด์แอนิมอล กับโมทาวน์ก็โปรโมตทำนองว่าเธอคือพรินซ์เวอร์ชันหญิง (พรินซ์เคยให้สัมภาษณ์สมัยวงวานิตี6 ว่าเวลามองไปที่วานิตีแล้วเหมือนเห็นตัวเอง) แต่วานิตีไม่เคยรุ่งทางดนตรี หรือทางการแสดง แต่เป็นข่าวจากการควงคู่อดัม แอนต์ บิลลี ไอดอล และเคยหมั้นกับนิกกี ซิกซ์ ภายหลังเธอกลับมานับถือคริสต์แบบเคร่งครัด และถอยห่างจากวงการดนตรี

“บัสตาร์ด” จากอัลบั้ม เชาต์แอตเดอะเดวิล ของมอตลีครู

เพลงนี้โดนข้อหารุนแรง เพราะเนื้อเพลง Out go the lights, in goes my knife Pull out his life, consider that bastard dead บรรยายว่าแทงไอ้ห่านั่นตาย รุนแรงหรือไม่?

มอตลีครูมองเห็นโอกาสว่าเมื่อมีสติกเกอร์ประทับตราบนอัลบั้มแบบนี้น่าจะเอามาใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดได้ อย่างเช่นออก “แพ็กเกจพิเศษจำกัดจำนวนเรตเอ็กซ์” เพราะเชื่อว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ อะไรที่คนห้ามเด็กและเยาวชนมักสนใจเสมอ

“เล็ตมีพุตมายเลิฟอินทูยู” จากอัลบั้ม แบ็กอินแบล็ก ของเอซี/ดีซี

พีเอ็มอาร์ซีอ้างว่าเนื้อหาพูดถึงการขอร่วมเพศโจ๋งครึ่ม แต่ตอนนั้นอัลบั้มแบ็กอินแบล็กขายได้มากกว่า 10 ล้านชุดไปแล้ว และดูเหมือนเอซี/ดีซีจะไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่และสถานภาพของพวกเขาไม่สั่นสะเทือนแม้แต่น้อย

แองกัน ยังส์บอกว่า “พูดถึงร็อกแอนด์โรลมันก็มีแค่เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว เสรีภาพ และเมื่อใครสักคนพยายามฆาตกรรมเสรีภาพเราจะต่อต้านมัน”

“วีน็อตกอนนาเทกอิต” จากอัลบั้ม สเตย์ฮังกรี ของทวิตเต็ดซิสเตอร์

เพลงนี้โดนแปะป้ายว่ารุนแรง ด้วยความกังขาว่าเนื้อหารุนแรงตรงไหน? ใครฟังก็ต้องง

“ตอนที่ประกาศว่า “วีน็อตกอนนาเทกอิต” ติดโผ 15 เพลงหยาบช้า อัลบั้ม สเตย์ฮังกรี ขายได้สองล้านแผ่นไปแล้ว ดี ชไนเดอร์ เป็นหนึ่งในสามนักดนตรีที่ไปพบคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐเกี่ยวกับการพาณิชย์ วิทยาศาสตร์ และการขนส่งในวันที่เปิดพิจารณาคำร้อง

“ในรายชื่อเพลงนี้มีเพลงของเรา ‘วีน็อตกอนนาเทกอิต’ รวมอยู่ด้วย โดยประทับตรา วี เพราะคิดว่าเนื้อหาของเพลงมีความรุนแรง แต่คุณอ่านเนื้อเพลงก่อนสิว่าไม่มีความรุนแรงใดใดทั้งสิ้นในเพลงนี้ ทำให้ผมสับสนว่า พีเอ็มอาร์ซีคงจะสับสนกับการนำเสนอมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ซึ่งเนื้อเพลงหรือความหมายที่อยู่ในเพลงไม่มีความรุนแรง ไม่ใช่เรื่องลับอะไรสักหน่อยที่เรื่องราวในวิดีโอไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเพลง ในมิวสิกวิดีโอเป็นเพียงคนจริงนำมุกจากการ์ตูนโรดรันเนอร์กับวิลอี ไคโยตี้มาใช้ ทุกมุกมาจากความชอบส่วนตัวที่ผมดูการ์ตูน”

“เดรสยูอัป” จากอัลบั้ม ไลก์อะเวอจิน ของมาดอนนา

ไม่ต้องสงสัย เพลงนี้เกี่ยวกับเซ็กซ์ ตอนออกอัลบั้มแรกขายได้สองล้านแผ่น แต่พอมาอัลบั้ม ไลก์อะเวอจิน ขายได้เป็นสองเท่า มาดอนนากลายเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ และเธอให้สัมภาษณ์สปินในปีนั้นว่า “ฉันคงไม่ประสบความสำเร็จถ้าไม่มีเรื่องนัยยะทางเพศ ฉันเซ็กซีแล้วจะให้ฉันปกปิดตัวตนได้อย่างไร? มันเป็นส่วนหนึ่งของฉัน ต่อให้มีถุงครอบหัวครอบตัวฉันทั้งหมด แต่เวลาฉันร้องเพลงออกมามันก็เซ็กซี่อยู่ดี”

มาดอนนาใช้ธีมเกี่ยวกับการหาความสุขทางเพศและใช้ชีวิตแบบเชื่อมั่นความเป็นหญิงของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้

“แอนิมอล (ฟักไลก์อะบีสต์)” จากอัลบั้ม วอปส์ ของวอปส์

ภาพพจน์ของวงวอปส์ชวนเชิญให้ผู้ปกครองมองอย่างไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว ในสมัยที่ดนตรีช็อกร็อกกำลังเสื่อมความนิยม ลอสแอนเจลิสเริ่มเข้าสู่แกล็มเมทัล วอปส์นำแกล็มเมทัลมาผสมกับช็อกร็อกจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“I got pictures of naked ladies lying on my bed
I’m making artificial love for free
I start to howl in heat
I fuck like a beast”

แบล็กกี ลอว์เลสเคยบอกว่า W.A.S.P. ย่อมาจาก We Are Sexual Perverts เรามันพวกวิปริตทางเพศ (แต่ความจริงวงนี้คือวอปส์ ที่แปลว่าตัวต่อธรรมดา ๆ นี่เอง แค่ใส่จุดให้ดูเหมือนเป็นตัวย่อของอะไรสักอย่างเท่านั้น)

ด้วยภาพลักษณ์ที่แสดงออกในช่วงแรก ทั้งเลือก หญิงสาวกึ่งเปลือย เลื่อยไฟฟ้า เพลง “แอนิมอล (ฟักไลก์อะบีสต์) โดนตัดออกจากอัลบั้มแรกของวงโดยแคปิตอลโดยที่ตอนนั้นพีเอ็มอาร์ซียังไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ แต่แคปปิตอลเล็งเห็นว่าอาจทำให้ร้านค้าปลึกไม่ยอมนำอัลบั้มนี้ไปวางจำหน่ายหากมีเพลงนี้อยู่จึงถอดออกจากอัลบั้ม ตอนแรกจะออกเป็นซิงเกิลแต่สุดท้ายก็ไม่ยอมออก จนทางวงต้องนำเพลงนี้มอบให้บริษัทแผ่นเสียงอิสระในอังกฤษ มิวสิกฟอร์เนชัน จำหน่ายเป็นซิงเกิล

เนิ่นนานหลายปี อัลบั้มแรกที่นำมาออกใหม่จึงได้นำเพลงนี้กลับไปไว้ในอัลบั้ม แต่เมื่อแบล็กกี้กลับมาปวารณาตัวเป็นคริสเตียนที่ดี เขาเลิกเล่นเพลงนี้ไปเลย

“ไฮแอนด์ดราย (แซตเทอเดย์ไนต์)” จากอัลบั้ม ไฮแอนด์ดราย ของเดฟเลพเพิร์ด

I got my whiskey I got my wineI got my woman and this time, the lights are going out

เดฟเลพพาร์ดอาจจะเป็นวงจากกลุ่มนิวเวฟออฟบริติชเฮฟวีเมทัลที่มีอัลบั้มจำหน่ายมากที่สุด แม้ว่าช่วงที่พวกเขาโด่งดังสุดขีดจะกลมกลืนไปสู่ป็อปเมทัลแล้วก็ตาม แต่กาลครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยทำเพลงแรง ๆ อย่างเช่น “ไฮแอนด์ดราย (แซตเทอเดย์ไนต์)” ซึ่งต่อมาโดนพีเอ็มอาร์ซีประทับตราว่าเพลงนี้ยั่วยุให้เมาหัวราน้ำ เอาแต่เสพยา แต่โจ เอลเลียตอธิบายว่า เพลงนี้มันคือเพลงปาร์ตี้ เด็ก ๆ ก็ต้องการความบันเทิงไร้สติแบบนี้สำหรับช่วงเวลาพักผ่อน อัลบั้ม ไฮแอนด์ดราย ออกมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1981  ขายได้หลักล้าน และตอนนั้นเดฟเลพเพิร์ดทำอัลบั้มฮิต ไพโรมาเนีย ขายได้เกิน 5 ล้านในอเมริกา และอัลบั้มถัดมา ฮีสทีเรีย ทำยอดถล่มทลายกว่า 10 ล้านชุดในอเมริกา

“อินทูเดอะโคเวน” จากอัลบั้ม เมลิซซา ของเมอซีฟูลเฟต

ประโยค Come, come into my coven and become Lucifer’s child ทำให้โดนประทับตราว่าเป็นพวกนอกรีตนับถือซาตาน “ผมรู้ว่าคนชอบทำให้ตัวเองมีความกลัวเล็กน้อย พวกเขาชอบมัน เพราะอย่างนั้นพวกเขาถึงดูหนังสยองขวัญ คนที่ไม่ชอบเนื้อเพลงเพราะมีคำว่าซาตานอยู่ แต่คนกลุ่มนั้นก็ไปดูหนังฮัลโลวีนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมถึงรับกับเนื้อเพลงไม่ได้ล่ะ คิดว่าเป็นเรื่องสยองขวัญสิ แค่นั้นเอง” คิงไดมอนด์เปิดปาก

หลังจากโดนประทับตราจากพีเอ็มอาร์ซี เมอซีฟูลเฟตก็แยกวงไปคนละทางเพราะมีความคิดทางดนตรีขัดแย้งกัน คิงไดมอนด์มาทำงานในนามคิงไดมอนด์ ออกอัลบั้มสยองขวัญสั่นประสาทมาเป็นระยะ

“แทรชด์” จากอัลบั้ม บอร์นอะเกน ของแบล็กซับบาธ

เห็นชื่อแบล็กซับบาธนึกว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนอกรีตแบบเมอซีฟูลเฟต แต่กลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุรายาเสพติด เพลงนี้เอียน กิลแลนเขียนจากประสบการณ์ที่เขาขับรถขณะเมาจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าอ่านเนื้อเพลงจริงจังตั้งใจ กลับกลายเป็นเนื้อหาเตือนคนฟังว่าเมาอย่าขับมากกว่า

“Thank you Mr. Miracle
you saved me from some pain
I thank you Mr. Miracle I won’t get trashed again
Oh can’t you hear my lies?
Don’t you bother with this fool just laugh into his eyes”.

“อินมายเฮาส์” จากอัลบั้ม โอนลีฟอร์ยู ของแมรีเจนเกิร์ลส์

When it comes down to makin’ love I’ll satisfy your every need And every fantasy you think up”

แมรีเจนเกิร์ลส์เคยเป็นนักร้องแบ็กอัปให้กับริก เจมส์มาก่อน เมื่อริก เจมส์คิดว่าพวกเธอเยี่ยมเกินกว่าจะเป็นแค่นักร้องแบ็กอัปเขาก็จัดการให้พวกเธอได้ออกอัลบั้ม ทั้งเขียนเพลงและโปรดิวซ์ให้ ออกอัลบั้มมาเพียง 2 ชุดก็แยกย้ายไปคนละทางเพราะริก เจมส์มีปัญหากับโมทาวน์จนต้องออกจากบริษัท พวกเธอไม่มีคนสนับสนุนต่อ

“อินมายเฮาส์” เป็นเพลงฮิตที่สุดของพวกเธอ ติดท็อปเทนในปีค.ศ. 1985

“เราพูดในสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่กล้าพูด และในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแล้วถ้าขาดการสื่อสารที่ดีมันจะทำให้ต้องแยกไปคนละทาง” คิมเบอลี วูเลทิชอธิบาย “เราอยากจะช่วยพวกสาว ๆ ที่รัก ฟังเพลงนี้นะนี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกคุณ”

“โพรเซสเซด” จากอัลบั้ม โพรเซสเซด ของวีนอม

I drink the vomit of the priests
Make love with the dying whore
Satan, as my master incarnate
Hell, praise to the unholy host

เรื่องนอกรีต “โครนอสเล่าว่า “ผมไม่เคยเทศนาสั่งสอนเรื่องลัทธิซาตาน นอกรีต มนต์ดำ หรืออะไรทั้งนั้น” ร็อกแอนด์โรลมันเป็นเรื่องความบันเทิงและมันก็จะไปไกลเท่าที่จะไปได้”

“ชีบ็อบ” จากอัลบั้ม ชีโซอันยูสชวล ของซินดี ลอเปอร์

เนื่อจากเนื้อหาเพลงนี้เกี่ยวกับการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง แถมภายหลังซินดีให้สัมภาษณ์โฮเวิร์ด สเติร์นว่าเธอตอนเธอบันทึกเสียงเพลงนี้เธอเปลือยเปล่าไม่สวมอาภรณ์ใดใด (แต่เมื่อปีค.ศ. 2013 เธอบอกว่าเธอเปลือยแค่ช่วงบนตอนบันทึกเสียง แต่ตอนกำลังบันทึกเสียงเธอช่วยตัวเองไปด้วย ถึงได้มีเสียงหัวเราะช่วงท้ายเพลง)

ซินดีอ้างว่าเธออยากให้เด็กคิดว่านี่เป็นเพลงเกี่ยวกับการเต้นรำ แต่เมื่อเด็กโตขึ้นจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงเองในภายหลัง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.