The Return of 1984


หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า หนังสือนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลกลายเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งในเว็บแอมะซอน

ซึ่งในรายงานดังกล่าวชี้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งให้ยอดจำหน่ายหนังสือ 1984 เพิ่มขึ้น 9,000 เปอร์เซ็นต์มาจากเมื่อ เคลลีแอนน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ได้พูดออกมาขณะให้สัมภาษณ์ในรายการ “พบสื่อมวลชน” ช่องเอ็นบีซีว่า

“Don’t be so overly dramatic about it, Chuck. You’re saying it’s a falsehood, and … our press secretary, Sean Spicer, gave alternative facts to that”

“อย่าทำให้มันกลายเป็นละครมากเกินไป ชัค คุณกำลังจะบอกว่ามันเป็นความเท็จและ … หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ของเรา ฌอน สไปเซอร์ได้ให้ข้อเท็จจริงทางเลือก”

ฌอน สไปเซอร์ หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ของทำเนียบขาวได้จัดแถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2017 ได้กล่าวหาสื่อมวลชนได้ประเมินจำนวนคนที่มาร่วมพิธีสาบานตนของโดนัลด์ ทรัมป์ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะจำนวนคนที่มาร่วมพิธีสาบานตนของโดนัลด์ ทรัมป์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา คือมีคนมาประมาณ 720,000 คน

แต่สื่อมวลชนอเมริกันหลายสำนัก เช่น หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ สถานีโทรทัศน์เอบีซี และซีเอ็นเอ็นได้โต้แย้งตัวเลขที่นายสไปเซอร์กล่าวอ้าง

คำว่า ข้อเท็จจริงทางเลือก – alternative facts – กลายเป็นประโยคเด็ดของวันและหลายวันหลังจากนั้น

หนังสือ 1984 ของจอร์จ ออร์เวล วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1949 เขียนถึงระบอบเผด็จการ (ในสมัยนั้นคือเทียบเคียงสหภาพโซเวียต) คาดกันว่าเนื้อหาว่าด้วยสภาพสังคมที่อาจเกิดขึ้นได้ในยุคปัจจุบันทำให้หนังสือเล่มนี้มีคนสนใจอ่านกันมากขึ้น โดยเฉพาะแนวคิดของโดนัลด์ ทรัมป์หลายอย่างที่ไม่สนใจความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ (อ้างว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องหลอกลวงของประเทศจีน) การกระตุ้นความหวาดกลัวต่อต่างชาติ (ชาวมุสลิมและบรรดาผู้อพยพ) และความพยายามสร้างภาพว่าผู้นำจะปกป้องพวกเขาได้

บิ๊กบราเธอร์ กับประโยคเด็ด “The Big Brother is Watching You” หรือ “พี่ใหญ่ (ท่านผู้นำ) จับตามองคุณอยู่” มีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ติดตั้งทุกหนแห่ง 24 ชั่วโมงทำหน้าที่แพร่ภาพโฆษณาชวนเชื่อ และบันทึกเสียงประชาชนทั้งในที่สาธารณะและในบ้านเรือนอาคาร ก็ไม่ได้ไกลตัวประชาชนอเมริกันเพราะไม่นานมานี้เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนได้เปิดเผยความจริงอันน่ากลัวว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency – NSA) ก็เฝ้าดักฟังความเคลื่อนไหวของประชาชนเข้าข่ายละเมิด

ความพยายามจะครอบงำและบิดเบือนความจริง “ข้อเท็จจริงทางเลือก” alternative facts ที่ฌอน สไปเซอร์ และทีมงานของโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่ามีคนมาร่วมงานพีธีสาบานตนของโดนัลด์ ทรัมป์มากที่สุดในประวัติศาสต์ ทั้งที่มีภาพถ่ายให้เห็นชัดเจนว่าคนมาร่วมงานน้อยมาก ข้อเท็จจริงทางเลือกก็ไม่ต่างไปจากการบินเบือนที่อ้างอิงในนิยายว่า

is the freedom to say that two plus two make four,” even though the Party will force him to agree that “TWO AND TWO MAKE FIVE

มีเสรีภาพพอจะพูดว่าสองบวกสองทำให้สี่ “แม้ว่าพรรคจะบังคับให้เขายอมรับว่า สองบวกสองเท่ากับห้า

ความคิดแบบชาตินิยมแบบที่โดนัลด์ ทรัมป์กำลังโฆษณาชวนเชื่อว่าจะทำให้ อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง ก็ไม่ต่างจากแนวคิดของ “พี่ใหญ่” ที่ครอบงำโดยมอบความฝันต่อประชาชนว่าจะรวยด้วยล็อตตารี เชื่อตามท่านผู้นำว่า สงครามคือสันติภาพ เสรีภาพคือการเป็นทาส และความไม่รู้คือพลัง

นอกจาก 1984 แล้วยังมีนิยายเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสังคมเผด็จการ เช่น แอนิมอลฟาร์ม ของจอร์จ ออร์เวล เบรฟนิวเวิลด์ ของอัลดัส ฮักซ์ลีย์ ฟาร์เรนไฮห์ 451 ของ เรย์ แบรดบิวรี เดอะแฮนเมดส์เทล ของ มาร์กาเรต แอตวู้ด

 

Advertisements

One Reply to “The Return of 1984”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.