The Beatles and LSD


ฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 1965 จอห์น เลนนอน ซินเธีย (ภรรยาของจอห์น) จอร์จ แฮริสัน แพตตี้ บอยด์ (ภรรยาของจอร์จ) ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำที่บ้านจอห์น ไรลีย์ กับซินเธีย เบอรี อาหารค่ำมื้อนั้นจบด้วยกาแฟ ซึ่งเมื่อดื่มจนหมดจอห์น ไรลีย์ถึงเปิดปากบอกว่าในน้ำตาลก้อนมีแอลเอสดีผสมอยู่

จอห์น เลนนอนโกรธจอห์น ไรลีย์ เขารู้จักยาเสพติดชนิดนี้ดีจากการอ่านเรื่องราวของทิโมธี เลียรี อาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อปีค.ศ. 1963 (เหตุผลที่ประกาศอย่างเป็นทางการคือทิโมธีละทิ้งหน้าที่ไม่เข้าสอนและทำกิจกรรมที่อาจารย์ผู้สอนควรทำ) และผลหลอนประสาทของแอลเอสดีหรือโอสถลวงจิตเป็นที่กล่าวถึงกว้างขวาง

original_beatles

ซินเธียเล่าภายหลังว่าเธอรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพยนตร์สยองขวัญ ห้องที่เคยปกติธรรมดาก็ดูใหญ่ขึ้นผิดปกติ ส่วนจอห์น เลนนอนให้สัมภาษณ์กับนิตยสารโรลลิงสโตนในปีค.ศ. 1971 ว่า ตอนที่เข้าลิฟต์เขารู้สึกเหมือนว่ามีกองไฟอยู่ในลิฟต์ แต่จริง ๆ มันเป็นแค่หลอดไฟสีแดงดวงเล็ก แต่ละคนต่างตะโกนบ้าคลั่งไร้สติ ส่วนจอร์จ แฮริสันเล่าว่าเขารู้สึกเหมือนได้พบพระเจ้า และในช่วงเวลาเพียง 12 ชั่วโมงรู้สึกเหมือนนานเป็นร้อยปี เมื่อทั้ง 4 ออกจากบ้านของจอห์น ไรลีย์ ก็กลับไปที่บ้านของจอร์จ แฮริสัน ซึ่งจอห์น เลนนอนเล่าว่าบ้านของจอร์จกลายเป็นเรือดำน้ำกำลังลอยเหนือกำแพง และเขากำลังดำน้ำอยู่

นั่นคือประสบการณ์เกี่ยวกับโอสถลวงจิตครั้งแรกของจอห์นและจอร์จแห่งเดอะบีตเทิลส์ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะสะอาดมาตั้งแต่ต้น เมื่อครั้งที่เดอะบีตเทิลส์ไปเยือนอเมริกาช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1964 มีโอกาสได้พบบ็อบ ดีแลนและได้รับคำชวนให้ลองสูบกัญชาพาให้โลกสดใส ซึ่งจอห์นบอกว่าเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทำรับเบอร์โซล

เมื่อทั้งจอห์นและจอร์จฟื้นคืนสติเรียบร้อย ประสบการณ์ที่ได้จากโอสถลวงจิตกลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ถึงขนาดที่จอร์จเล่าว่าโอสถลวงจิตได้เปลี่ยนตัวเขาและจอห์นไปอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งไม่อาจสื่อสารกับริงโกและพอลได้อีกแล้ว ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจชวนให้ริงโกและพอลลองลิ้มโอสถลวงจิตดูบ้าง

คราวนี้พวกเขาเตรียมการอย่างดี โดยใช้เวลาในช่วงไปออกทัวร์อเมริกา ฤดูร้อยปีค.ศ. 1965 มีช่วงเวลาพักเบรก 5 วัน ก็มาเช่าบ้านในย่านเบเวอรีฮิลล์ของซาซา กาบอร์ นักแสดงสาวผู้โด่งดัง แต่มีเพียงริงโกที่สนใจเข้าร่วมรับรู้ประสบการณ์แบบเดียวกับจอร์จและจอห์น ส่วนพอล แม็กคาร์ตนีย์ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลภายหลัง (อยู่ใน แอนโธโลจี) ว่า “สิ่งนั้นจะทำให้คุณเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คุณจะไม่มีทางกลับไปคิดแบบเดิมอีกครั้ง จอห์นตื่นเต้นที่จะเป็นแบบนั้น แต่ผมกลัวที่จะเป็นแบบนั้น”

สิ่งที่พอลกลัวและกังวลก็เป็นจริงอย่างนั้น อย่างเช่น ปีเตอร์ ฟอนดา ผู้มาหาเดอะบีตเทิลส์พร้อมกับสมาชิกวงเดอะเบิดส์ (The Byrds) เพื่อสังสรรค์กับสี่หนุ่มจากเกาะอังกฤษ เล่าว่า ตอนที่เขานั่งอยู่ในบ้านกับจอร์จ จู่จู่จอร์จก็บอกว่าเขาคิดว่ากำลังจะตาย ปีเตอร์เลยบอกว่าอย่าเครียดอะไรไปเลยทำใจให้สบายและผ่อนคลาย แถมปีเตอร์ยังเล่าประสบการณ์ในวัย 10 ขวบที่ทำปืนลั่นใส่ท้องตัวเองจนเกือบเสียชีวิตให้จอร์จฟัง กลายเป็นว่าเรื่องที่ปีเตอร์เล่า (และย้ำไปย้ำมา) ทำให้จอร์จและจอห์นเกิดสติแตก โรเจอร์ แม็กกวินสมาชิกวงเดอะเบิดส์เล่าว่าในวันนั้นเรื่องราวมันดูอึมครึมและน่าขนลุกจนจอห์นขอให้ปีเตอร์กลับออกไปก่อน

และประสบการณ์เกี่ยวกับแอลเอสดีส่งให้เกิดอัลบั้มรีวอลเวอร์…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.