Led Zeppelin: เพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากเลดเซพพลิน


ปัญหาเรื่องลอก/แรงบันดาลใจ มีมาไม่รู้จบสิ้น ทั้งที่เป็นเรื่องขึ้นศาลใหญ่โตอย่างเฟอร์เรล วิลเลียมไปเอาเพลงของมาร์วิน เกย์มาใช้ จนโดนฟ้อง ต้องจ่ายเงินเจ็ดล้านสี่แสนดอลลาร์ให้กับทายาทมาร์วิน หรือเรื่องเล็กน้อยเอามานินทาเสียดสีกันสนุกสนานก็มีไม่น้อย อย่างที่กำลังจะเขียนถึงนี่แหละ

เรื่องนี้ซีเรียส คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาชุบมือเปิบเอาผลผลิตจากสมองตัวเองไปใช้ฟรี ๆ ไม่มีเครดิต แต่มานึกถึงความเป็นจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอย ๆ ย้อนกลับไปในอดีตตั้งแต่โมสาร์ท บีโธเฟน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่รับอิทธิพลจากคนอื่นทางใดทางหนึ่ง และเป็นแบบนั้นมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ แม้แต่เป็นคนที่ประกาศตัวว่า ออริจินัล ก็ต้องรับอิทธิพลจากทางใดทางหนึ่งแน่นอน

ดูอย่างเลดเซพพลินเป็นต้น เชื่อว่าคนที่ฟังเพลงร็อกคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความ “ออริจินัล” ของเลดเซพพลิน เทคนิคการเล่น และไอเดียการทำเพลงของจิมมี เพจ โรเบิร์ต แพลนต์ จอห์น พอล โจนส์ และ จอห์น บอนแนม ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีรุ่นหลังนับไม่ถ้วน แต่วงเลดเซพพลินก็เคยโดนข้อครหาเรื่องลอกเพลงคนอื่น ต้องจ่ายเงินและเปลี่ยนเครดิตเพลงไปหลายเพลง ที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ก็โดนฟ้องศาลหาว่าท่อนอินโทร “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ไปลอกมาจากเพลงของวงสปิริต

แต่นึกกรณีที่เลดเซพพลินฟ้องวงอื่นว่าลอกเพลงตัวเองไม่ออก ทั้งที่มีหลายวงที่น่าจะเข้าข่ายว่าไปลอกไอเดียของเลดเซพพลินมา หรือว่าเลดเซพพลินเข้าใจความรู้สึกว่าสมัยตัวเอง “ได้แรงบันดาลใจ” จากคนอื่นเป็นอย่างไร แต่พอคนอื่น “ได้แรงบันดาลใจ” จากตัวเองบ้างเลยทำตัวสบาย ๆ แต่ก็มีแขวะบ้างเหมือนกันที่พอจะหาหลักฐานได้ก็บทสัมภาษณ์ของ จิมมี เพจ ที่เคยพาดพิงถึงวงดนตรีที่ “สำเนา” เล็ดเซพพลินไปใช้ในนิตยสารมิวสิกเชียน ฉบับเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1988 ไว้ดังนี้

มิวสิกเชียน: คุณเคยฟังวงคิงดอมคัมมั้ย?

จิมมี เพจ: หมายถึงวงคิงดอมโคลนใช่มั้ย (Clone – ร่างสำเนา) ผมฟังอัลบั้มชองพวกเขาแล้วล่ะ ผมขำมากตอนที่ฟังมัน แต่ไม่ขำมากเท่าฟังไวต์สเน็ก มันเป็นแบบนั้น คิงดอมคัมเหมือนมาก แล้วสิ่งที่เข้ามาในหัวของผมก็คือมือกีตาร์บอกว่าเขาไม่เคยฟังผมเล่น

มิวสิกเชียน: อะไรนะ?

จิมมี เพจ: ผมคิดว่ามันยากจะเชื่อ โดยเฉพาะจากมือกีตาร์ที่มาจากอเมริกา มือกีตาร์ร็อกแอนด์โรลที่ไม่เคยฟังเพลงของเลดเซพพลินมาก่อน มันน่ามหัศจรรย์มาก งั้นผมคงจะไปหาเขาแบบผีดูดเลือดแล้วก็ไปกัดคอเปลี่ยนเขาให้เป็นแบบผม

มิวสิกเชียน: คุณว่าที่น่าขำกว่าคือเดวิด คัฟเวอร์เดล

จิมมี เพจ: “ผมขำมากตอนที่เห็นวิดีโอครั้งแรก ตอนที่มือกีตาร์เอาคันชักไวโอลินออกมา ผมถึงกับหัวเราะตกเตียง ผมไม่คิดเลยว่าจะมีใครทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้น มันตลกจริง ๆ ผมคิดว่าพวกเขาดังพอตัว มีความต่างระหว่างการเอาริฟฟ์มาใช้ เอาริฟฟ์มาทำใหม่ หรือแค่ขโมยริฟฟ์ไปใช้ ถ้าคุณจะทำเพลงอย่าง “เก็ตอิตออน” อย่างน้อยก็ควรพยายามเปลี่ยนวิธีการร้องหน่อย ถ้าปล่อยให้ทำนองกับริฟฟ์มีเสียงเหมือนกันขนาดนี้ก็จะเป็นได้แค่คิงดอมออฟเดอะโคลน”

แต่ถึงจิมมี เพจจะขำเดวิด คัฟเวอร์เดลอย่างไร ต่อมาก็จับมือทำวงร่วมกับเดวิดในชื่อ คัฟเวอร์เดลแอนด์เพจ ราวกับลืมไปแล้วว่าเขาเคย “ขำจนตกเตียง”

ช่วงโรเบิร์ต แพลนต์ออกทัวร์ นาวแอนด์เซน เคยให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงเดวิด คัฟเวอร์เดลแห่งไวต์สเน็กว่า เป็น เดวิด คัฟเวอร์เวอร์ชัน เพราะตอนนั้นไวต์สเน็กโด่งดังมากกับอัลบั้มไวต์สเน็ก (1987) ตอนนั้นมีคนตั้งข้อสังเกตุว่าภาพลักษณ์การแสดงออกของเดวิด คัฟเวอร์เดลช่างคล้ายคลึงโรเบิร์ต แพลนต์เสียเหลือเกิน หรือในมิวสิกวิดีโอเพลง “สติลออฟเดอะไนต์” ก็ให้เอเดรียน แวนเดนเบิร์กเอาคันสีไวโอลินมาใช้กับกีตาร์ ทั้งที่เพลงจริงไม่มีการใช้เทคนิคนี้แต่อย่างใด แถมท่อนริฟฟ์เพลงนี้ก็คล้ายคลึงกับ “อินมายไทม์ออฟดายอิง” และยังมีท่อนเบรคคล้าย “โฮลล็อตตาเลิฟ” และนั่นไม่ใช่ครั้งแรก เพราะไวต์สเน็กยุคแรกก็มีเพลง “สโลว์แอนด์อีซี” จากอัลบั้ม “สไลด์อิตอิน” ที่ริฟฟ์เหมือนกับลอกเลียนเล็ดเซพพลินมา

นี่คือมิวสิกวิดีโอเพลง “สติลออฟเดอะไนต์” โปรดสังเกตเดวิด คัฟเวอร์เดล ท่อนริฟฟ์ และลีลาของบทเพลงว่ามีส่วนละม้ายเลดเซพพลินอย่างที่มีคนตั้งข้อสังเกตหรือไม่

มาดูเพลงของคิงดอมคัม ที่โดนจิมมี เพจ พาดพิงว่าเหมือนร่างสำเนาของเลดเซพพลิน กับเพลง “เก็ตอิตออน” เพลงฮิตจากอัลบั้มแรกของวงเมื่อปีค.ศ. 1987

อัลบั้มแรกของคิงดอมคัมออกมาประสบความสำเร็จ ขายได้หลักล้านแผ่น แต่สื่อมวลชนชาวร็อกต่างนำเพลงของพวกเขาไปเปรียบเทียบว่าเหมือนสำเนาเล็ดเซพพลิน แดนนี สแต็กมือกีตาร์หงุดหงิดจนพิมพ์ประโยคว่า KINGDOM COME guitarist announces he’s never heard of Jimmy Page (มือกีตาร์คิงดอมคัมประกาศว่าเขาไม่เคยฟังจิมมี เพจมาก่อน) ส่วนเลนนี วูล์ฟนักร้องนำอธิบายภายหลังว่า สมัยนั้นพวกเขาอายุยังน้อยด้อยประสบการณ์ เวลาเขียนเพลงก็ต้องมีอิทธิพลของวงดนตรีที่ชอบโผล่มาเป็นปกติธรรมดา

แต่ “เก็ตอิตออน” ดูจะละม้ายเลดเซพพลินเกินปกติธรรมดา ดูท่าว่าเลนนีจะชอบ “แคชเมียร์” มากเป็นพิเศษ

สมัยที่ฟังอัลบั้มแรกของคิงดอมคัมเกิดความรู้สึกสองอย่าง อย่างแรก เพลงเหมือนกับเลดเซพพลินมาเอง พวกเขาไม่ปิดบังอิทธิพลทางดนตรีแม้แต่น้อย อีกความรู้สึกหนึ่งคือ ถ้าตัดอคติว่าพวกเขาเป็นสำเนาของเลดเซพพลิน อัลบั้มคิงดอมคัมก็เป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมน่าฟังมากเหมือนกัน

ถ้าว่า “เก็ตอิตออน” คล้ายเลดเซพพลิน ลองมาฟังเพลง “โลนลีอิสเดอะไนต์” ของบิลลี สไควเออร์ ดูเสียก่อน

บิลลี สไควเออร์ประสบความสำเร็จพอสมควรสมัยทำวงไปเปอร์ แต่มาประสบความสำเร็จมหาศาลตอนออกอัลบั้มเดี่ยว โดยเฉพาะอัลบั้ม โดนต์เซย์โน ปีค.ศ. 1981 มีเพลงฮิตหลายเพลง “สโตก” “อินเดอะดาร์ก” และ “โลนลีอิสเดอะไนต์” ซึ่งฟังไปฟังมาก็คลายเพลง “โนบอดีฟอลต์บัตมายน์” ของเลดเซพพลิน ทั้งริฟฟ์กีตาร์และเสียงร้อง

ยิ่งช่วงนั้นเลดเซพพลินเพิ่งแยกวงกันไปเพราะจอห์น บอนแนมเสียชีวิต ทำให้มีคนล้อเลียนว่าบิลลี สไคว์เออร์คือคนที่มาสืบทอดดนตรีของเลดเซพพลิน

สมัยเลดเซพพลินกำลังดังมาก ๆ ทางอเมริกาก็มีวงมอนโทรส ของรอนนี มอนโทรส เป็นวงฮาร์ดร็อกที่มีพื้นบลูส์เหมือนเลดเซพพลิน อัลบั้มแรกของมอนโทรสออกเมื่อปีค.ศ. 1973 โฆษณาว่าเป็นเฮฟวีเมทัลวงแรกของอเมริกา จริงหรือไม่จริงไม่รู้ รู้แต่ว่ามีคนตั้งข้อสังเกตว่ารูปแบบดนตรีเหมือนตามรอยเลดเซพพลิน แต่เปเปอร์มันนี อัลบั้มที่ 2 ที่ออกในปีถัดมา ถึงจะอ่อนล้ากว่าอัลบั้มแรก แต่เพลง “ไอก็อตเดอะไฟเออร์” ทำให้หลายคนคิดไปว่ามอนโทรสไปเอาเพลงของเลดเซพพลินมาทำใหม่หรือเปล่า?

เพลง “ไอก็อตเดอะไฟเออร์” ตอนที่บ็อบ เจมส์เป็นนักร้องนำแล้ว เสียงสูงหน่อย ต่างจากแซมมี แฮเการ์ นักร้องนำต้นฉบับ โปรดสังเกตด้วยใจเป็นธรรมว่าคล้ายหรือไม่คล้ายเพลงของเลดเซพพลิน

ไม่ใช่แค่มอนโทรส คณะเดียว แม้แต่แอโรสมิธ ซึ่งโดนถากถางว่าเป็นร่างทรงโรลลิงสโตนส์ ก็เคย “ได้แรงบันดาลใจ” จากเลดเซพพลินเช่นกัน ใครได้ฟัง “สวีตอีโมชัน” เพลงดังจากอัลบั้ม ทอยอินดิแอตติก ปีค.ศ. 1975 ก็มีความละม้ายคล้ายคลึง “แทรมเปล็ดอันเดอร์ฟู้ด” ของเลดเซพพลินไม่น้อยเหมือนกัน แต่นี่คือความต่างของมืออาชีพ เพราะแอโรสมิธก็นำไปทำเป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงจะมีความคุ้นหูอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มีสำเนียงเลดเซพพลินไปหมด

สองพี่น้องแอนและแนนซี วิลสัน สมาชิกแกนนำวงฮาร์ตไม่เคยปิดบังว่าได้รับอิทธิพลจากเล็ดเซพพลิน บางครั้งพวกเธอก็เล่นเพลงเล็ดเซพพลินบนเวที และในเพลง “บาราคูดา” เพลงฮิตจากอัลบั้ม ลิตเติลควีน ก็แสดงให้เห็นว่าเลดเซพพลินมีอิทธิพลมากขนาดไหน แฟนเพลงเลดเซพพลินคงนึกถึงเพลง “อคีลิสลาสต์สแตนด์” ขึ้นมาแน่ ๆ

ไม่แค่นั้น ในอัลบั้มเดียวกัน เพลง “ดรีมออฟเดอะอาเชอร์” ยังทำให้แฟนเพลงเลดเซพพลินนึกถึงเพลง “แบตเทิลออฟเอเวอร์มอร์” อีกด้วย

เลนนี คราวิตซ์กับเพลง “ร็อกแอนด์โรลอิสเดด”

ใครว่าคนผิวดำต้องทำแต่ฮิปฮ็อป? เลนนี คราวิตซ์เคยให้สัมภาษณ์ว่าตอนที่เขายังเด็ก ครอบครัวย้ายจากนิวยอร์กมาลอสแอนเจลิส เขาได้พบอะไรใหม่ ๆ ทั้งชายหาด คนเล่นเพลงเลดเซพพลิน สูบกัญชา เล่นสเก็ตบอร์ดหรือไม่ก็กระดานโต้คลื่น ช่วงนั้นเขาหัดเล่นกีตาร์พอดี เลยรับอิทธิพลมาเต็ม ๆ “ร็อกแอนด์โรลอิสเดด” จึงไม่ต่างจาก “บริงอิตออนโฮม” มากนักทั้งริฟฟ์และริธึมกลอง แต่ “บริงอิตออนโฮม” ก็เป็นเพลงที่เลดเซพพลินไปขโมยมาจากซันนีบอย วิลเลียมสัน อีกที

ปิดท้ายด้วยวงนี้ ซาวนด์การเดน ตอนที่ฟังซาวนด์การ์เดนแรก ๆ ก็รู้สึกอยู่ว่าวงนี้เอาซาวนด์ของแบล็กซับบาธกับเลดเซพพลินหรือฮาร์ดร็อกยุคทศวรรษ 70 เป็นพื้นฐาน แต่เพลง “พริตตี้นูส” ทำเอารู้สึกว่าพวกเขารับอิทธิพลมาเยอะไปหน่อยมั้ย? ทำให้นึกถึง “แคชเมียร์” แต่ริธึมแบบ “โฮลล็อตตาเลิฟ” เพลงนี้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากเล็ดเซพพลิน แต่สร้างสรรค์ต่อจนเป็นซาวนด์การ์เดน

ความจริงยังมีอีกหลายเพลงที่ฟังแล้วได้รับอิทธิพลจากเลดเซพพลิน

เมื่อก่อน เคยอ่านสัมภาษณ์ของศิลปินผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง ท่านว่าการเอาเพลงมาทำเป็นเพลงไทยก็ต้องให้เครดิตคนทำนะ เพราะมันไม่ง่าย ท่านก็พูดตรงจากใจ แต่ตอนนั้นรับไม่ได้ อคติจับใจจนกระทั่งท่านเสียชีวิตไป แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าไม่ค่อยสนใจเรื่องลอกเพลง มีความเชื่อว่าโลกทุกวันนี้มันถึงกัน ใครลอกเพลงคนอื่นก็อย่าหวังว่าจะไม่มีใครรู้ จะโดนเจ้าของเพลงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดนสังคมโซเชียลรุมด่าถากถางก็เป็นกรรมไป เพราะจิตสำนึกที่ดีต้องเกิดจากการบ่มเพาะปลูกฝัง จะยัดเยียดให้ก็ลำบาก

ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่า มันต้องมีที่ได้รับแรงบันดาลใจ หรือมีอะไรติดค้างในใจกลายเป็นเพลงไม่รู้ตัว ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปได้ เพราะโลกทุกวันนี้ไม่มีอะไรออริจินัลหรอก แม้แต่ที่เขียนนี้ก็เกิดจากอ่านข่าวเจอเรื่องลอกเพลงแล้วได้แรงบันดาลใจ คิดไปถึงวงดนตรีที่ชอบฟัง นึกถึงเรื่องต่าง ๆ เพลงนั้นเพลงนี้ที่เคยตั้งข้อสังเกต ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น อ่านนิตยสาร เว็บไซต์ ฯลฯ

ชีวิตก็เป็นฉะนี้เอง…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.