Goodbye MP3


เอ็มพีทรี ฟอร์แมตไฟล์ดนตรีดิจิทัลถึงเวลาหมดยุค

ครั้งหนึ่ง โซนีวอล์กแมนเป็นเครื่องเล่นดนตรีพกพาสุดเท่ จนกระทั่งเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เครื่องเล่นไฟล์ดิจิทัลพกพาสะดวกกว่า ยิ่งในยุคที่สมาร์ตโฟนเป็นเหมือนอวัยวะหนึ่งในชีวิตประจำวัน คนฟังเพลงจากโทรศัพท์มากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพราะไฟล์ฟอร์แมตที่ชื่อ เอ็มพีทรี แต่ตอนนี้ผู้ครองลิทธิ์เข้าและถอดรหัสเอ็มพีทรีประกาศทำลายสัญญาการเข้าและถอดรหัสแล้ว นั่นหมายความว่าผู้ผลิตรายใหม่จะโดนบังคับโดยอัตโนมัติให้หันมาใช้การเข้าและถอดรหัสเอเอซีแทน 

ไฟล์เอ็มพีทรี MP3 หรือ MPEG-1 / MPEG-2 Audio Layer III MPEG ย่อมาจาก Moving Picture Experts Group เรียกสั้น ๆ ว่า เอ็มเพ็ก เป็นกลุ่มนักพัฒนามาตรฐานการเข้ารหัสวิดีโอและออดิโอ ของ ISO/IEC สมาชิกของเอ็มเพก ประกอบด้วยบุคคลจากบริษัทพัฒนา/ศูนย์วิจัย/มหาวิทยาลัย เริ่มพัฒนาร่วมกันครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1988 มาตรฐานหลักที่พัฒนาออกมาได้แก่ MPEG-1 (ออกเมื่อปีค.ศ1993) MPEG-2 (ออกเมื่อปีค.ศ. 1995) และอื่น ๆ แต่ผู้ให้กำเนิดการบีบอัดที่เรียกว่าเอ็มพีทรีเป็นกลุ่มนักวิจัยจากสมาคมฟรอนโฮเฟอร์ ในเยอรมนี

นามสกุลเอ็มพีทรีได้เกิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 (ก่อนหน้านั้นใช้นามสกุล บีไอที (.bit)  ตอนแรกเอ็มพีทรีเกือบไม่ได้เกิด แม้ทาง สมาคมฟรอนโฮเฟอร์จะเผยแพร่ซอฟต์แวร์สำหรับเอ็นโคดเดอร์สำหรับเอ็มพีทรีตั้งแต่กลางปีค.ศ. 1994 และมีวินเพลย์ทรีสำหรับเล่นไฟล์เอ็มพีทรีมาตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 1995 แต่กว่าเอ็มพีทรีจะเป็นที่นิยมก็เมื่อวินแอมป์เปิดตัวในปีค.ศ. 1997 และไม่นานหลังจากนั้นเอ็มพีทรีก็เป็นไฟล์คุ้นเคยของคนทั่วไป

ถึงแม้จะมีการเข้ารหัสไฟล์ฟอร์แมตแบบอื่น อย่าง AAC WMA แต่ดูเหมือนคนจะนึกถึงเอ็มพีทรีเป็นอันดับแรก เอ็มพีทรีกลายเป็นหนึ่งในตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (ร่วมกับการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องเล่นไฟล์ และการพัฒนาของสมาร์ตโฟน) เพราะจากการหิ้วเทปเป็นตั้งกลายเป็นบรรจุเพลงนับพันลงในเครื่องเล็ก ๆ ไม่เกินฝ่ามือเท่านั้น สะดวก ง่ายดายกว่ากันมาก จนทำให้ธุรกิจเพลงที่เคยขายแผ่นเสียง ซีดี เทป ต้องเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ เพราะไฟล์เหล่านั้นเป็นแหล่งแพร่กระจายไฟล์เถื่อนจนคนคิดว่าดนตรีเป็นของฟรี

สมาคมฟรอนโฮเฟอร์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าหมดยุคของเอ็มทีทรีแล้วและจะไม่ให้ใบอนุญาตสำหรับผู้ผลิตอีกเพราะมีไฟล์อื่นที่ให้คุณภาพดีกว่า อย่างเอเอซี หรือเอ็มเพ็ก-เอช ที่กำลังพัฒนาอยู่

https://www.iis.fraunhofer.de/en/ff/amm/prod/audiocodec/audiocodecs/mp3.html

ก่อนหน้านี้ก็มีประเด็นเรื่องคุณภาพเสียงที่มีหลายคนบอกว่าเอ็มพีทรีมันห่วยเหลือทน แถมยังทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบอีก ซึ่งก็เป็นประเด็นที่หลายคนเห็นด้วย (ก็มันโดนบีบอัดมานี่นา) เว็บสตรีมมิงหรือให้บริการไฟล์ดิจิทัลก็หันมาใช้ไฟล์เอเอซีระยะหนึ่งแล้วนอกจากนี้พวกหูทองทั้งหลายก็หันไปเล่นไฟล์ลอสเลสแทน แต่ไฟล์คุณภาพสูงหรือไฮ-เรซก็ยังไม่มีทีท่าจะตีตลาดได้ง่ายนัก ทั้งดีเซอร์ที่นำเสนอมาสักพักใหญ่ สปอติไฟก็สนับสนุนแต่เรียกราคาเป็นสองเท่าจากปกติ ทิดัลดูจะเงียบไปหลังจากชูเรื่องคุณภาพเสียงเป็นหลัก เครื่องเล่นโพโนของนีล ยังก็ไม่บูมอย่างที่คิด

แน่นอนว่าเอ็มพีทรีคงไม่หายไปจากโลก ผู้บริโภคทั่วไปก็ไม่ได้ใช้ใบอนุญาตอะไรอยู่แล้ว เพราะใบอนุญาตนี้ให้สำหรับผู้ต้องการขายซอฟต์แวร์เข้าหรือถอดรหัส และการบอกล้าง (Terminates) ไม่มีผลให้ยกเลิกการเข้าหรือถอดรหัสที่เคยให้ใบอนุญาตไปแล้ว ต่างการใบอนุญาตหมดอายุที่ต้องหยุดดำนเนินการต่อภายใน 90 วัน

ดังนั้นไม่กระทบผู้ที่เคยได้ใบอนุญาตไปแล้ว แต่สำหรับรายใหม่ คงต้องเปลี่ยนไปเป็นไฟล์เอเอซีที่สมาคมฟรอนโฮเฟอร์กำลังผลักดันเต็มตัว เพียงแต่การประกาศของสมาคมฟรอนโฮเฟอร์ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสร้างขึ้นมากับมือเหมือนการส่งสัญญาณให้รู้ว่าไฟล์เอ็มพีทรีกำลังตกยุค และไฟล์เอเอซีกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไฟล์เพลงดิจิทัล

เกร็ด

ระหว่างที่คาลไฮนซ์ เบรนเดนเบิร์กกำลังพัฒนาเอ็มพีทรี เขาใช้เพลง “ทอมส์ไดเนอร์” ของซูซานนี วีกา เป็นเพลงทดสอบ เนื่องจากเพลงนี้มีลักษณะโมโนโฟนิกเหมาะสมกับการทดสอบผลการบีบอัด

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.