Poison: Every Rose Has Its Thorn


กุหลาบงามล้วนมีหนามแหลมคม

สมัยที่แฮร์แบนด์รุ่งเรืองครองเอ็มทีวีจะได้เห็นมิวสิกวิดีโอที่แสดงให้เห็นความสดใสร่าเริงอวดความเป็นชายสุดพลัง (ทั้งที่โดนวิจารณ์ว่าแต่งหน้าจัดกว่าอิตถีเพศ) มีเพลงสนุก ๆ ท่อนฮุกติดหูและวงดังมักจะมีเพลงบัลลาด หรือ เพาเวอร์บัลลาดเป็นตัวกรุยทางสู่กระเป๋าเงินแฟนเพลง

สำหรับวงพอยสันก็มีเพลงบัลลาดสุดฮิตติดหูแฟนเพลง ถ้าใครพูดถึงเพลงบัลลาดของแฮร์แบนด์ทศวรรษ 1980 จะต้องมีเพลงนี้รวมอยู่ด้วยทุกครั้ง

เพลงนี้ชื่อ “เอฟรีโรสแฮสอิตส์โธร์น” กุหลาบงามล้วนมีหนามแหลมคม เพลงจากอัลบั้ม โอเพนอัปแอนด์เซย์…อาห์!! เมื่อปีค.ศ. 1988 เนื้อหาเพลงนี้ก็เกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มที่แฟนสาวมีคนอื่น “ตอนที่พวกเราเล่น “เอฟรีโรส…” บริษัทและทีมจัดการธุรกิจของเราบอกว่ามันจะเป็นจุดสิ้นสุดทางอาชีพแน่ ๆ พวกเขาจะบอกว่า นี่มันไม่ใช่พอยสัน มันเริ่มด้วยอคูสติกกีตาร์ คุณทำมันเหมือนเพลงพวกคาวบอย และเพลงนี้มันเศร้า” เบร์ตเล่า บริษัทแคปิตอลมองว่าพวกเขาgxHor;dlo6dlo

บริษัตแคปิตอลตัดสินใจปล่อย “นอตธินบัตอะกู้ดไทม์” และ “ฟอลเลนแองเจิล”ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี ขึ้นถึงอันดับ 6 และ 12 และเตรียมปล่อยเพลง “ยัวร์มามาโดนต์แดนซ์” ออกมาเป็นซิงเกิลลำดับสาม แต่เบร็ตกลับคิดว่าควรปล่อย “เอฟรีโรสแฮสอิตส์โธรน” มากกว่า

“ผมรู้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เยี่ยม และเราเคยประสบความสำเร็จกับเพลงบัลลาดมาก่อน (หมายถึงเพลง “ไอโวนต์ฟอร์เก็ตยู” จากอัลบั้มแรก) และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมรักวงของผม พวกเขาสนับสนุนความคิดของผม ทำให้เราปล่อย “เอฟรีโรสแฮสอิตส์โธรน” เป็นซิงเกิล เราทำวิดีโอเยี่ยม ๆ และเพลงก็ไปได้สวย”

“เอฟรีโรสแฮสอิตส์โธรน” กลายเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงแรก (และเพลงเดียว) ของพอยสัน

เนื้อหาของเพลงบอกเล่าเรื่องราวของความห่างเหินและลาจาก

We both lie silently still
In the dead of the night
Although we both lie close together
We feel miles apart inside

Was it something I said or something I did
Did the words not come out right
Though I tried not to hurt you
Though I tried
But I guess that’s why they say

Every rose has its thorn
Just like every night has its dawn
Just like every cowboy sings his sad, sad song
Every rose has its thorn
Yeah it does

I listen to our favorite song
Playing on the radio
Hear the DJ say loves a game
Of easy come and easy go
But I wonder does he know
Has he ever felt like this
And I know that you’d be here right now
If I could have let you know somehow
I guess

Every rose has its thorn
Just like every night has its dawn
Just like every cowboy sings his sad, sad song
Every rose has its thorn
Yeah it does

Though it’s been a while now
I can still feel so much pain
Like a knife that cuts you the wound heals
But the scar, that scar remains

I know I could have saved a love that night
If I’d known what to say
Instead of makin’ love
We both made our separate ways
But now I hear you found somebody new
And that I never meant that much to you
To hear that tears me up inside
And to see you cuts me like a knife
I guess

Every rose has its thorn
Just like every night has its dawn
Just like every cowboy sings his sad, sad song
Every rose has its thorn
Yeah it does

เรื่องเล่าที่มาของบทเพลงมีดังนี้

สมัยที่วงพอยสันออกอัลบั้มแรก ลุควอตเดอะแคตแดรกซด์อิน พวกเขาต้องออกออกทัวร์ไปทั่วประเทศ ค่ำคืนหนึ่งพวกเขาเล่นที่คลับเดอะริตซ์ในดัลลัส เท็กซัสหลังการแสดงจบสิ้นลงสมาชิกก็กลับมาพักผ่อนในโรงแรม

ประมาณตีสาม เบร็ต ไมเคิลส์ นักร้องนำของวงเกิดความเหงาและคิดถึงเทรซี ลูอิสแฟนสาวที่อยู่ไกล เลยโทรศัพท์หา “เธอรับโทรศัพท์ แต่เสียงดูแปลก ๆ” เบร็ตเล่า “แล้วอยู่ ๆ เธอก็บอกว่า ฉันง่วงมากเลย ซึ่งปกติแล้วเธอไม่ค่อยพูดแบบนี้ แล้วผมก็ได้ยิน เสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมา เป็นเสียงผู้ชาย…”

หลังจากวางโทรศัพท์เบร็ตเอาเสื้อผ้าไปซักในห้องซักผ้าของโรงแรม และไม่ลืมหยิบกีตาร์ไปด้วย แล้วระหว่างรอเครื่องซักผ้าทำงาน เขาก็เริ่มแต่งเพลงนี้ โดยเริ่มจากประโยคแรกของเพลง We both lie silently still in the dead of the night) และเขาก็บอกว่า มันคือความสัมพันธ์ที่ยังไม่จบอย่างเป็นทางการ แต่จบสิ้นลงแล้ว

“ผมเดินทางเล่นดนตรีเพื่อเลี้ยงชีวิต นั่นคือกุหลาบ แล้วแม่สาวนักเต้นระบำเปลื้องผ้าที่แอลเอ ผู้ซึ่งไม่นอกใจผม หรือที่ผมเคยคิดแบบนั้น ก็คือหนาม” เบร็ตเล่าความหมายของชื่อเพลง

เพลงนี้ใช้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง ทั้ง บิลแอนด์เท็ดส์โบกัสเจอนีย์ และในการ์ตูนเดอะซิมป์สันกลายเป็นเพลงดังไม่ใข่แค่สำหรับพอยสัน แต่ถ้าพูดถึงเพลงบัลลาดของยุคแฮร์แบนด์ครองเมืองต้องมีเพลงนี้รวมด้วยแน่นอน

ส่วนเทรซี บอกในรายการบีไฮด์เดอะมิวสิก ช่องวีเอชวันว่า

“มีความไม่ซื่อสัตย์ มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคน มีใครบางคนนอกใจแต่ไม่ใช่ฉัน คุณคิดเองก็แล้วกัน”

“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนจนกระทั่งได้ฟังอัลบั้มนั้น ฉันจึงตระหนักว่า ตายแล้ว มันคือวันหนึ่งในชีวิตของฉัน และทุกคนก็จะมาสอดรู้ในเรื่องการแยกทางของเรา และมันก็เป็นเรื่องยากสำหรับฉันเพราะมันจะอยู่กับฉันไปตลอด”

สำหรับชายที่อยู่กับเทรซีในคืนนั้นเบร็ตกล่าวเพียงว่ารู้ว่าเป็นใคร เป็นหนึ่งในวงคู่แข่งของพวกเขา แต่เขายังไม่อยากเอ่ยชื่อ…แต่ไม่แน่ว่าวันหนึ่งจะบอก

วิเคราะห์จากคำสัมภาษณ์หลายครั้งแล้ว เข้าใจว่าเบร็ตก็รู้ว่าเป็นการประชดของเทรซีที่เขาทำตัวเจ้าสำราญไปทั่วตามประสาร็อกสตาร์

แถมเวอร์ชันของไมลี ไซรัส

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.