White Lion: Pride


ไพร์ด (Pride) วางจำหน่ายครั้งแรกเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1987 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว สำหรับสิงห์โต แล้ว Pride หมายถึงอาณาเขตหรือฝูง แต่ความหมายโดยทั่วไปคือความภาคภูมิใจ หยิ่งยะโส ซึ่งไวต์ไลออนสามารถใช้คำนี้ได้เต็มปาก เพราะอัลบั้มนี้เป็นสุดยอดอัลบั้มจากยุคแฮร์แบนด์อีกชุดหนึ่ง เป็นอัลบั้มที่ทำให้หลงรักไวต์ไลออน และเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักพวกเขาจากเพลง “เวนเดอะชิลเดรนคราย” (When The Children Cry) เพลงบัลลาดสุดฮิตในอัลบั้มนี้เช่นกัน

เวน เดอะชิลเดรนคราย

ก่อนทำอัลบั้ม ไพร์ด วีโต เบรตตา (Vito Bretta มือกีตาร์) และ ไมก์ แทรมป์ (Mike Tramp นักร้องนำ) เกือบถอดใจเสียแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาได้เซ็นสัญญากับบริษัทอีเล็กตรา ได้เงินทุนมาบันทึกเสียงอัลบั้ม ไฟต์ทูเซอไวฟ์ (Fight to Survive) แต่พออัลบั้มเสร็จทางผู้บริหารอีเล็กตรากลับไม่เห็นวี่แววว่าอัลบั้มนี้จะประสบความสำเร็จก็เลยฉีกสัญญาทิ้งเสียอย่างนั้นเอง แต่ผู้จัดการของวงในตอนนั้นต่อรองจนได้สิทธิเอาอัลบั้มนั้นไปขายให้บริษัทวิกเตอร์ในญี่ปุ่นวางจำหน่ายอัลบั้มในญี่ปุ่นได้ และต่อมาแกรนด์สแลมเร็คอร์ดส ก็ซื้อลิขลิทธิไปจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

ในตอนนั้น มือเบสและมือกลองดั้งเดิมลาออกจากวง มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอยู่พักใหญ่ก่อนจะมาลงตัวกับ เจมส์ โลเมนโซ (James Lomenzo) และ เกร็ก ดิแอนเจโล (Greg D’Angelo) มาเสริมทัพ พวกเขาซุ่มทำเพลงซึ่งต่อมากลายเป็นอัลบั้ม ไพร์ด และโชคดี ที่ไมเคิล วากเนอร์ โปรดิวเซอร์/ซาวด์เอนจิเนียร์มือทองได้ยินเพลงของพวกเขา เลยตามหาพวกเขาเพื่อจะช่วยดูแลการผลิตให้

หน้าปกอัลบั้ม ไพรด์

และนี่คือผลงานสุดแสนคลาสสิกจากยุค 80 ที่ขายได้มากกว่า 2 ล้านชุดเฉพาะในสหรัฐเพียงแห่งเดียว มีเพลงติดท็อป 10 ถึงสองเพลงคือ “เวต” ซิงเกิลนำร่องที่ต้องใช้เวลาเกินครึ่งปีหลังปล่อยออกมากว่าจะทำให้ไวต์ไลออนที่รู้จัก แต่ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นวงซูเปอร์สตาร์ก็คือ “เวนเดอะชิลเดรนคราย” เพลงบัลลาดสุดฮิตที่มีเนื้อหาจริงจังไม่ใช่เพลงรักหวานแหวว ไมก์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาเขียนเพลงนี้ในช่วงหลังจากเทศกาลดนตรีแบนด์เอด ที่หาเงินเจือจุนผู้ยากไร้ในเอธิโอเปีย ผสมเรื่องราวส่วนตัวกลายเป็นบทเพลงฮิตติดหูคนทั่วไปในปีค.ศ. 1988

ความงามของอัลบั้มนี้อยู่ที่ภาคดนตรีที่สนุกสนานร่าเริง วีโตอาจโดนเสียงวิจารณ์เรื่องได้รับอิทธิพลกีตาร์จากเอ็ดดี แวนแฮเลน (เหมือนกับมือกีตาร์อีกนับล้านคนในสมัยนั้น) แต่เขาสร้างลวดลายสอดแทรกเสริมได้น่าฟังเหมาะเจาะ มีท่วงทำนองชัดเจน แม้จะโดนมือกีตารุรุ่นไล่เลี่ยกันค่อนแคะกระแนะกระแหนว่าเล่นได้ใสสะอาดปราศจากวิญญาณ!

แต่ลองฟังเพลงเปิดอัลบั้ม “ฮังกรี” เพียงแค่เสียงกีตาร์ริฟฟ์ก็ทำให้หัวใจชาวร็อกเต้นรัวได้แล้ว ริฟฟ์ที่ดุดัน แต่ดันใสสะอาดชัดเจนมาก ไม่รกไม่มั่ว และมีท่วงทำนองติดหูอีกต่างหาก ทุกวันนี้ก็ยังหาใครเล่นกีตาร์แบบเดียวกับวีโตไม่ได้เลย ตอนที่ไมก์ แทรมป์ เป็นศิลปินเดี่ยว หรือตอนพยายามนำไวต์ไลออนกลับมาโลดแล่นในวงการดนตรีโดยนักดนตรีอื่น ทุกครั้งที่เขาบรรเลงเพลงของไวต์ไลออน ก็ไม่เคยที่จะทำให้แฟนเพลงรู้สึกถึง “อะไรบางอย่าง” ที่วีโตได้ฝากเอาไว้

“ฮังกรี” เวอร์ชันไวต์ไลออนของไมก์ แทรมป์

ลองฟังเทียบกับต้นฉบับ

“ฮังกรี” แสดงสด 1988

การเล่นกีตาร์ของวีโตเป็นสิ่งที่ไม่อาจทำซ้ำได้อีกแล้ว…ใครจะเล่นแท็ปปิงได้รวดเร็วและใสสะอาดชัดเจนได้ระดับวีโต นี่ยังไม่นับลูกฟิลสอดแทรกที่ใส่เข้ามาในจังหวะพอเหมาะ ไม่รกเกินไป และไม่ปล่อยให้ว่างซังกะตายด้วยแพตเทิร์นเดิมที่เล่นหนักแน่นมั่นคง

ภาพรวมของอัลบั้ม ไพร์ด ก็ไม่ต่างจากแฮร์แบนด์ที่ประสบความสำเร็จในช่วงนั้น เพลงร็อกสนุก ท่อนฮุกติดหู เนื้อหาเกี่ยวกับความรักใคร่ของวัยรุ่นแทรกเซ็กซ์เข้าไปเล็กน้อยแบบเจือให้รู้ไม่โจ่งแจ้งหยาบคาย ทั้งเพลงเปิดอัลบั้ม “ฮังกรี” และ “สวีตลิตเติลเลิฟวิง” หรือความลุ่มหลงในความรักเช่น “เทลมี” “เวต” “โลนลีไนต์” เพลงให้กำลังใจคนหนุ่มสาว “โดนต์กีฟอัป” “ออลยูนี้ดอิสร็อกแอนด์โรล” พวกนี้ครบสูตรแฮร์แบนด์ที่พร้อมจะประสบความสำเร็จ

“เทลมี”

แต่ที่เหนือกว่าอีกหลายวงก็คือภาคดนตรีที่โอบอุ้มเนื้อหา ทั้งวีโต เจมส์ และ เกร็ก เสริมส่งกันอย่างน่าทึ่ง การตีกลองของเกร็กไม่ใช่แค่ประคองจังหวะวงให้เดินต่อไปอย่างมั่นคง ยังมีลูกเล่นซ่อนอยู่พร้อมจะเล่นไปกับท่วงทำนองของเสียงกีตาร์จากปลายนิ้วของวีโต โดยมีเบสของเจมส์หนุนเนื่องไม่ให้เกิดช่องว่าง

“เวต”

ดนตรีของไวต์ไลออนไม่ได้เล่นแน่นหนา แต่การวางแผนเรียบเรียงเสียงประสานเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นวิจิตรบรรจงจนไม่ทำให้ความโปร่งสบายนั้นเป็นความกลวงโหวงเหลง และช่างเหมาะเจาะกับเนื้อหาที่ไมก์เขียนออกมา

การเขียนเพลงของไมก์เป็นจุดด้อยมากใน บิ๊กเกม และ เมนแอตแทรกชัน แต่สำหรับอัลบั้ม ไพร์ด นี้กลับไม่รู้สึกเช่นนั้น หลายเพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าไมก์พร่ำเพ้ออย่างน่ารำคาญ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน เมนแอตแทรกชัน) ทั้งที่เนื้อหาลีลาการเขียนเพลงก็ไม่ได้ลุ่มลึกอะไรมากมาย แต่จังหวะมันได้ ดนตรีมันส่งพอดิบพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เวนเดอะชิลเดรนคราย” ที่นำเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มองโลกในแง่ดี มาใส่ในเสียงอคูสติกกีตาร์ใสสะอาดบาดใจ

เหมือนอย่างที่เคยเขียนเอาไว้บ่อย ๆ บางทีการที่อัลบั้มใดอัลบั้มหนึ่งจะกลายเป็นเพชรเม็ดงามเจิดจรัสได้เพราะมันเป็นเรื่องของจังหวะ องค์ประกอบ ช่วงเวลา การเติบโตลองผิดลองถูก และการ “คลิก” ที่เข้ากันพอดีของนักดนตรีร่วมวง อัลบั้มไพร์ดก็คือจุดนั้นของไวต์ไลออน พวกเขาผ่านการลองผิดลองถูกใน ไฟต์ทูเซอไวฟ์” ได้มีการเปลี่ยนองค์ประกอบของนักดนตรีในวง ทุกคนยังอยู่ในช่วงร่วมหัวจมท้ายไม่มีปัญหาขุ่นข้องหมองใจระหว่างกัน พร้อมที่จะเปิดใจพัฒนาทักษะการเล่นให้เข้าขากัน คลิกลงตัวกันพอดี

White Lion: Pride

(Atlantic, 21 June 1987)

Producer: Michael Wagener

Tracklist:-

  1. Hungry – 3:55
  2. Lonely Nights – 4:11
  3. Don’t Give Up – 3:15
  4. Sweet Little Loving – 4:02
  5. Lady of the Valley – 6:35
  6. Wait – 4:00
  7. All You Need Is Rock ‘n’ Roll – 5:14
  8. Tell Me – 4:28
  9. All Join Our Hands – 4:11
  10. When the Children Cry – 4:18

Line Up:-

  • Mike Tramp – vocals, rhythm guitar
  • Vito Bratta – lead guitar
  • James Lomenzo – bass
  • Greg D’Angelo – drums

0 Comments

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.