ข้ามไปยังเนื้อหา

Napalm Death: Scum


สิ่งหนึ่งที่สงสัยมาตลอดว่า “ดนตรี” มีคำจำกัดความว่าอย่างไรกันแน่? โดยส่วนตัวให้จำกัดความง่าย ๆ เสียงที่คนเอามาผสมผสานจัดเรียงก็คือดนตรี ตัวอย่างเช่น เสียงนกร้องตามธรรมชาติมันไม่ใช่ดนตรี เพราะขาดเจตจำนงค์ของมนุษย์ แต่ถ้ามีคนบันทึกเสียงนกร้องไว้ แล้วเอามาจัดเรียงผสมผสานเข้าด้วยกัน นั่นคือดนตรี

อันนี้คือคิดเอง ไม่ต้องเชื่อถือ และไม่ควรเอาไปอ้างอิง

เหมือนกับที่เคยยืนยันความเชื่อของตัวเองมาตลอดว่า ลิงเอาสีไปป้ายไปมามันไม่น่าเป็นศิลปะ แต่ถ้ามีคนตั้งใจเอาสีให้ลิงป้ายไปมา นั่นคือศิลปะ เพราะมันมีเจตจำนงของคน

แต่พอเราพูดถึงดนตรี เราพูดถึงสุนทรียะ ซึ่งพอใช้คำนี้ก็กว้างมาก เพราะแต่ละคนมีอารมณ์สุนทรีย์ไม่เหมือนกัน บางคนชอบแจ๊ส บางคนชอบเมทัล ดนตรีเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน

แต่ที่สงสัยคือ “ดนตรี” มันมีรูปแบบว่า ยังไงถึงจะจัดเป็นดนตรีหรือไม่? ที่เขียนมานี่คือมีแรงบันดาลใจจากเพลง “ยูซัฟเฟอร์” (You Suffer) จากอัลบั้ม สคัม (Scum, 1987) ของวงนาปาล์มเดธ ที่มีความยาวเพียง 1.316 วินาที (อ้างอิงความยาวเพลงตามที่บันทึกไว้ในหนังสือกินเนสบุ๊กออกเวิลด์เร็กคอร์ด ซึ่งบันทึกไว้ว่าเป็นเพลงที่สั้นที่สุดในโลก – ไม่ทราบปัจจุบันมีใครทำลายสถิตินี้แล้วหรือยัง) ฟังตอนแรกก็งง เอ๊ะ แบบนี้เรียกว่าเพลง? ดนตรีปัง ๆ ๆ ๆ สับฉึบ ๆ ๆ ร้องอ๊ากกกกกก จบ อะไรวะ…นี่คือเพลงแล้วใช่มั้ย?

นั่นคือประสบการณ์แรกสุดที่ได้รู้จัก นาปาล์มเดธ ผู้บุกเบิกไกรนด์คอร์จากเกาะอังกฤษ รับอิทธิพลจากครัสต์พังก์เช่น คราสส์ ดีสชาร์จ แล้วมาเพิ่มความเร็วความแรงแบบเดธเมทัลเข้าไปอีก เพลง “ยูซัฟเฟอร์” อยู่ในอัลบั้ม สคัม ปีค.ศ. 1987 ซึ่งบันทึกเสียงด้วยสมาชิก 2 ชุด คือ หน้าเอ จะเป็น นิก นาปาล์ม จัสติน บรอดริก และ มิก แฮร์ริส ส่วนหน้าบีจะเป็น ลี ดอร์เรียน จิม ไวต์ลี บิล สเตียร์ และ มิก แฮร์ริส

ปัจจุบันสมาชิกที่มีส่วนร่วมทำอัลบั้มนี้แยกย้ายไปสร้างความยิ่งใหญ่ในแนวทางของตัวเองกันหมด มิก แฮร์ริสอาจจะอยู่นานกว่าสมาชิกคนอื่นที่ทำอัลบั้มนี้หน่อย แต่ก็ลาออกจากวงไปตั้งแต่ปีค.ศ. 1991 นู่น เพื่อทำวงสคอร์น ซึ่งตอนแรกมี นิก นาปาล์ม (หรือชื่อจริง นิโคลัส บุลเลน) ก็มาร่วมงานวงนี้ด้วย สมัยนั้นเป็นอินดัสเทรียลเมทัล  แต่สักพักนิโคลัสก็ออกไป ปล่อยให้สคอร์นในการควบคุมของมิกออกไปทางทริปฮ็อปดับสเต็ปและดนตรีทดลองหลากหลายมาก

ส่วนคนอื่นก็ไม่น้อยหน้า ลี ดอร์เรียน ไปสร้างสุดยอดวงดูมเมทัลชื่อ คาธีดาล จัสติด บรอดริก ออกมาทำสุดยอดวงเอ็กตรีมเมทัลผสานอินดัสเทรียลเมทัลชื่อก็อดเฟลช และต่อมาก็ทำวงเจซู ที่ออกไปทางโพสต์เมทัล บิล สเตียร์ ก็ออกมาทำสุดยอดวงไกร์นคอร์อีกคณะชื่อ คาร์คาส จิม ไวต์ลี ออกจากนาปาล์มเดธไปอยู่กับสุดยอดวงฮาร์ดคอร์ชื่อ ริปคอร์ด (ซึ่งในตอนนั้นดังกว่านาปาล์มเดธเยอะ แต่อายุวงสั้นมาก)

จะบอกว่านี่คือต้นกำเนิดของนักดนตรีฝีมือดีในแวดวงนี้ก็คงไม่ผิด แต่จากการทำงานสองทีม ก็ได้ดนตรีสองแบบ ซึ่งอันนี้น่าจะพูดได้เต็มปากว่าแยกทางกันเพราะความคิดเห็นทางดนตรีไม่ตรงกันจริง ๆ คือเพลงหน้าเอ (สำหรับซีดีคือ 12 เพลงแรก ถึงเพลง “ยูซัฟเฟอร์”) จะออกไปทางพังก์ ฮาร์ดคอร์ แบบที่เข้าใจไม่ยากว่าได้รับอิทธิพลมาจากครัสต์พังก์ (เช่นดิสชาร์จ) มาไม่น้อย แต่อีก 16 เพลงในหน้าบีจะเป็นไกร์นคอร์/เดธเมทัลยุคบุกเบิกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สมัยนั้นสมาชิกวงยังหนุ่ม ยังมีความห้าวหาญทะเยอทะยานเต็มที่ และแสดงพลังออกมาในบทเพลง 28 เพลง ในเวลาแค่ 33 นาที!

นั่นคือ เฉลี่ยแล้วเพลงละนาทีเศษเท่านั้นเอง

สมัยที่ฟังอัลบั้มนี้แรก ๆ แยกไม่ค่อยออกระหว่างบทเพลงครัสต์พังก์แบบดิสชาร์จ ไม่ได้รู้สึกถึงเทคนิคล้ำโลกอย่างเดธเมทัลฝั่งอเมริกา แต่พอฟัง ๆ ไปมันมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากความแรงแบบนั้น ต่อมาได้อ่านสัมภาษณ์นิกเกี่ยวกับการทำอัลบั้มแรก เขาบอกว่าเขาฟังฮาร์ดคอร์จากญี่ปุ่นหลายคณะ เช่น คูโระ โครว์ ไม่แพ้ดนตรีฮาร์ดคอร์จากเกาะอังกฤษ ซึ่งมันจะมีความหลากหลายแบบ “ญี่ปุ่นญี่ปุ่น” อยู่ ก็เลยลองมาพิจารณาบทเพลงในอัลบั้มนี้ใหม่ เพื่อลองค้นหาว่ามีอะไรที่นาปาล์มเดธสร้างขึ้นมาบ้าง ?

เพลงหน้าเอ (หรือ 12 เพลงแรก) ที่มีนิก นาปาล์มเป็นแกนนำ มีความเวิ้งว้างของ “นอยซ์” เต็มไปหมดตั้งแต่เพลงแรก (“มัลติเนชันแนลคอร์เปอเรชันส์”) และความเป็นนอยซ์นี้ยังมีความดุดันของครัสต์พังก์และเดธเมทัลเป็นแกนนำอยู่ พร้อมกับเสียงแตกพร่า กีตาร์ก็ตั้งสายต่ำ เบสที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาแบบติดดิสทรอชันไม่แพ้เสียงกีตาร์ ความพร่า รก เร็ว กลองกระทืบบลาสต์บีต เสียงร้องที่เหมือนเสียงคำรามมากกว่าจะร้องเป็นท่วงทำนองหรือถ้อยคำที่ชัดเจน

ดังนั้นพอคิด ๆ ไปแล้วรู้สึกว่านี่คือศิลปะในด้านการเอาเสียงที่อึกทึกครึกโครมโฉ่งฉางมาจัดการให้รวบรัดสั้นกระชับซึ่งไม่เคยมีมาก่อน หรือ ถึงมีมาก่อนก็ไม่ใช่แบบนี้ เพราะลักษณะที่ว่ามามันก็เคยมีคนทำ แต่ไม่ได้เอามารวมกันจนเป็นแบบแผนนี้ ที่เรียกกันต่อมาว่า ไกรนด์คอร์ อย่างเช่น “ยูซัฟเฟอร์” มันเรียกว่าดนตรีได้จริงหรือ? เหมือนเสียงอะไรโผล่เข้ามาแว๊บบบบบบ (1.316 วินาที) แล้วมันก็ผ่านไปเลย คนฟังยังงงอยู่ว่าเสียงตะกี้นี้คือเพลงหนึ่งแล้ว? หรือมันจะเป็นอินเทอร์ลูด?

และบางที ถ้าไม่ตั้งใจจับผิดจริง ๆ จะแยกเพลง “ยูซัฟเฟอร์” กับเพลง “เดด” (จากอัลบั้มเอนสเลฟเมนต์ทูอ็อบลิเทอเรชัน) ไม่ออกด้วยซ้ำ

แต่เพลงหน้าเอก็ยังไม่เป็นแบบแผนเท่าหน้าบี นาปาล์มเดธอาจจะเริ่มต้นจากวงพังก์เน้นเนื้อหาการเมือง แต่ผสมผสานการคิดสร้างสรรค์ด้านดนตรีที่หลากหลายและเป็นรูปธรรมชัดเจนกว่าหน้าเอ คือในความแรงกระโชกโฮกฮากมันมีการทดลองทางเสียงมีความสับสนอลหม่านที่คาดไม่ถึง เข้าสู่รูปแบบไกรนด์คอร์เต็มตัว เสียงของ ลี ดอร์เรียน น่าสนใจมาก อาจจะเป็นเสียงร้องที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับเสียงร้องของเขาในช่วงหลัง ดนตรีที่เร็ว แรง เช่น “พาราไซตส์” เหมือนกับการระเบิดปะทุอารมณ์ใส่หน้าคนฟัง

สคัม วางจำหน่ายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1987 นับถึงวันนี้ก็ 30 ปีพอดี งานชุดนี้ส่งอิทธิพลต่อดนตรีหนักกะโหลกสายไกร์นคอร์/เอ็กซ์ตรีมเมทัลอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีศิลปินที่ไม่ใช่สายเมทัลบอกว่ารับอิทธิพลมาจากอัลบั้มนี้ไม่น้อย โอลิเวอร์ โฮ สายเทคโนมิวสิก มิกา วายโน จากวงแพนโซนิกสายอีเล็กโทรมิวสิกก็บอกว่าชอบ

ปรับปรุงล่าสุด 7 กุมภาพันธ์ 2563

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: