For Your Information,Glamorous Days

Yngwie VS Ex Singers


เมื่ออิงเวบอกว่าไม่ต้องการนักร้องนำ และอดีตนักร้องนำถล่มอิงเว

อิงเว เจ มาล์มสทีนให้สัมภาษณ์โอวาอิส นาบี หัวหน้ากองบรรณาธิการเมทัลวานีแล้วก็หย่อนระเบิดว่าจะไม่กลับไปร่วมงานกันอดีตนักร้องนำ

เกี่ยวกับการไปร่วมงานกับอดีตนักร้องนำของวงเช่น เจฟฟ์ สก็อต โซโต โจ ลีน เทอเนอร์ และ ทิม “เดอะริปเปอร์” โอเวน

“จริง ๆ นะ ผมจะไม่กลับไป (ร่วมงานกับพวกเขาอีก) เพราะผมพบว่าตัวเอง…ผมรู้สึกว่าตัวเองร้องได้สบายมาก นั่นคืออย่างแรก อย่างที่สอง มันขาดความต่อเนื่องตอนที่คุณเขียนเพลงแต่ว่าต้องให้ใครสักคนมาร้องเพลงแทนคุณ มันเหมือนว่ามันหลอก ๆ ยังไงพิกล ผมมักจะเขียนเองทั้งหมด ผมเขียนเนื้อร้อง ผมเขียนท่วงทำนอง ทุกอย่าง แต่ต้องให้ใครบางคนร้องแทน แล้วสำหรับผม นักร้องไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากตำแหน่งอื่น อย่างมือเบส มือคีย์บอร์ด พวกเขาไม่ได้มีอะไรสำคัญเกินกว่านักดนตรีอื่น และน่าเสียดายจริง ๆ ที่พวกเขามักจะคิดว่าตัวเองสำคัญ และผมก็ต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้ พวกสนใจแต่ตัวเองเป็นหลัก ผมเป็นคนต่อต้านเรื่องพวกนี้ ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้น ผมไม่ชอบพวกเขาสักคน และผมก็ไม่อยากทำอะไร่วมกับพวกเขาอีกแล้ว

เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย

มันเป็นเรื่องแย่มาก ความจริงดนตรีควรให้ผลตอบแทนต่อคนที่สร้างสรรค์มันขึ้นมาสิ ผมคิดว่าผมคงไม่ทำเพราะมีใครบางคน…ไม่รู้สิ…มันไม่สำคัญว่าคุณทำอะไร ถ้าคุณทำภาพยนตร์หรือว่าสร้างรถหรืออะไรก็ตามมันต้องใช้เลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตา และเงิน และทุกสิ่งที่ต้องทุ่มเทลงไปเพื่อจะให้มันเกิดขึ้นและก็ต้องการผลตอบแทน เออ มันตลกดี ผมเพิ่งคุยกับลูกชายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าตอนนี้แผ่นเสียงเริ่มกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง บางทีผมจะทำมันเหมือนกัน แต่มีปัญหาตรงที่คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่คุณควรจะได้รับ แต่ความพึงพอใจที่ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงออกมา อัลบั้มเต็ม แล้วก็ฟังมันเล่น “เย่ มันดีแฮะ ผมทำออกมาเยี่ยม” นั่นเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์เพราะว่ามันคือหนึ่งในสิ่งที่จะอยู่คู่ชื่อเสียงต่อไปอีกนานแม้ว่าผมจะตายไปแล้วมันก็ยังอยู่ ดังนั้นผมจะไม่คิดหยุดเพราะเรื่องเงิน คุณเป็นขโมย นั่นแหละ แต่ผมยังรักที่จะทำมันอยู่ ผมยังรักที่จะเดินเข้าห้องบันทึกเสียงแล้วก็เขียนเพลงและทำทุกอย่างต่อไป

แล้วพอแบลบเบอเมาธ์ลงข้อความนี้ในเฟซบุ๊ก ทิม โอเวนก็ตอบกลับว่า “แน่นอน เพราะว่าเราทุกคนต่างลาออก ฮา ฮา ฮา บลา บลา บลา” และเพิ่มเติมว่า “ขอให้เขามีความสุขกับการร้อง!”

ส่วนโจ ลีน เทอเนอร์ ซึ่งบันทึกเสียงอัลบั้มโอดิสซี อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายสูงสุดของอิงเว ตอบกลับว่า “เขามันพวกจอมบงการ และเขาไม่เคยเปลี่ยนหรือว่าพัฒนาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ผมผ่านมาได้เพราะผมเคยผ่านการร่วมงานกับริตชี แบล็กมอร์มาแล้ว และผมก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควรก็เลยรู้ว่าจะอยู่กับเรื่องพวกนี้ยังไง และการรับมือกับเรื่องแบบนี้ก็คือต้องพิสูจน์ตัวเองแล้วก็เขียนเพลงที่ยอดเยี่ยมลงไปในเพลงที่มหัศจรรย์ของพวกเขา เมื่อทุกอย่างถึงที่สุดแล้วคุณจะปฏิเสธไม่ได้ หลังจากที่เขาเริ่มปฏิเสธทุกอย่าง การบอกว่าเขาเขียนทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่น่าขันสิ้นดี เพราะใครได้ฟังก็ต้องรู้ว่าเป็นผม มันแปลกประหลาดสิ้นดี อัลบั้มนั้นยังคงแสดงความจริงอยู่และเสียงดังฟังชัดด้วย”

“มันชัดเจนมาก จากที่เขาพูดออกมาล้วนแล้วเป็นขยะ เขาร้องเพลงเองแล้วตอนนี้ แต่เสียงเขาแย่มาก ซึ่งเป็นตัวบอกว่าเขาได้รับผลประโยชน์จากการที่มีนักร้องนำในวง ความไม่มั่นใจตัวเองเห็นได้จากที่คุณต้องการพูดอะไรบางอย่างที่คุณพยายามเปรียบเทียบอะไรบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งหมายความว่าคุณมีจุดอ่อนในบางเรื่อง ความจริงจากที่เขาพูดว่าเขาไม่ต้องการนักร้องนำ เพราะพวกเราทุกคนหลงตัวเองซึ่งไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครหลงตัวเองมากไปกว่าอิงเว มาล์มสทีน คุณไม่ตีนักร้องหรอก นอกจากคุณรู้สึกว่าอนาคตของคุณไม่มั่นคง อัตตาของเขากว้างใหญ่เท่าโลก คำพูดของเขามีน้ำหนัก ผมพูดเกี่ยวกับเขาได้หลายเรื่องเลยล่ะ

และ เขาก็โพสต์ในเฟซบุ๊กดังนี้

https://web.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fjoelynnturnerofficial%2Fposts%2F10155519925498486&width=500

โต้แย้งเรื่องมาล์มสทีน

เพื่อเป็นการแก้ต่างที่มาล์มสทีนกล่าวถึงไม่นานมานี้ ผมรู้สึกอึดอัดใจที่จะโต้แย้งความหลงผิดของเขา

อัลบั้มโอดิสซีประสบความสำเร็จที่สุดของเขาซึ่งเขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกเลย และคงไม่อาจปฏิเสธว่าผมรับผิดชอบด้านการเขียนเพลงครึ่งหนึ่ง คือในเรื่องทำนองเพลงและเนื้อเพลง กับรับผิดชอบด้านการร้องเพลงทั้งหมด

สิ่งที่มาล์มสทีนกล่าวอ้างเป็นแค่คนที่หลงตัวเองขนาดหนักซึ่งพยายามรับมือกับความไม่มั่นคงของตัวเอง เขาอ้างว่านักร้องนำมีอัตตาสูงเป็นเรื่องปัญญาอ่อนและเขารู้สึกว่าน่าสงสาร ความจริงคือเขาบีบบังคับบรรดานักร้องที่ยอดเยี่ยมและเป็นสุภาพบุรุษที่น่าเคารพนับถือที่เขาโชคดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานด้วยอย่างอุกอาจ

มันน่าเศร้าที่คนหนึ่งกลายเป็นอะไรแบบนี้เมื่อเขาลดคุณค่าของคนอื่นเพื่อจะได้รู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่และสำคัญ ชายคนนี้ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะและต้องการควบคุมทุกสิ่งเพราะว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดกลัวของตัวเขาเอง ผมลาออกจากไรซิงฟอร์ซเพราะอัตตาที่มากล้นและบิดเบี้ยวของเขา

ถ้าความยะโสใหญ่เกินกว่าหัวใจและอัตตาใหญ่กว่าหัวของคุณ จงพัฒนาตัวหรือไม่ก็ต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต แต่ใครจะโทษเด็กที่ขี้รดกางเกงเพราะว่าเขาไม่รู้เรื่องราวอะไรล่ะ?

ส่วน เจฟฟ์ สก็อต โซโต ตอบกลับในเฟซบุ๊ก ดังนี้

https://web.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2FJeffScottSoto%2Fposts%2F10155077782328192&width=500

ช่างเป็นคำกล่าวที่เยี่ยมยอด โอ้! ผมจะตำหนิเขาได้อย่างไร พลังเสียงของเขาเพิ่มขึ้น .05 เท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา! ทำไมเขาถึงต้องการทำงานร่วมกับนักร้องที่สนใจแต่ตัวเองอย่างผม หรือริปเปอร์ หรือ โจ. และต้องรับมือกับอัตตาของพวกเรา… เช่นต้องการจะได้ยินตัวเองบนเวทีท่ามกลางกำแพงเสียงมาร์แชลล์หรือรับเงินเดือนที่น่ารังเกียจของเราตรงเวลา (หรือทั้งหมด) … หรือบางทีมันอาจเป็นความปรารถนาที่จะเป็น ‘เพื่อน’ ในแบบนั้น? ทำไปเลย ซิงเว คุณได้สิทธินั้น!

บันทึกไว้หน่อย ผมเขียนเนื้อเพลง “ไอซีเดอะไลต์” 3 ใน 4 และเขียนทำนองครึ่งหนึ่ง ส่วน “คอจต์อินเดอะมิดเดิล” นั้นและ “ดอนต์เล็ตอิตเอนด์” นั้นผมเขียนเนื้อเพลงทั้งหมด (เขาเขียนชื่อเพลงและได้รับเครดิตคนเขียน 50%) และเนื้อเพลง “ออนเดอะรันอะเกน” ทั้งหมด (รวมชื่อเพลงด้วย) มากพอสำหรับเขียนทุกอย่าง แต่คุณต้องยอมรับ นะว่าเปอร์โตริโกแสร้งสรรเสริญไวกิ้งออกมาได้น่าเชื่อถือเนาะ?

(เจฟฟ์มีเชื้อสายเปอโตริโก)

และทางทีมจัดการบริหารของอิงเวก็ออกมาแถลงการณ์ในเฟซบุ๊ก

https://web.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fofficialyngwiemalmsteen%2Fposts%2F10154861554408479&width=500

ประการแรกเราต้องขอโทษล่วงหน้าที่ต้องเขียนแถลงการณ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าความคิดเห็นบางอย่างจากอดีตนักร้องที่อิงเวเคยทำงานร่วมกันในอดีตนั้นบิดเบี้ยวและแตกประเด็นออกไป ผมขออนุญาตเขียนบันทึกแบบตรง ๆ

ผมคิดว่าการตอบสนองต่อข้อคิดเห็นของอิงเวเกินความจริงไป (ซึ่งเขาไม่ได้เอ่ยชื่อนักร้อง) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเรื่องจริงเพราะอิงเวกล่าวในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาโกรธว่าสบประมาทและดูหมิ่นต่อเขา แน่นอนว่าสื่อตอบสนองต่อการตอบโต้ของพวกเขา และนำเสนอ “วิวาทะ” ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย

อิงเวไม่เคยเอ่ยชื่อ (นักข่าวเป็นคนเอ่ยชื่อ) – เขาเพียงแต่กล่าวว่าเขาไม่สนใจที่จะทำงานกับนักร้องอีกต่อไปเพราะเขารู้สึกว่าไม่เอื้อต่อการเขียนและการแสดงของเขา ถ้าอิงเวมีปัญหากับอัตตาของนักดนตรีที่จ้างมา เขามีสิทธิ์ที่ไล่พวกนั้นทุกคนออกจากวง (พวกเขาไม่ได้ “ลาออก” หรือ “ออกจากวง” ตามที่พวกเขาต้องการให้คุณเชื่อ) เพราะนี่เป็นและยังคงเป็นวงของเขา เขาเป็นผู้นำและคำพูดของเขาคือที่สุด

โชคร้ายที่เหล่านักร้องที่ได้รับการว่าจ้างในอดีตใช้การพูดพล่อย ๆ และดูถูกเพื่อล่อลวงสื่อมวลชนให้มาสนใจพวกเขา คำหยาบคายและไร้ค่าเป็นเรื่องไร้ยางอายที่เลวร้ายอย่างที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา เหล่านักร้องที่ได้รับการว่าจ้างเหล่านี้พยายามเข้าหาอิงเวตลอด 35 ปีที่ผ่านมาและล่าสุดเมื่อปีที่แล้วได้พยายามติดต่ออิงเวเพื่อทำวงหรือให้จ้างพวกเขาอีก ในเวลาเดียวกันพวกเขาได้ออกมาดูถูกเหยียดหยามและกล่าวคำเท็จถี่ขึ้นเรื่อย ๆ – เหตุการณ์ล่าสุดที่บอกให้อิงเว  “นั่งบนนี้” (ภาพนักร้องชูนิ้วกลาง) ในสื่อสังคมออนไลน์ก็ออกมาซึ่งทำให้ยากที่จะเชื่อการติดต่อที่ผ่านมาของพวกเขามาจากเจตนาดี เหตุการณ์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อความพยายามของพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนอง

เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่น่าสังเวชที่สุดเกี่ยวกับคำแถลงการณ์จากนักร้องที่แตกต่างกันเหล่านี้คือพวกเขาอ้างว่ามีส่วนร่วมในความสำเร็จของอิงเว! แปลกและน่าทึ่ง พวกเขาทั้งหมดสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเองได้แค่ไหน? ความน่าเชื่อถืออาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถ้าพวกเขาทำให้สื่อมวลชนสนใจได้โดยไม่ต้องแนบชื่ออิวเวไปกับชื่อตัวเอง แต่อนิจจา มันไม่เป็นเช่นนี้และเรื่องราวของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นความโกรธเคืองต่ออิงเว

เป็นไปไม่ได้เลย หากมีคนพิจารณาคำบอกเล่าของนักร้องนำเหล่านี้อย่างจริงจังว่าร้องเพลงแตกต่างกันเมื่อสิ้นสุดการร่วมกับกับเรา ฉีกตัวออกจากเป็นส่วนหนึ่งของอิงเว และหลังจากนั้นก็จะปรากฏตัวที่คอนเสิร์ตของเขาเพื่อขอตั๋วฟรี ไม่ได้ทำอะไรมากเพื่อให้เกิดไว้วางใจ พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเหมือนมีเลศนัยและพยายามพึ่งพาอาศัยอิงเว

ผมหวังว่าเหล่านักร้องที่ได้รับการว่าจ้างในอดีตจะมีอะไรน่าสนใจให้ทำ อย่างที่อิงเวทำโดยการดำเนินชีวิตต่อไปและมุ่งมั่นสร้างสรรค์และแสดงดนตรีใหม่แทนการโหยหาอดีตอย่างที่พวกเขาทำ

ขอขอบคุณสำหรับเวลาของคุณและผมขออวยพรให้คุณพบวันที่ดี

แดเนียล เบเกอร์ ผู้จัดการ มาล์สทีน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s